เรื่อง Stuck in Love (ติดรัก)

ติดตาม
[4] สติมาปัญญาเกิด
[4] สติมาปัญญาเกิด
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

โอ๊ยยยย…หัวก็ปวด หนาวก็หนาว

ผมควานหาผ้าห่มสะเปะสะปะทั้งที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลก เมื่อคืนไม่น่าทำตัวเป็นพระเอกมิวสิกแดกเหล้าจนไม่ดูลิมิตตัวเองเลยจริง ๆ

ฟึ่บ...

ทันทีที่คว้าผ้าห่มได้ ผมก็กลิ้งตัวเข้าไปอยู่ในความอุ่นที่โหยหา ซุกหน้าเข้าไปในหมอนข้างนุ่ม ๆ และมันก็กอดผมตอบกลับมาทำให้อุ่นไปถึงใจ...

“เฮ้ย!” ผมแหกปากพร้อมทั้งส่งกำลังทั้งหมดที่มียันไอ้พี่ธิวกระเด็นตกไปข้างเตียง เพราะลืมตาขึ้นมาเห็นตัวเองนอนซุกอยู่กับอกกว้างของคนที่ทำตัวเป็นหมอนข้างกอดก่ายผมอยู่

“โอ๊ย!”

“มึง! เข้ามาในห้องกูได้ไงวะ!”

“ยังเมาค้างอยู่หรือไงเรา” ไอ้พี่ธิวโผล่หัวขึ้นมาจากข้างเตียง ทั้งที่ยังนั่งอยู่บนพื้นห้องและจ้องมองมาที่ผม

“เมาห่าอะไรล่ะ!”

“ถ้าไม่ได้เมาแล้วก็พูดให้มันเพราะ ๆ หน่อย พี่ไม่ได้ใจดีตลอดหรอกนะเตี๋ยว”

แม่ง…ขมวดคิ้วเป็นปมขนาดนั้น ทำเหมือนว่าผมเป็นคนผิดงั้นแหละ

“แล้วพี่มานอนอะไรที่เตียงผมเล่า!”

“คิดให้ดี ๆ ว่านี่เตียงใคร แล้วนี่ห้องใคร”

“ก็เตียง --”

ไอ้เชี่ยยยย กัปตันอเมริกาของกูหายไปไหนวะ!

ผ้าปูเตียงสีเข้มแสนธรรมดาไร้รสนิยมแบบนี้ไม่ใช่ของผมแน่ โมเดลเหล่าอเวนเจอร์ก็อันตรธานหายไปหมดด้วย...

ชัด! ชัดเลย...นี่มันไม่ใช่ห้องผมนี่หว่า!

“พามาโรงแรมเหรอวะ!” ผมรีบสำรวจร่างกายและรูตูดเป็นการด่วน เพิ่งรู้ตัวว่านอนกึ่งเปลือยอยู่กับมันทั้งคืน

“คิดว่าตัวเองน่าหิ้วขนาดนั้นเลยหรือไง ตั้งสติหน่อยเหอะ ขอร้อง...นี่มันเตียงพี่ แล้วนี่ก็ห้องพี่ด้วย”

อ้าวห่าน! ใครจะไปรู้ล่ะ...

ไม่เคยเข้ามาในห้องมันนี่ครับ ก็เลยไม่รู้ว่าคือบ้านตัวเอง คนเรามันก็พลาดกันได้ ยิ่งเมาหนัก ๆ แบบเมื่อคืนแล้วด้วยจะให้ตื่นมามีสติเลยได้ไงวะ

“เฮ้ย! ทำเชี่ยไรเนี่ยพี่ธิว!” ผมถดตัวหนีเพราะความใส เมื่อไอ้พี่ธิวลุกขึ้นยืนถอดเสื้อออกต่อหน้าต่อตาผม

“อาบน้ำน่ะสิ...จะนอนต่อก็ตามใจ” พูดเสร็จมันก็เดินเฉิดฉายเปลือยท่อนบนออกไปจากห้อง ทิ้งให้ผมตกใจค้างกับการโชว์แผงกล้ามท้องแสนเซ็กซี่

โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะคิดว่ามันจะมามีอารมณ์ปึ๋งปั๋งหลังตื่นนอนซะอีก ว่าแต่เมื่อกี้มันอะไรวะ...มันหลอกด่าผมว่าไม่น่าหิ้วไปนอนด้วยใช่ไหม

แม่ง! ตั้งแต่มันมาอยู่ด้วยก็ไม่เคยเห็นจะปากร้ายใส่แบบนี้เลยนะ ผมทำตัวแย่ใส่มันแค่ไหนก็ไม่เห็นมันจะแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเมื่อกี้เลย เหมือนมันโกรธอะไรสักอย่างหรือว่า...เมื่อคืนผมทำอะไรลงไปหรือเปล่าวะ...

ตั้งสติดิวะไอ้เตี๋ยว...เมื่อคืน...

.

.

ไอ้เชี่ยยยย!!!

ความรู้สึกเหมือนโดนรถสิบล้อชนตายไปแล้วครับ...

แม้จะยังปวดหัวแทบระเบิดแต่เพราะความทรงจำบางอย่างที่ผุดขึ้นมาเป็นภาพชัดเจนในหัว ทำให้ผมรีบวิ่งกลับไปยังห้องตัวเองและควานหาโทรศัพท์ไปทั่วจนเจอมันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ ผมไม่รอช้ารีบกดโทรหาคนที่น่าจะช่วยผมได้ในเวลานี้

[ฮัลโหล...]

“ไอ้เชี่ยคิว!”

[เชี่ย! ขี้หูกูจะไหลแล้วเนี่ย มึงจะตะโกนทำ-่าอะไรแต่เช้า กูนอนอยู่นะเว้ย!]

“เมื่อคืนกูทำอะไรที่ไม่ควรทำลงไปหรือเปล่าวะ!”

กลั้นใจถามมันออกไป แม้ว่าจะมีภาพเหตุการณ์บางอย่างเริ่มสโลว์โมชั่นอยู่ในหัวแล้วก็ตามที แต่ผมก็ยังมีความหวังว่ามันอาจจะเป็นเพียงภาพหลอน จากผลข้างเคียงของการลาลาลอยเพราะแดกเหล้าเกินลิมิตเท่านั้น

[มึงจูบพี่ธิว]

“ไอ้เชี่ยยย คิดก่อนตอบก็ได้ หรือมึงควรจะเกริ่นเรื่องอื่นก่อน ให้กูได้ทำใจบ้างดิวะไอ้คิว!”

[เอ้า! ถามมากูก็ตอบไป และถึงเกริ่นไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก ในเมื่อมึงจูบพี่เขาจริง ๆ จูบดูดดื่มด๊วบด๊าบจนกูนี่ขนลุกซู่ ๆ เลย]

“ด๊วบพ่องมึงดิ! ทำไมมึงไม่ห้ามกูวะ!”

[ห้าม-่าอะไรล่ะ กูก็ช็อกอยู่ไงไอ้ฟาย]

“กูจะทำไงดีวะไอ้คิว!”

เมื่อกี้ยังไปนอนซุกอกมันอีก ขายขี้หน้าฉิบ!

[ไหน ๆ ก็ผิดผีกันแล้ว...ก็ยอมเป็นเมียพี่ธิวไปเหอะ เดี๋ยวก็ชิน]

“ไอ้ห่าคิวกูไม่ขำนะโว้ย!”

[ก็เรื่องของมึง...ไปเคลียร์กับผัวมึงเอาเองแล้วกัน กูจะไปนอนแล้ว]

ตู๊ดตู๊ดตู๊ดดดด...

ไอ้เพื่อนชั่ววววว!

ฮืออออ ดึงทึ้งหนังหัวอย่างบ้าคลั่ง

ผมทำอะไรลงไป! ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่หนายยย!

.

.

“ไอ้เตี๋ยว! มึงจะมาอยู่กับกูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!”

ณ เวลานี้ ผมนั่งกอดขอบประตูห้องนอนไอ้คิวไว้แน่น แบกเป้ใบโตไว้บนบ่า ขณะที่เจ้าของห้องพยายามดึงตัวผมให้ออกจากห้องนอนของมัน

“กูเป็นเพื่อนรักมึงนะไอ้คิว แค่นี้ช่วยกูไม่ได้หรือไง” ผมดัดเสียงให้นุ่มละมุนราวกับเสียงพากย์วอลต์ ดิสนีย์ เผื่อจะน่าเอ็นดูเหมือนทวิตตี้บ้าง

“กูช่วยได้แต่มึงจะมาอยู่แบบไม่มีกำหนดกลับแบบนี้ไม่ได้ มึงเข้าใจไหมไอ้ฟาย!”

“แล้วจะให้กูทำยังไงล่ะ กูไม่มีหน้าอยู่บ้านเดียวกับมันหรอก...มึงให้กูอยู่เถอะนะเพื่อนรัก”

“มึงรักหรือมึงจะฆ่ากูฮะไอ้เตี๋ยว มึงก็รู้ว่ากูขอที่บ้านมาอยู่คอนโดเพราะอะไร มึงยังจะมาเป็นภาระกูอีก”

“มึงหยุดหิ้วหญิงสักสองสามอาทิตย์จะตายหรือไงวะ” ผมทำหน้าตาอ้อนวอนขอร้องมันสุดพลัง แม้ว่าผมจะมาเป็นก้างชิ้นโตในการหิ้วสาวของไอ้ตี๋บ้ากามก็ตามเหอะ

“สองสามอาทิตย์น่ะกูทนได้ แต่กลัวว่ามึงจะอยู่สองสามเดือน หรือไม่ก็สองสามปีน่ะสิ!”

“ไม่รู้เว้ย! ถ้ามึงไม่ให้กูอยู่นะไอ้คิว...กูจะโทรฟ้องม้ากับป๊าเรื่องที่มึงชอบหิ้วหญิงมานอนที่คอนโด แล้วมึงก็ต้องระเห็จกลับบ้านแน่ ๆ ทีนี้กูก็ไปอยู่บ้านมึงได้อยู่ดี ม้าใจดีกว่ามึงเยอะ!”

“ไอ้เชี่ยยย...กว่ากูจะขอออกมาอยู่คนเดียวได้เลือดตาแทบกระเด็นนะเว้ย!”

“กูรู้เพราะกูเป็นคนช่วยอ้อนม้ามึงด้วย มึงควรทดแทนบุญคุณกู ณ บัดนาว!”

“ถ้างั้นกูก็จะไปฟ้องแม่มึงเรื่องที่มึงจูบพี่ธิวเหมือนกัน!”

“ไอ้เชี่ย!” ผมรีบเด้งตัวออกจากขอบประตูโดยพลันและเปลี่ยนไปเกาะขาไอ้เพื่อนใจดำแทน “ถ้ามึงทำแบบนั้น...กูจะกัดขามึงให้ขาดเลยไอ้เพื่อนเวร!”

“มึงเป็นหมาหรือไง! ปล่อยกูเลย!”

“ไม่! ถึงยังไงกูก็ต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ กูขอร้องงงง”

รวบขาแม่งเลย อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้เลยมึง

“โอ๊ย! ไอ้เชี่ยเตี๋ยวปล่อยนะเว้ย!” เจ้าของห้องที่ล้มมากองบนพื้นด้วยกันแหกปากด่าผมใหญ่พลางออกแรงถีบให้ผมหลุดออกจากขา แต่ไม่ได้ผลกับคนมือกาวอย่างผมหรอก

“มึงต้องให้กูอยู่ด้วยนะไอ้คิว!”

“แม่ง! เออ ๆ อยากอยู่ก็อยู่ ปล่อยกูได้แล้ว มึงจะดูไข่กูหรือไงวะ ดึงจนกางเกงกูหลุดหมดแล้วเนี่ย!” ไอ้คิวปล่อยมือจากการผลักหัวผมและเปลี่ยนไปดึงขอบกางเกงนอนของตัวเองแทน

“มึงพูดจริงนะ! ให้กูอยู่ด้วยแล้วนะ!”

“เออ! เลิกดึงกางเกงกูสักทีดิวะ กูไม่ได้ใส่ลิงนะเว้ย มึงอยากเซย์ฮัลโหลกับสาขาย่อยกูหรือไงไอ้เชี่ยเตี๋ยว!”

ผมรีบปล่อยมือจากมันและเด้งตัวขึ้นแทบไม่ทันเพราะความอุบาทว์ของไอ้คิว

“กว่าจะปล่อยได้นะมึง...จะทำอะไรก็เรื่องของมึงแล้วกัน กูจะกลับไปนอนแล้ว แม่ง...มาให้กูเหนื่อยแต่เช้าเลยนะไอ้เตี๋ยว” มันบ่นอย่างหงุดหงิด แล้วเดินข้ามผมกลับเข้าไปในห้องนอนแถมปิดประตูดังปังใส่หน้าผมอีกต่างหาก

ช่างแม่งเหอะ...

มันคงหงุดหงิดที่ผมมากวนใจแต่เช้า แต่ยังไงซะผมก็ชนะในสงครามครั้งนี้แล้ว และย้ายสำมะโนครัวได้สำเร็จ แม้จะแค่ชั่วคราวแต่ผมก็ต้องการมาตั้งหลักก่อน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องที่ไปกระชากไอ้พี่ธิวมาจูบกลางคลับอย่างเดียวหรอกครับ แต่พอใช้เวลาทบทวนแล้ว…ผมก็จำได้ว่าเมื่อคืนทำอะไรไว้บ้าง

...‘พี่อยากมีอะไรกับผมไหม’...

ประโยคควายเรียกพ่อที่ผมพูดออกไปแถมยังไปลวนลามเหมือนอยากจับมันทำเมียแบบนั้นอีก ยิ่งทำให้ผมอับอายหนักกว่าเดิม จากนั้นก็เอาแต่ร้องไห้นอนซบให้มันปลอบใจอยู่ค่อนคืน จนขึ้นไปนอนบนเตียงก็ยังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดมันยันเช้า

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นสิ่งที่คนโคตรคูลอย่างผมควรจะรับไหวไหมล่ะครับ...ตอบเลยว่าไม่ไหวหรอก...ผมอยู่เผชิญหน้ากับมันไม่ได้จริง ๆ แก้ผ้าต่อหน้ามันก็ยังไม่อายเท่านี้เลย ฉะนั้นคอนโดไอ้คิวจึงเป็นหลุมหลบภัยเดียวที่ผมคิดออก นับจากนี้ผมจะฝังตัวอยู่ที่นี่ คอยเกาะไอ้คิวเหมือนเป็นเหาฉลามจนกว่าไอ้พี่ธิวจะย้ายออกจากบ้านก็แล้วกัน แม้ว่าไอ้คิวจะไม่ยอมง่าย ๆ แต่ผมจะอ้อนมืออ้อนตีนมันไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะยอมนั่นแหละ

ครืด~ ครืด~ ครืด~

“ไอ้เตี๋ยวโทรศัพท์มึงสั่นมารอบที่ร้อยแล้วไอ้ฟาย รับ ๆ ไปซะ หรือไม่ก็ปิดเครื่องไปเลย”

เจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนพื้น สายตาจับจ้องเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ส่งเสียงบ่นผมเหมือนเคย ส่วนผู้อาศัยก็นอนเป็นซากอยู่บนโซฟาปล่อยให้โทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะ เพราะสายเรียกเข้าที่โชว์หราด้วยชื่อแฟนเก่าที่ไม่อยากจำ

“ปิดเครื่องได้ที่ไหนล่ะ เมื่อวานกูปิดหนีไปทั้งวันจนแม่กูโทรมาไม่ติด เมื่อเช้ากูโดนด่าหูชาเลยเนี่ย”

“งั้นมึงก็รับ ๆ ไปเลย จะได้รู้ว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรนักหนาถึงโทรมาหามึงไม่หยุดหย่อน นี่มันสี่วันแล้วนะโว้ยที่เขาโทรหามึงจนสายจะไหม้เนี่ย กูว่าคุยไปเหอะจะได้จบ ๆ สักที”

“แต่กู --”

“เลิกหนีเหอะว่ะ มึงเคลียร์แม่งให้จบไปทีละเรื่องเลย ไหนจะเรื่องพี่ธิวที่มึงยังไม่ได้เคลียร์อีกนะ มึงจะสะสมปัญหาไว้ชิงโชคหรือไง”

“เฮ้อ...เออ ๆ”

มันบ่นจนจะเป็นพ่อผมอยู่แล้วเนี่ย รับก็ได้วะ…พอกลั้นใจกำลังจะกดรับ ก็ไม่ทันปลายสายที่วางไปซะก่อน

ติ๊ง~

แหม...อุตส่าห์จะกรีดร้องดีใจที่เขาตัดใจวางสายไปแล้วแต่เสือกโผล่มาในไลน์แทน พอกดเปิดดูก็เห็นแค่ข้อความสั้น ๆ ว่า ‘เราต้องคุยกัน’ พร้อมด้วยคลิปอะไรสักอย่าง แม้ผมจะไม่ได้สนใจอะไรมากนักแต่ก็จำใจกดเปิดดู

.

.

“เชี่ย!”

“ห่า! ตกใจหมด…มีอะไรวะไอ้เตี๋ยว” ไอ้คิวกดหยุดเกม หันมามองผมที่นั่งช็อกกับคลิปที่ได้เห็น

แม้มันจะเป็นคลิปสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาที แต่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจไปทั้งชีวิตเลย...เพราะมันเป็นคลิปในคืนที่ผมไร้สติกลางคลับนั่นน่ะสิ!

ให้ตายเหอะ! อย่าให้รู้นะว่าใครถ่าย!

...กูจะเอาเงินไปไถ่คืนนนน ฮืออออ

“ไอ้คิว...คลิป...” ผมยื่นโทรศัพท์ให้ไอ้คนข้าง ๆ ดูจะได้ช็อกเป็นเพื่อนกัน

“ไอ้เชี่ยเตี๋ยว! มึงดังแล้วสัด!”

นั่นไง...ช็อกไม่ต่างจากผมเลย

“กูจะทำยังไงดีวะ มันดูออกว่าเป็นกูใช่ไหม” ผมถามอย่างร้อนรน ไม่มีความคิดใด ๆ อยู่ในหัวตอนนี้เลย

“ก็...ไม่แน่ใจว่ะ ถึงจะมืดแต่ก็พอเห็นอยู่ มึงโทรกลับไปหามินดิวะ ถามเลยว่าจะเอายังไง มึงคงต้องเคลียร์กับเขาให้มันจริงจังแล้วแหละ”

“เคลียร์ยังไงวะ”

“ยังไงก็ได้ให้เขาไม่เอาคลิปมึงไปประจานน่ะ”

“โอ๊ย! กูอยากจะบ้าตาย! ทำไมกูต้องมาเจอเรื่องอะไรอย่างนี้ด้วยวะเนี่ย”

.

.

เวลาล่วงเลยมาเกือบห้าทุ่มแล้ว กว่าผมจะมาถึงห้องของมินเพื่อเคลียร์ปัญหาตามที่เธอร้องขอ และตอนนี้ผมก็นั่งประจันหน้ากับคนรักเก่าอยู่บนโซฟาที่ผมเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น

“เตี๋ยวทำบ้าอะไร! ทำไมถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงฝากเพื่อนมินมาบอกอะไรแบบนั้นฮะ!”

“ก็พวกนั้นอยากรู้อยากเห็นมากนัก เตี๋ยวก็แค่บอกสิ่งที่อยากรู้ให้เท่านั้นเอง”

“บอกว่าตัวเองเป็นเกย์เนี่ยนะ!”

“เตี๋ยวไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นเกย์ มีแต่คนอื่นต่างหากที่คิดว่าเตี๋ยวเป็น...มินเองก็เชื่อเรื่องพวกนั้นด้วยไม่ใช่หรือไง”

“มินไม่ได้บอกว่าเชื่อ! แต่มินแค่บอกว่าอายที่มีเรื่องแบบนั้นของเตี๋ยว เรื่องเก่า ๆ ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปทั่วแบบนั้นน่ะ! ”

“หึ! ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เห็นต้องแคร์ใครเลย แต่ที่มินเลือกทำก็คือการไปมีอะไรกับคนอื่นเนี่ยนะ!”

ตอนแรกก็ตั้งใจจะมาอย่างสันติหรอกนะ แต่พออีกฝ่ายขุดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาพูด และทำเหมือนว่าทั้งหมดมันเป็นความผิดของผม แผนเดิมที่คิดไว้ก็มลายหายไปในพริบตา

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ! ในเมื่อเตี๋ยวไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนเลย แถมยังทำเหมือนไม่อยากสัมผัสเราด้วยซ้ำ แล้วจะให้เราไปยืนยันกับคนอื่นว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริงหรือไง ทั้งที่เตี๋ยวก็ไม่เคยคิดจะเล่าให้เราฟังเลยสักครั้ง!”

“พอเหอะมิน! เลิกโยนความผิดมาให้เตี๋ยวสักที การที่เราให้เกียรติคนที่ตัวเองรัก มันผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ เตี๋ยวว่าเลิกพูดเรื่องเก่าเหอะ ยังไงเราก็จบกันไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เตี๋ยวก็ไม่อยากรู้อีกแล้วละ...พูดเรื่องที่ให้เรามาดีกว่า”

“มันก็เรื่องเดียวกันนั่นแหละ! เตี๋ยวไปจูบผู้ชายกลางคลับแบบนั้นหลังจากที่เลิกกับเรา แล้วยังมีหน้าไปบอกว่าเป็นคนเก่าในอดีตนั่นอีกจะให้คนอื่นเขาคิดยังไง อยากให้เราโดนหัวเราะเยาะมากใช่ไหม!”

ที่แท้มินก็แค่ห่วงตัวเองสินะ...

ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยบอกว่าภูมิใจแค่ไหนที่ได้ผมมาเป็นแฟน งั้นผมก็คงไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรเธอเหมือนกัน ไหน ๆ ผมก็ต้องเจ็บอยู่แล้ว ให้คนอื่นเจ็บบ้างก็คงไม่ผิดอะไรนักหรอก ก็เหมือนอย่างที่พี่บิวบอกไง...ผมไม่จำเป็นต้องเจ็บคนเดียวแบบนี้สักหน่อย

“เราไม่รู้หรอกว่ามินจะโดนหัวเราะเยาะไหม แต่เราแค่บอกสิ่งที่มันเป็นจริง มินจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เรื่องของมินแล้วกัน ถ้าอยากจะเอาคลิปไปประจานก็ตามใจนะ เราเป็นผู้ชายไม่ค่อยเสียหายอยู่แล้ว แต่มินคงจะถูกนินทาว่าโดนเกย์หลอกแน่ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ของมิน...คงสนุกปากน่าดูกับเรื่องนี้”

“เตี๋ยว!”

ผมปล่อยให้มินโมโหหน้าดำหน้าแดงอยู่อย่างนั้น แล้วเดินออกจากห้องมาโดยไม่ได้ขอให้เธอลบคลิปอย่างที่ตั้งใจไว้ จากสถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่ามินน่าจะอายมากกว่าผมเสียอีก และแม้จะมีคลิปหลุดออกไปผมก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นการตัดสินใจของผมเอง ก็หวังได้แค่ว่าเรื่องมันจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้เท่านั้นเอง

“เตี๋ยวจะไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”

ผมเกือบจะเดินไปถึงรถฟอร์จูนเนอร์สีน้ำตาลที่จอดอยู่หน้าหอพักแล้ว แต่กลับถูกมินที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาดึงรั้งให้ผมหยุดคุยกับเธออยู่ที่หน้าตึก

“เราไม่มีอะไรจะคุยแล้วมิน”

“แต่เราไม่ยอมให้เตี๋ยวเอาไปพูดบ้า ๆ แบบนั้นหรอกนะ เราจะดูโง่ขนาดไหนกัน!”

“นั่นมันก็ --”

“มิน!”

ให้ตายเหอะ!

ดึกดื่นขนาดนี้พวกยัยแอปเปิ้ลเน่ามันไม่หลับไม่นอนกันบ้างหรือไง ดูจากสารรูปแล้วก็คงเพิ่งกลับมาจากท่องราตรีอย่างเคย คราวนี้มากันเป็นแก๊งห้าหกคนเลย ดันมาเห็นตอนที่มินเกาะแขนผมอย่างกับปลิงด้วย

“เปิ้ล…”

“นี่...นายมาทำอะไรที่นี่อีกล่ะ มาสารภาพความจริงเรื่องรสนิยมทางเพศหรือไง”

ผมจะไม่ถือสา ผมจะไม่รู้สึกกับคำถากถางของสก๊อยหรอก แต่คนที่รู้สึกน่าจะเป็นคนที่เกาะแขนผมซะแน่นจนเลือดไม่เดินแล้วเนี่ยแหละ

“ใช่...เตี๋ยวมาหาเรา มาทำให้อะไร ๆ ที่เราเคยเข้าใจผิดกันมันชัดเจนขึ้น”

“เข้าใจผิด...นี่หมายความว่าแกกับ…”

“ก็...อย่างที่เห็น”

เห็นอะไรวะ...ก็แค่เกาะแขนเป็นปลิงดูดเลือดแค่เนี่ย แต่คำพูดของพวกเธอมันดูสื่อความหมายมากกว่าที่เห็นเยอะนะ

“เราต้องกลับแล้ว...ไอ้คิวรออยู่” ผมพูดตามมารยาทและพยายามแกะมือคนข้างกายออก

“นายไม่ได้มาคนเดียวเหรอ”

“เปล่า”

สั้น ๆ ได้ใจความ ผมต้องการกลับด่วน ๆ เพราะเบื่อสถานการณ์จิกกัดของพวกชะนีมาก แต่จู่ ๆ ยัยหัวหน้าสก๊อยก็หัวเราะร่วนออกมา แบบที่ผมก็งงว่ามันน่าขำอะไรกับแค่คำว่าเปล่าของผมเนี่ย

“มิน...แกคงไม่ได้โกหกพวกฉันเรื่องหมอนี่หรอกใช่ไหม”

“แกหมายความว่าไง!”

“เอ้า...ก็พูดเรื่องจริงไง มันคงไม่มีใครมาทำเรื่องอย่างว่า ทั้งที่เพื่อนมานั่งรออยู่แบบนี้หรอกนะ”

เรื่องอย่างว่า?! ผมบอกตอนไหนวะว่ามาทำอะไรแบบนั้น

“ทำไมเราต้องโกหกพวกแกด้วยล่ะ คลิปของเตี๋ยวน่ะลบออกไปให้หมดเลยนะ เพราะมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ฉันเคลียร์กับเตี๋ยวแล้ว”

โห! ยกสตรอว์เบอร์รีมาทั้งไร่เลยหรือไงวะนั่น

“ฉันไม่เชื่อ”

เออ...กูก็ไม่อยากเชื่อว่าต้องมายืนงงอยู่กลางดงสตรอว์เบอร์รี ที่มีสก๊อยยืนเป็นแผงแบบนี้เหมือนกัน

“เคลียร์เอาเองแล้วกัน” ผมหันไปบอกมินและหันหลังเดินออกจากกลุ่มสก๊อยเบอร์รี

“เดี๋ยวสิ!”

แม่ง...ตอนไม่อยากไปก็ไล่ ตอนอยากไปให้ห่างก็รั้งไว้ รั้งจนเสื้อตราห่านของผมจะขาดอยู่แล้วเนี่ย ของรักของหวงนะครับ

“ดูเหมือนแฟนเก่าสุดหล่อที่แกชอบเอามาอวดนักหนาจะไม่ค่อยอยากคุยกับแกเท่าไรแล้วนะ”

“แกไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่าเปิ้ล!”

เออ! หุบปากไปเลย เสื้อกูจะขาดติดมือมินอยู่แล้วเนี่ย

“ฉันรู้อะไรมากกว่าแกเยอะนะมิน...ฉันว่ายอมรับเหอะ ว่าแกโดนหลอกมาตั้งสามปีน่ะ”

“งั้นฉันจะพิสูจน์ให้พวกแกเห็นว่าพวกแกคิดผิด!”

พิสูจน์ยังไง...

ห่าเหววววว!

การจู่โจมที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะถูกมินโน้มคอลงไปหาก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทันที ความตกใจของผมทำให้จูบของเราครั้งนี้โคตรลึกซึ้งและตรึงใจ แต่ผมสำนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะแฟนเก่าที่โดนทิ้งจึงรีบผลักเธอออกในทันที แต่ไม่รู้ว่ามินไปแอบเรียนกายกรรมมาตั้งแต่เมื่อไรเพราะเธอเบียดตัวเข้ามากอดกระหวัดผมไว้ได้อย่างแนบแน่น จนสติของผมเกือบเตลิดเปิดเปิงไปไกลเพราะรสจูบที่พาใจคนชอกช้ำวาบหวามไปได้ง่าย ๆ

“น้องมิน!” เสียงเรียกสนั่นหวั่นไหวจากใครบางคน ทำให้มินยอมละริมฝีปากออกจากผมเสียที

“พี่โก้!”

พี่โก้ไหนไม่รู้…ผมไม่รู้จัก แต่อยากกล่าวขอบพระคุณที่มาช่วยชีวิตผมจากการถูกลวนลามในที่สาธารณะได้ทันเวลาพอดี แต่พอหันไปดูไอ้พี่โก้อย่างเต็มตาผมก็เพิ่งตระหนักได้ว่าไอ้ผู้ชายร่างใหญ่หน้าโหดเหี้ยมเหมือนพวกหัวหน้าแก๊งปาหิน มันไม่น่าจะมีเจตนามาช่วยผมหรอก เพราะผมยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามความอะไรจากใคร ไอ้หน้าเถื่อนก็วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมเพื่อนทั้งฝูง

“กรี๊ดดดด!!!”

อีพวกสก๊อย! ชิ่งหนีก่อนกูเลยนะห่าน!

แล้วจะอยู่ทำมะเขืออะไรล่ะครับ ผมวิ่งสี่คูณร้อยไปที่รถไอ้คิวทันที ไม่ต้องรอให้ตีนมาทักทายก่อนหรอก

“ไอ้เหี้ย! อย่าหนีนะมึง มาจูบเมียกูได้ไงวะ!”

เมีย?! ถ้าไอ้เหี้ยมนี่เรียกมินว่าเมีย ไอ้ตี๋หน้าจืดนั่นจะเป็นอะไรกับมินล่ะวะ

แม่ง! ผมคบมาสามปียังเป็นได้แค่แฟนเลยนะเว้ย ข้ามหน้าข้ามตากูเกินไปแล้ว ไอ้พวกเห้!

“ไอ้เตี๋ยว!”

ผมหันเหความสนใจจากการวิ่งหนีตายไปมองข้างทางอีกฝั่งถนน และเห็นไอ้คิวกำลังเดินกลับมาที่รถพร้อมถุงเซเว่นในมือ

ไอ้เชี่ยยย...มึงไปรับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มได้ถูกเวลามาก!

“ไปสตาร์ตรถเลยไอ้คิว!” ผมตะโกนบอกเพื่อนที่ทำท่าจะวิ่งเข้ามาหา แม้จะซึ้งใจที่มันไม่ทิ้งเพื่อนแต่ช่วยใช้ให้ถูกที่ถูกเวลาหน่อยเหอะ เดี๋ยวก็ได้ตายคู่พอดี

“เฮ้ย! มันจะหนีแล้วพี่!”

“ถ้าไม่หยุดกูยิง!”

กึก!

“อย่ายิง ๆ ผมอธิบายได้!” ผมหยุดวิ่งและยกมือขึ้นกุมหัวไว้โดยอัตโนมัติ

“อธิบายเหรอ!”

พลั่ก!

“โอ๊ย!”

พอหันไปก็ไม่เจอปืนหรอกครับ แต่เจอตีนที่ซัดเข้ามาเต็มหน้าท้องจนผมกระเด็นลงไปกองกับพื้น

จุกฉิบ...

“ว้าย! อย่า ๆ อย่าทำนะ!”

ผมคิดว่าโดนยำเละแน่แต่มินวิ่งเข้ามาช่วยขวางผมไว้ พอดีกับที่ไอ้คิวขับรถเข้ามาเบียดจนพวกมันแตกฮือออกพลางเอ่ยเรียกบุพการีกันยกใหญ่

“เฮ้ย! ไอ้เตี๋ยว!” ไอ้คิวรีบวิ่งพรวดพราดลงมาจากรถและช่วยพยุงผมขึ้นจากพื้น

“ถอยไปนะมิน!” ไอ้เหี้ยมตะโกนใส่มิน ขณะที่เพื่อนของมันก็ทำท่าอยากจะเข้ามากระทืบผมกับไอ้คิวเต็มแก่แล้ว ถ้าเพียงไอ้เหี้ยมสั่งพวกผมก็คงเละแน่

“ไม่! พี่โก้ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”

“ทำไมจะไม่ได้! ไอ้เหี้ยนี่มันเป็นชู้กับเมียพี่นะ!”

“มินไม่ได้เป็นเมียพี่นะ! เราไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ เลิกยุ่งกับมินซะที!”

ไม่ได้คบ...แต่ไอ้เหี้ยมกล้าเรียกว่าเมียเต็มปากแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกแย่เข้าไปอีก ทั้งที่ผมหล่อเลิศไม่แพ้ใครแต่มินเล่นไปนอนกับคนโน้นคนนี้ไปทั่ว รู้สึกเสียเซลฟ์อย่างบอกไม่ถูกเลยว่ะ แถมหน้าแบบไอ้ห่านนี่มินยังเอาอีกเหรอ...มินเมาหรือบ้าวะเนี่ย!

“แต่พี่ไม่เลิก!”

“ถ้าไม่เลิกยุ่งกับมิน มินจะแจ้งตำรวจ!”

“น้องมิน!”

“พี่โก้ไม่มีสิทธิ์มาทำเตี๋ยวเพราะว่าเขาเป็นแฟนมิน ส่วนพี่เป็นแค่กิ๊กเข้าใจให้ถูกด้วย!”

เวรรรรร!

“กูเลิกกันแล้ว!” รีบบอกสถานะอย่างว่องไวเพราะผมไม่อยากโดนตีนเพิ่ม

“เตี๋ยว!”

“เราเลิกกันแล้วมิน แค่นี้เราก็ซวยเพราะมินมากพอแล้วนะ”

“เราช่วยเตี๋ยวอยู่นะ!”

ช่วยให้โดนกระทืบหนักกว่าเดิมน่ะสิ ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามันโมโหจนจะฆ่าพวกผมอยู่แล้วเนี่ย

“มึงเป็นแฟนมินงั้นเหรอ!”

“กูเลิกกันแล้ว มึงไปเคลียร์กันเอาเองแล้วกัน กูไม่เกี่ยว!” ผมบอกไอ้เหี้ยมที่ดูช็อกกับสถานะของตัวเองไม่น้อย แต่ผมไม่โทษมันหรอกเพราะผมเองก็ช็อกเหมือนกัน

“กูไม่เชื่อ! ถ้างั้นมึงมาทำเหี้ยอะไรที่นี่แถมยังจูบกันอีก กูไม่ได้โง่นะเว้ย!”

เป็นแค่กิ๊กยังบอกว่าตัวเองไม่โง่อีกนะไอ้ควาย!

ถ้าผมไม่กลัวตะกั่วกับโปรตีนนะ ผมจะด่าออกไปดัง ๆ ให้มันรู้ตัวเลย

“เพื่อนกูพูดเรื่องจริง มินเรียกมันให้มาเคลียร์เฉย ๆ เพื่อนกูก็แค่มาตามที่เขาขอเท่านั้นแหละ อีกอย่างนะเพื่อนกูมีแฟนใหม่แล้ว มันไม่สนเด็กมึงหรอก”

“คิว!”

“ทำไม...ก็เราพูดเรื่องจริง ไอ้เตี๋ยวมันมีคนใหม่แล้วมิน เลิกมายุ่งกับมันสักทีเหอะ มินก็รู้นี่ว่าใคร”

ใครวะ?

“ไม่จริง!”

“จริง! มันอยู่กับพี่เขาแล้วนะมิน เลิกมายุ่งกับมันเหอะ ไอ้เตี๋ยวมันชอบผู้ชายแล้ว มินทำใจเหอะนะ ขอร้อง...ถึงจะเสียหน้าไปหน่อยแต่ก็ต้องทำใจนะ”

ไอ้ห่านเพื่อนรัก! พูดอะไรปรึกษากูบ้างไอ้คิววว

“ฮะ! มึง...เป็นเกย์เหรอวะ!”

มึงจะแหกปากทำกล้วยอะไรไอ้เหี้ยม!

“ตอนแรกไม่ได้เป็นแต่ตอนนี้เพิ่งรู้ตัวว่ะ มันก็เลยเลิกกับมินไง แต่เมียมึงไม่ยอมเลิกเพราะว่ากลัวเสียหน้า…ใช่ไหมไอ้เตี๋ยว”

“ฮะ?...”

“จริงอย่างที่เพื่อนมึงพูดรึเปล่าวะ!”

“ไอ้บ้านี่มันโกหกต่างหากล่ะ!”

มินเถียงอย่างหงุดหงิด จ้องหน้าไอ้คิวอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ผมนี่สิที่ลำบากใจสุด ๆ ไม่ใช่เพราะสงสารมินหรอกนะครับ...แต่สงสารตัวเองนี่แหละ!

ถ้าปฏิเสธก็เสี่ยงได้แดกเวย์โปรตีน ถ้ายอมรับก็กลายเป็นเกย์อีก ทำไมมึงให้ทางเลือกกูน้อยจังวะไอ้เชี่ยคิว!

“กู...”

“ถ้าพวกมึงโกหกเจอตีนกูแน่!”

เอาละครับ…ตอนนี้ระหว่างเกือกกับเกย์ กูก็คงต้องลือกเกย์แล้วแหละ

“เออ! กูเลิกกันแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก มึงจัดการเรื่องของพวกมึงเอาเองแล้วกัน”

“สรุปว่ามึงเป็นเกย์...”

ไอ้ห่าน! มึงจะอยากรู้รสนิยมของกูอะไรนักหนาวะ!

“ไม่ได้เป็นสักหน่อย!”

“มันไม่สำคัญหรอกมินเพราะตอนนี้เตี๋ยวมีคนที่ชอบแล้ว...เลิกยุ่งกับเราสักทีเถอะ” ผมพูดกับมินอย่างจริงจังเพราะไม่อยากให้เธอมายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ผมอยากออกไปจากเรื่องแย่ ๆ พวกนี้เสียที

“ไม่จริง!”

“น้องมิน!”

“กลับกันเหอะมึง” ผมหันไปชวนไอ้คิวที่พยักหน้ารับและเดินไปประจำที่คนขับ

“มินไม่เชื่อ! ยังไงมินก็ไม่เชื่อ!”

ผมขึ้นรถโดยไม่ได้หันไปมองมินอีกและปล่อยให้เธอโวยวายต่อไป ส่วนไอ้หน้าเหี้ยมก็ดึงรั้งเธอไว้เพื่อเคลียร์ปัญหาของตัวเอง

“ผู้หญิงเหี้ยอะไรวะร้ายชิบเป๋ง มึงคบมาได้ไงตั้งสามปีแถมเขามีผัวตั้งกี่คนแล้วเนี่ยไอ้เตี๋ยว”

นั่นน่ะสิ...ผมโง่อะไรได้ขนาดนี้วะ โง่รักผู้หญิงคนนี้มาได้ตั้งหลายปี โดยไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าเธอไม่ได้มีผมแค่คนเดียว ความจริงข้อนี้ทำให้ผมจุกจนพูดไม่ออก จุกมากกว่าที่โดนถีบเมื่อกี้ซะอีก

“เฮ้อ...เจ็บหนักล่ะสิมึง อย่าไปเสียใจเลย เลิกมาได้ก็ดีแล้ว แม้จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปบ้างแต่กูว่ามันก็ดีกว่าปล่อยให้เขามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตมึงนะ”

“อืม...”

แม้จะถูกมองว่าไม่แมนแต่ก็ยังดีกว่าถูกมองว่าเป็นไอ้หน้าโง่สินะ ผมต้องขอบคุณไอ้พี่ธิวหรือเปล่าที่ใช้มันมาเป็นข้ออ้างแบบนี้น่ะ แต่อย่าให้มันรู้ดีกว่า...เพราะผมไม่อยากทำให้เรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ผมเชื่อแล้วครับว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย...เพราะคลิปความจริงที่ผมทำอะไรสิ้นคิดลงไปในวันนั้น มันก็ไม่ตายด้วยเช่นกัน

“เอาน่าไอ้เตี๋ยว...ถ้าใครมาถามหรือมากวนตีนใส่ ก็บอกไปเลยว่าไม่ใช่มึง”

ผมยังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเหมือนเดิม แม้ไอ้คิวจะเสนอทางออกกับการปฏิเสธความอับอายที่ถูกกระจายไปทั่วในตอนนี้

“เลิกจิตตกเหอะไอ้เตี๋ยว กูว่าทำตัวปกติเดี๋ยวคนก็ลืมไปเอง เผลอ ๆ จะไม่เชื่อว่าเป็นมึงด้วย”

“เฮ้อ! มันจะได้ผลเหรอวะ” ผมจำใจเงยหน้าขึ้นมองไอ้ฟ่าที่ช่วยเสนอความคิดอีกคน

“มันก็ต้องลองดู แต่เท่าที่เห็นก็ไม่น่ากังวลอะไรนะ คลิปมันมืดจนมองแทบไม่ออกว่าเป็นมึงเลย นอกจากคนที่สนิทกับมึงถึงจะคิดว่าคล้าย”

“เออ เรื่องคลิปของมึงไม่น่าห่วงเท่าเรื่องที่ไอ้ฟ่ามีรอยช้ำเด่นหราอยู่บนหน้าแบบนี้หรอก”

“อ้าว...ทำไมเปลี่ยนมาเรื่องผมอีกแล้วล่ะพี่บิว”

“ก็เรื่องมันน่าสงสัยกว่านี่หว่า มันเรื่องห่าอะไรถึงต้องมายำมึงแบบนี้วะ”

จริงครับ...ไอ้ฟ่าน่าห่วงกว่าผมนิดหน่อย ตรงที่มันเจ็บตัวมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ระดับลูกชายตระกูล ‘โรจนอมรกุล’ นักธุรกิจนำเข้ายานยนต์ชื่อดังไม่น่ามีใครกล้าแตะหรอก แต่มันก็ยังหน้าฟกช้ำมาเรียนได้

“ไม่มีอะไรจริง ๆ พี่ ก็แค่ไอ้พวกมีปมน่ะ ผมจัดการไปหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

“มึงรอดมาได้ไงวะ กูไม่เห็นมึงเคยมีเรื่องกับใครเขาสักครั้ง”

“กูไม่ชอบมีเรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญญาเอาตัวรอดนะไอ้คิว แต่วันนั้นก็โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยไว้ได้ทันด้วย”

“ใครวะ”

“เด็กมอเรานี่แหละ”

“มอเราตั้งกว้างกูจะรู้ไหม บอกมาเลย กูจะได้ไปตอบแทนให้ที่เขาช่วยมึง”

“ไม่ต้องเลยพี่บิว เขาจะกลัวพี่เปล่า ๆ”

“กลัวทำไมวะ”

“ก็ชื่อเสียงพี่มันโหด”

“กูโหดเฉพาะกับพวกเหี้ย ๆ โว้ยไอ้ฟ่า”

เออก็จริง...ถึงพี่บิวจะขึ้นชื่อว่าเป็นมาเฟีย เพราะครอบครัวที่รัสเซียทำธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธ พ่อพี่บิวก็เป็นอดีตคณะทูตรัสเซีย ส่วนแม่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของสถานทูตไทย แต่ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าคนอย่างพี่บิวไม่เคยรังแกใครก่อน แม้แต่เด็กวิศวะยังนับถือพี่บิวเลยครับ เพื่อนฝูงต่างคณะก็เยอะแยะด้วย

“ผมรู้แต่บางคนเขาก็ไม่รู้นี่พี่ ช่างมันเหอะ...ผมไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ”

“เออ ๆ ตามใจมึงแล้วกัน ส่วนไอ้เตี๋ยว...เลิกกังวลเรื่องคลิป-่านั่นได้แล้ว ถ้าใครมาพูดเหี้ย ๆ กับมึงก็บอกกู เดี๋ยวกูปิดปากมันให้เอง”

“ปิดง่ายแบบนั้นก็ดีดิพี่ เฮ้อ...แค่เรื่องผมน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่ถ้ามีคนจำได้ว่าอีกคนเป็นไอ้พี่ธิวจะทำไงวะ พี่มันเป็นอาจารย์นะเว้ย”

“โอ้โฮ! ด๊วบปากกันทีเดียวเป็นห่วงกันแล้วเว้ย”

“มึงอยากโดนตีนกูเหรอไอ้คิว กวนตีน!” ผมส่งตีนไปสะกิดมันใต้โต๊ะทันที พอดีเป็นพวกปากว่าตีนถึงน่ะครับ

“ก็ปกติกูไม่เห็นมึงจะสนใจว่าพี่หมอเขาจะเป็นยังไงเลยนี่หว่า”

“เออ กูก็ไม่ได้สนแต่แค่รู้สึกผิด กูไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนไปด้วยหรอก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกไอ้เตี๋ยว คลิปมันถ่ายตอนมึงจูบพี่หมอเขาแล้ว แทบไม่เห็นหน้าพี่เขาหรอก เห็นแต่ด้านข้างมึงแหละ”

“อย่าพูดว่าจูบบ่อยได้เปล่าวะพี่บิว ฟังแล้วขนลุกว่ะ”

“แล้วมึงจะให้กูพูดว่าไง ก็มึงจูบเขาจริง ๆ นี่หว่า”

“เออ ก็รู้ว่าจริงพี่...แต่ไม่ต้องพูดบ่อยก็ได้”

“จะให้พี่บิวพูดว่าอะไร...มึงแลกลิ้นกับพี่เขาอะไรงี้”

ป้าบ!

ก็ว่าจะไม่แต่อดไม่ได้ เลยฟาดหัวไอ้ตี๋ปากดีไปแรง ๆ จนทั้งกลุ่มหัวเราะกันใหญ่ แม้แต่มันเองที่โดนตบหัวไปก็ดูชอบใจที่กวนประสาทผมได้

“กูพูดอะไรผิดล่ะ!”

“มึงเลิกกวนตีนเลยไอ้คิว เฮ้อ! แค่นี้กูก็มองหน้ามันไม่ติดแล้ว อย่าพูดถึงเรื่องนี้บ่อยได้รึเปล่าวะ”

“มึงจะหนีไปได้สักกี่น้ำฮะไอ้เตี๋ยว ยังไงมึงก็ต้องเจอพี่หมอเข้าสักวันแหละ”

“กูหลบเก่ง กูไม่พลาดหรอก” กูใช้สติแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว ด้วยการกบดานอยู่กับมึงไง

“เหรออออ”

“เอออออ”

“เอ้า! พี่หมอสวัสดีครับ!”

“ไอ้ฟาย...มึงไม่ได้แดกกูหรอกไอ้คิว กูรู้ว่ามึงแกล้ง ไม่เนียนไปฝึกมาใหม่!” ผมโยนน้ำแข็งในแก้วใส่ไอ้คิวที่ทำท่าลุกขึ้นยกมือไหว้ไปด้านหลังผม

“กูว่าครั้งนี้มันได้แดกมึงว่ะไอ้เตี๋ยว” ไอ้ฟ่าบอกก่อนจะยกมือไหว้อีกคน

อย่าบอกนะว่า...

“สวัสดีคิว ยูฟ่า...บิวใช่ไหม”

“ครับ สวัสดีอย่างเป็นทางการครับพี่หมอ”

แม่งงงง...เสียงมาก่อนตัวแบบที่ไม่ต้องเหลียวมองคนด้านหลัง ผมก็ตรัสรู้ได้ทันทีว่าคือใคร ด้วยความสิ้นคิดอย่างแท้ทรูผมก็เลยจัดการโยนไอโฟนสุดที่รักของตัวเองลงใต้โต๊ะอย่างไม่ปรานี

ฟึ่บ!

“เฮ้ย! โทรศัพท์กู!” ผมแกล้งแหกปาก แล้วมุดทั้งหัวทั้งตัวลงไปใต้โต๊ะ ซึ่งขัดกับขนาดความสูงของผมที่แทบจะต้องนอนราบกับพื้นแทนคลานแล้ว แต่มันเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่คิดอะไรไม่ออกแล้วจริง ๆ

“อ้าว! มึงลงไปคลานเล่นอะไรใต้โต๊ะวะ” พี่บิวก้มลงมาถามผมที่คลานโง่ ๆ อยู่ใต้โต๊ะ

“โทรศัพท์หล่นน่ะพี่”

“หาเจอแล้วก็ขึ้นมาสักทีดิวะ”

“ยัง ๆ ยังหาไม่เจอเลยเนี่ย”

“ที่เล็กแค่นี้มึงยังหาไม่เจออีกเหรอวะ”

โอยยย…ไม่รู้จะตอบยังไงแล้วเนี่ย ผมก็เลยยกมือไหว้อ้าปากพะงาบ ๆ ว่า‘ไอ้ธิว’ แล้วชี้ไม้ชี้มือให้พี่บิวช่วยไล่มันไปหน่อย พี่บิวก็เหมือนจะเข้าใจดีเพราะเลิกคิ้วให้ทีหนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้นไปคุยกับไอ้พี่ธิวต่อ

“เตี๋ยวเป็นอะไรเหรอ” เสียงไอ้พี่ธิวถาม เมื่อเท้าของมันมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“อ๋อ มันซุ่มซ่ามทำโทรศัพท์ตกไปใต้โต๊ะน่ะครับ ก็เลยลงไปเก็บ”

“อ้าวเหรอ”

“ปล่อยมันเหอะครับ มันชอบทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้บ่อย ๆ แหละพี่ธิว” เสียงไอ้คิวดังมาถึงใต้โต๊ะจนผมอยากจะกระทืบเท้ามันเลย แต่ติดตรงที่เหยียดขาไม่ได้นี่แหละ เพิ่งเห็นข้อเสียของการสูงร้อยแปดสิบสามก็คราวนี้

“หึ...พี่ก็ว่างั้น”

อ้าว...ไอ้พี่ธิวฝากไว้ก่อนเหอะ แม่งกวนตีน!

“พี่หมอเพิ่งพักเที่ยงเหรอครับ” เสียงไอ้ฟ่าถาม

“อ๋อ ไม่ใช่หรอก พอดีพี่เพิ่งมาน่ะ วันนี้มีสอนแค่ช่วงบ่าย พี่ก็เลยแวะมากินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารก่อน”

“อ๋อ...งั้นนั่งที่นี่ก็ได้นะครับ เดี๋ยวพวกผมก็ขึ้นเรียนแล้ว”

ไอ้เชี่ย! ไอ้มารยาทดี! ไอ้คนไม่มีอคติ!

ผมอยากจะกัดตีนไอ้ฟ่าจริง ๆ แต่ติดตรงที่ผมไม่ใช่หมา ผมเลยหยิกขาไอ้ฟ่าไปแรง ๆ จนมันสะดุ้งและถีบผมกลับมาแต่ผมหลบทันถึงขามันจะยาวก็เหอะ

“ไม่เป็นไรดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปนั่งตรงโน้นก็ได้ มันใกล้ร้านข้าวที่พี่กินประจำน่ะ”

“อ๋อ...งั้นก็ตามสบายครับพี่”

“อือ...รีบขึ้นเรียนกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน”

“ครับ”

ผมแอบเบ้ปากใส่ความมีมารยาทของเดอะแก๊ง แต่ก็ดีใจที่เห็นว่าไอ้พี่ธิวเดินห่างออกไปแล้ว ผมจึงรีบคลานกลับไปตรงที่นั่งตัวเองและค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากใต้โต๊ะ

“เตี๋ยว...”

โป๊ก!

ไอ้เชี่ย! เดินกลับมาทำไมวะ!

ผมพยายามจะมุดถอยหลังกลับลงไป แต่ไม่ทันไอ้ตัวฝันร้ายที่เดินมายืนก้มหน้าคุยกับผมอย่างใกล้...ใกล้เกินไปแล้วไอ้สลัด!

“พี่แค่จะมาบอกว่า...เมื่อวันก่อนพี่เอาเกมที่ห้องเตี๋ยวมาเล่นนะ เดี๋ยวเล่นเสร็จแล้วจะเอาไปคืน”

มึงโทรมาบอกกูก็ได้! กูไม่ถืออออ กูเป็นคนไม่หวงของ!

“ขอให้หาโทรศัพท์เจอล่ะ”

ไอ้พี่ธิวอวยพรด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ทั้งที่มันก็เห็นโทรศัพท์อยู่ในมือผมนั่นแหละ ก่อนจากไปยังเสือกส่งมือใหญ่ ๆ มาวางบนหัวผมอย่างโคตรละมุน แม้ว่าอยากจะสะบัดหัวให้เห็บเหากระเด็นออกจากหัวพร้อมมือไอ้พี่ธิว แต่เพราะใบหน้าคมที่ก้มลงมาพูดข้างหู ซึ่งดังพอให้ทุกคนในโต๊ะได้ยิน ทำให้ภาพในคืนหายนะวิ่งกลับเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่

“พร้อมเมื่อไรก็กลับบ้านล่ะ...ทุกคนคิดถึง”

แดกอากาศยาวไปถึงพรุ่งนี้เถอะมึง

ผมมัวแต่สตั๊นอยู่กับคำพูดและแววตาวิบวับของไอ้พี่ธิว จนกระทั่งมันเดินจากไป ทิ้งให้ผมคลานโง่ ๆ ออกมาจากใต้โต๊ะ พร้อมด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงของทุกคนในแก๊ง บอกได้คำเดียวว่า...อายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!

ตอนต่อไป
[5] (พาร์ตยูฟ่า) น้ำใจนักกีฬา

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา