เรื่อง Stuck in Love (ติดรัก)
วันนี้ับ้านึกว่าปิ ไม่ใช่เาะสังสรรค์ัแก๊งาเ แต่า้องเพลงัวงดนตรีเพื่อนเก่าที่ร้านประจำ และืี้ก็ไม่มีใครที่แก๊งโผล่หัวมาเชียร์สักคนเดียว ผลมาจากวีรกรรมที่ไอ้เี๋ยวก่อไว้ครั้งก่อน มันก็เลยงดแอลกอฮอล์ทุกแขนงและคงเข็ดขยาดไปอีกนาน ืี้จึงขอตัวัก่อนเพื่อนในวงเาะต้องัไปเรียมตัวท่องประมวล เพื่อควิซย่อยวันจันทร์าแบบฉบับชีวิตเด็กนิติศาสตร์
“ไงน้องสาว จะัแล้วเหรอจ๊ะ”
แม่ง...ิว่าืี้จะ้จากไอ้พวกมีปมแล้วซะอีก
เหลือบมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่แถวหน้าซอยข้างร้านเหล้าและิว่าพวกมันคงเมากันน่าดู จึงทำเป็นไม่สนใจเสียงกวนเบื้องล่างและเดินเลยไปยังรถสปอร์ตสีเงินตัวเองที่จอดอยู่ท้ายซอย
“เฮ้ย! พวกกูเรียกไม่ได้ยินหรือไงวะไอ้ตุ๊ด!”
“เหี้ยเอ๊ย...”
“มึงด่าใครวะ!”
คำสบถคงจะดังไปหน่อย มันเลยยกฝูงมาประชิดที่ยืนอยู่ข้างรถแต่ก็แค่ทำหน้านิ่ง ยักไหล่กวนตีนใส่พวกมัน ไม่ชอบมีเรื่องแต่ไม่ใช่ว่าโดนดูถูกมาก ๆ แล้วจะต้องทนหรอกนะ เาะเรียนกฎหมายไม่ได้บวชเป็นพระ
“กวนตีนเหรอไอ้เกย์ขี้เก๊ก! กูเห็นมึงวางมาดหลอกสาวไปทั่วร้าน ถุย! ทุเรศว่ะ!”
ที่แท้ก็เป็นไอ้พวกที่ชอบเขม่นคนที่ดีกว่า พวกมันคงโดนสาวปฏิเสธมาอีกาเคยถึงได้มาาราวีแบบนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่าต้องรับผิดชอบอะไร ในเมื่อพวกสาว ๆ ก็รู้ดีว่าชอบแบบไหน แต่ก็ยังมาากรี๊ดาแอ๊วอย่างมีความหวังอยู่อย่างนั้น และมันก็ไม่ใช่ความผิดซะหน่อยที่เกิดมาดูดีกว่าพวกมัน
“ถ้าไม่ชอบก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่อยากมีเรื่องัใครเหมือนกัน” พูดเสียงราบเรียบเป็นการเือนสติพวกมันสี่ห้าคน
“แต่พวกกูอยากมีเว้ย! สำอางอย่างมึง หมัดเดียวก็จอดแล้วมั้ง”
พวกมันพากันหัวเราะัคำถากถาง แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรเาะต้องการับ้านไปแบบปิสุขมากกว่า จึงจัดการเปิดประตูรถโดยไม่สนใจเสียงหัวเราะพวกมัน
ปัง!
“กูไม่ให้ไปเว้ย!” ไอ้ตัวหัวโจกเดินเข้ามาถีบประตูรถให้ปิดลง ก่อนที่จะได้ก้าวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย
“กูไม่ชอบให้รถเป็นรอยนะ” พูดเสียงเย็นพยายามกดอารมณ์ให้ลดต่ำลง เาะไม่อยากมีเรื่องจริง ๆ แต่ก็เป็นพวกรักรถมากพอตัว แถมคันนี้รอมาตั้งหลายเดือนกว่าจะประกอบเสร็จและได้ขับยังไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ
“โอ้โฮ! หวงรถซะด้วย รถแม่งหรูขนาดนี้ มึงต้องเสียตูดไปกี่ทีวะถึงจะซื้อมาขับได้ ฮ่า ๆ ๆ”
“อัศภาค โรจนอมรกุล”
“พูดเหี้ยอะไรมึงวะ!”
“ก็ชื่อกูไง...ถ้าพวกมึงอยากรู้ว่ากูทำยังไงถึงได้มีปัญญาขับรถคันนี้ มึงก็ลองหาชื่อนามสกุลกูในกูเกิลดูจะได้ไม่ต้องมาถามอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีก”
ถึงแม้ว่าจะชอบใช้ไอคิวมากกว่าอีคิว แต่ก็ห้ามปากแรง ๆ ตัวเองไม่ได้เหมือนกันเาะคนบางกลุ่มก็ชวนให้ตีนกระตุกเป็นพิเศษ
“พ่อมึงเป็นนายกหรือไงวะ! ถ้าไม่ใช่พวกกูก็ไม่สนหรอกเว้ย ก็แค่ไอ้พวกชอบอวดรวยนั่นแหละ” ไอ้ผอมหน้าเสี้ยมตะโกนใส่แทนลูกพี่มัน
ตอนนี้รำคาญสถานการณ์นี้มากและขีดจำกัดความอดทนเริ่มน้อยลงเกือบถึงขีดสุดแล้ว จึงผลักไอ้หัวโจกที่ตัวเล็กกว่าให้พ้นทางเพื่อจะเปิดประตูรถอีกครั้ง
“เฮ้ย!” มันโวยวายและเงื้อหมัดใส่ แต่ใช้วิชาเทควันโดสายดำหลบหมัดมันได้ทัน มันก็เลยเซลงไปกระแทกัรถแทน
“ไอ้เวร!” คำด่าเพื่อนมันมาพร้อมัการถีบสัญลักษณ์ดาวสามแฉกหน้ารถแบบไม่ยั้งจนสติขาดผึ่ง
“ไอ้พวกเหี้ย!” ไม่สนใจการประนีประนอมอีกแล้วและจัดการถีบเพื่อนมันที่อยู่ใกล้ระยะเท้ามากที่สุด ก่อนจะหันไปเล่นไอ้ตัวที่ถีบรถ
“ไอ้เหี้ยเก่งนักนะมึง!”
ผัวะ!
ถ่มน้ำลายลงพื้นเมื่อรู้สึกถึงรสชาติเลือดในปากเาะแรงหมัดที่กระแทกโดนหน้าจากการที่ไม่ทันระวังตัว แม้จะโดนรุมอยู่แต่ก็ยังส่งเท้ายันอีกสองคนออกไปจากตัวได้ทันเวลาก่อนที่มันจะเข้ามาซ้ำ
พลั่ก!
ตุ้บ!
ผัวะ!
“แม่งเอ๊ย!” สบถเมื่อโดนแรงถีบจากด้านหลังจนล้มลงมากองัพื้นและถูกซ้ำด้วยไม้ท่อนโตจากไอ้หัวโจก แต่โชคดีที่เอี้ยวตัวหลบได้ทันเวลาจึงโดนไม้ฟาดเฉียดเข้าที่ท่อนแขนซ้ายเท่านั้น
“เฮ้ย! ทำเหี้ยอะไรวะ!”
พลั่ก!
สิ้นเสียงร้องถามนั้นไอ้หัวโจกก็ร่วงลงมากองัพื้นข้างกายด้วยฝีมือชายหนุ่มร่างสูงล่ำ แม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่ก็รีบลุกขึ้นเพื่อเข้าไปช่วยจัดการไอ้พวกหมาหมู่ที่เหลืออยู่
“เฮ้ย! ด้านหลัง!”
หันไปาเสียงเือนผู้ี้ำใและปะเลูกเะแบ็กคิกให้ไอ้คนที่ถีบรถไปเ็ม ๆ เท้า จากนั้นพวกก็ชุลมุนอยู่ตรงนั้นอีกหลายนาทีจนเหลือเพียงไอ้ตัวอ้วนอีกคนเดียวที่เริ่มทำท่ากล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อกลายเป็นว่าจำนวนคนตัวเองเสียเปรียบกว่าและมันกำลังเผชิญหน้าัยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาช่วย
“อย่าเข้ามานะมึง!”
ไอ้อ้วนตะโกนพลางแกว่งท่อนไม้ในมือ ส่วนไอ้พวกขี้เมาที่สะบักสะบอมจากฝีมือพวกก็พากันถอยกรูดอย่างัลูกหมา พอตั้งหลักได้มันก็วิ่งหนีาสไตล์แต่เสือกไม่ไปเปล่า พวกมันกระโดดถีบรถมอเอร์ไซค์ที่จอดขวางอยู่หน้าซอย และใช้ไม้ฟาดที่รถแบบไม่ยั้งจนบังโคลนรถเก่า ๆ ักระจกข้างหักแตกกระจัดกระจาย
“ไอ้พวกเหี้ย!” ผู้มีพระคุณวิ่งเข้าใส่พวกมันอีกครั้ง จนต้องรีบวิ่งาไปดึงรั้งไว้ให้เขามีสติ
“เฮ้ย! นายไม่ต้องามันไปหรอก มันอันตรายนะ!”
“แต่นั่นมันรถกูนี่หว่า! ไอ้พวกเหี้ย! ทำกูไม่ได้ก็มาลงที่รถกูเหรอวะ แน่จริงมึงัมาตัว ๆ ักูอีกสิไอ้ควาย!”
เข้าใจแล้วละว่าทำไมเขาถึงได้ดูเกรี้ยวกราดกว่าอีก ดูจากสภาพรถเก่า ๆ ที่ยับเยินขนาดนี้เป็นก็คงน็อตหลุดเหมือนกัน
“ขอโทษนะ ที่ทำให้คุณต้องมาเดือดร้อนด้วย” ก้มมองเศษมอเอร์ไซค์ที่คอรถถูกถีบจนหักเป๋ไปอีกทาง
“มันไม่ใช่ความผิดนาย...แต่ขอด่าหน่อยเหอะ ิยังไงถึงเอารถหรูแบบนั้นมาจอดตรงนี้เนี่ย มีตาก็น่าจะรู้ว่าซอยหลังร้านมันมืดจะตาย คนก็ไม่ค่อยมี นายมาจอดแบบนี้มันก็มาดักปล้นเอาดิ”
“ไม่ได้โดนปล้นหรอก ก็แค่โดนมันเขม่นตั้งแต่ในร้านแล้วน่ะ”
“สรุปว่ากินเหล้าแล้วมีเรื่องัพวกมันเหรอ”
“เปล่า...า้องเพลง วงา้องประจำที่นี่”
“เออ งั้นก็แล้วไป...ิว่าช่วยไอ้พวกขี้เมาซะแล้ว”
ยกยิ้มบางให้คนตรงหน้า ไม่ได้ถือสาัความโวยวายเขาเาะการที่เขาเข้ามาช่วยคนที่ไม่รู้จักกันอย่างนี้ก็เสี่ยงมากพอแล้ว ถึงจะดูโวยวายหรือไม่สุภาพไปบ้างก็ไม่ได้น่าถือสาอะไร ที่สำคัญถ้าเป็นเพื่อนแก๊งอย่างพี่บิวัไอ้ก๋วยเี๋ยวคงจะโวยวายหรือหยาบคายมากกว่านี้อีก
“แล้ว...จะทำยังไงัรถล่ะ”
“จะทำไงได้ล่ะ...สภาพเละซะขนาดนี้ เฮ้อ! อุตส่าห์เอาอีแก่มาไว้ใช้ สงสัยคงต้องัไปปั่จักานเหมือนเดิมแน่”
“เดี๋ยวซื้อคันใหม่ให้ก็ได้ คุณอยู่แถวไหนล่ะ จะได้ส่งรถไปให้”
“รวยนักหรือไงวะ แทนที่จะขอบคุณ นี่อะไร...จะใช้เงินฟาดหัวหรือไง”
“เฮ้ย! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ แค่รู้สึกผิดที่ทำให้คุณเดือดร้อน รถก็ยังมาพังอีก เอาเป็นว่าขอบคุณและก็ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเดือดร้อนแบบนี้” อธิบายอย่างใจเย็นที่ทำให้คนตรงหน้าเข้าใจเจตนาผิด
“เออ...แค่ขอโทษัขอบคุณก็พอแล้ว ไอ้พวกเวรนั่นต่างหากที่ต้องชดใช้”
“งั้น...ว่าเราไปแจ้งความกันไว้เถอะ ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า”
“เออ...ก็คงต้องแจ้งความไว้ก่อน เผื่อมันมาแก้แค้นคืนด้วย”
“อืม...งั้นไปรถแล้วกัน” เดินนำเขาไปยังรถตัวเอง พลางรู้สึกอุ่นใจขึ้นที่มีเพื่อนไปด้วยกัน
.
.
กว่าพวกจะจัดการแจ้งความที่สถานีตำรวจจนเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว ตอนนี้ก็เลยขับรถไปส่ง ‘สีฝุ่น’ ฮีโร่ซึ่งหลังจากได้คุยกันถึงได้รู้ว่าเราเรียนอยู่ที่เดียวกัน แถมเขายังเป็นนักกีฬารักบี้มหาวิทยาลัยด้วย
ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้ตัวสูงใหญ่แบบนักกีฬาขนาดนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กบอบบางเาะสูงถึงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ออกกำลังกายเข้ายิมเป็นประจำแต่คนข้าง ๆ ก็ยังดูตัวใหญ่กว่าอยู่ดีทั้งที่สูงเท่า ๆ กัน
“นายอยากแวะหาหมอไหม ตรวจเช็กหน่อยก็ดีนะ” หันไปถามฝุ่นที่มัวแต่มองสำรวจไปทั่วรถ
“ไม่ต้อง ๆ แค่นี้ไม่ตายหรอก โดนไปแค่หมัดสองหมัดเอง”
“นายแน่ใจนะ แล้วเรื่องรถล่ะ...เราซื้อให้ได้นะ ฝุ่นจะได้มีไว้ใช้ เราอยากซื้อคืนให้จริง ๆ ไม่รู้ว่าจะจับพวกนั้นได้หรือเปล่าด้วย ถึงแม้จะจับได้มันก็อาจจะไม่มีปัญญาหามาคืนให้หรอก”
“ไม่ได้ก็ไม่เอา จะมาเอามึงได้ไง เออ...ขออย่างเดียว”
“อะไรเหรอ”
“เลิกพูดสุภาพักูสักทีเถอะ อยู่ปีเดียวกันแท้ ๆ แถมมอเดียวกันก็เหมือนเพื่อนกันแหละ”
“จะดีเหรอ”
“มึงเป็นคนสุภาพแบบนี้อยู่แล้วหรือว่าไม่อยากรู้จักมักจี่ักูกันแน่เนี่ย”
“เฮ้ย...ไม่ใช่อย่างนั้น ัเพื่อนเราก็ไม่ได้สุภาพนักหรอก แต่ก็เกรงใจฝุ่นไง”
“กูเป็นคนหยาบ ๆ อย่างนี้แหละ ไม่ต้องให้เกียรติกูมากก็ได้ กูไม่ชิน เด็กการกีฬาอย่างพวกกูก็ถ่อย ๆ อย่างนี้ทั้งนั้นแหละ สุภาพ ๆ แบบเด็กนิติน่ะไม่ค่อยมีหรอก”
“ฮ่า ๆ เด็กนิติก็ไม่ได้สุภาพนักหรอก มันก็แค่ภาพลวงตาน่ะ”
“จริงเหรอวะ สาว ๆ คณะกูกรี๊ดมึงน่าดูเาะดูสุภาพชนกว่าพวกกูเยอะ ตอนแรกก็ว่าคุ้นหน้ามึงอยู่นะ พอได้คุยกันแล้วถึงจำได้ว่ามึงคือเดือนมหา’ลัยปีกูนี่เอง”
“รู้ด้วยเหรอว่ากูเคยเป็นเดือน”
“รู้ดิ มึงก็ดังพอตัวแหละ ไม่รู้ตัวหรือไงวะ”
“ไม่รู้ดิ ไม่ค่อยได้สนใจใครว่ะ”
“กูเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนมึงเป็นเดือน ถึงได้มีคนนินทาว่ามึงเป็นไอ้หล่อขี้เก๊กแถมหยิ่งด้วย”
“ฮ่า ๆ ชินแล้วว่ะ โดนด่าแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว”
“มึงนี่ไม่แคร์โลกดีนะ กูนับถือเลย”
“จริงดิ ไม่ิว่ากูหยิ่งเหมือนคนอื่นเขาเหรอ”
“ไม่รู้ กูไม่เคยคุยัมึงแต่ตอนนี้ได้คุยแล้ว ก็...ไม่หยิ่งนะ มึงคงเป็นพวกพูดตรงมั้ง กูก็เป็นพวกตรง ๆ เหมือนกัน กูเข้าใจนะ กูก็เคยโดนเขม่นแบบนี้แหละ”
“ไม่อยากเชื่อ ฝุ่นดูเป็นพวกเข้าัคนง่ายมากกว่าเราอีกนะแถมพูดก็เก่งด้วย”
“เดี๋ยว...นี่มึงกำลังชมกูรึเปล่าวะยูฟ่า หรือว่าหลอกด่าว่ากูพูดมาก”
“ชมดิ” หันไปส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่ ที่พยักหน้าส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้เหมือนกัน
“เมื่อกี้มัวแต่โมโห...กูเลยเพิ่งตระหนักได้เลยนะเนี่ย ว่าวันนี้มีบุญตูดได้นั่งรถเบนซ์ัเขาบ้าง”
“ฮ่า ๆ ขนาดบุญตูดเลยเหรอวะ”
“เออดิ พวกกูส่วนใหญ่เข้ามาได้ด้วยทุนนักกีฬาทั้งนั้น ไม่ค่อยมีพวกลูกคนรวยมากนักหรอก ส่วนไอ้พวกลูกคุณหนูก็มีบ้างแต่ส่วนใหญ่มันก็เกาะกลุ่มกันอยู่แค่นั้นแหละ พวกกูเลยไม่เคยได้พึ่งพิงติดรถมันไปไหนหรอก”
“เรียนด้วยกันไม่สนิทกันเหรอ”
“ก็ไม่ได้มีปัญหากันนะแต่ก็ไม่ได้อยู่แก๊งเดียวกันหรอก ที่สนิทกันก็มีแต่พวกในทีมที่อยู่หอพักนักกีฬาด้วยกันน่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกันเลยเข้ากันได้ดี”
“ฝุ่นเป็นคนจังหวัดอะไรเหรอ”
“ประจวบ”
“โห อย่างนี้ก็เที่ยวทะเลเพลินเลยดิ...ดีว่ะ”
“กูไม่ค่อยได้ัหรอก แม่กูย้ายไปทำงานที่อื่นน่ะ กูก็ขึ้นมาเรียนอยู่กรุงเทพตั้งแต่มอปลายแล้ว บ้านที่ประจวบก็เลยไม่มีใครอยู่”
“อ้าว...แล้วพ่อฝุ่นล่ะ”
“ไม่รู้ดิ แม่ไม่เคยพูดถึงว่ะ”
“ขอโทษที...ที่ถาม”
แม่งไม่ควรเสือกเลย ปิก็ไม่ใช่พวกชอบถามเรื่องคนอื่นหรอกนะ แต่เาะสีฝุ่นเป็นคนคุยสนุกเป็นมิตรง่าย จนทำให้ลืมเกรงใจมันไปเลยทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง
“ไม่เป็นไร กูไม่ได้เซนซิทีฟขนาดนั้น” ฝุ่นบอกแบบไม่สนใจอะไรจริง ๆ เาะตอนนี้มันเอาแต่ลูบเบาะหนังตรงที่นั่งและคอนโซลรถมันวับอย่างชอบอกชอบใจ
“ชอบขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“รู้สึกเหมือนกูได้นั่งยานอวกาศเลยละ”
“ฮ่า ๆ เว่อร์แล้วมึง”
“กูไม่ได้เว่อร์ อย่างกูเนี่ยได้นั่งรถหรูระดับนี้ก็เหมือนได้นั่งยานอวกาศแหละ”
ฝุ่นมันคงชอบจริง ๆ เาะยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มสองข้างแก้ม ทำให้อดยิ้มาคำพูดแสนซื่อไม่มีอีโก้เขาไม่ได้ ว่าไอ้เี๋ยวเป็นพวกไม่เยอะแล้วนะแต่เจอสีฝุ่นเข้าเนี่ย ไอ้เี๋ยวกลายเป็นพวกมีอีโก้ขึ้นมาได้เลย เาะคนข้าง ๆ มันดูไม่มีอีโก้แบบที่ผู้ชายควรจะมี ปล่อยให้สีฝุ่นชื่นชมรถไปเรื่อย พูดคุยกันอีกไม่นานก็มาถึงที่หมายแล้ว
“ถึงแล้ว”
“เออ ขอบใจนะ ว่าแต่...บ้านมึงอยู่แถวไหนวะ”
“แถวลาดพร้าวน่ะ”
“โห ไกลสัด...มึงจะขับไหวเหรอ นี่มันตีสามครึ่งแล้วนะ กว่าจะถึงบ้านมึงก็ตีสี่ตีห้าแล้วมั้ง”
“ไม่เป็นไร กูขึ้นทางด่วนน่ะ เดี๋ยวเหยียบ ๆ เอาก็ถึงแล้ว”
“ถึงบ้านเก่ามึงน่ะสิ ึขนาดนี้ เดี๋ยวหลับในขึ้นมาทำไงล่ะ เอางี้...มึงนอนที่นี่ักูก่อนก็ได้ เดี๋ยวสาย ๆ มึงก็ค่อยขับับ้าน กูว่าปลอดภัยกว่า”
“เกรงใจว่ะ กูทำให้เดือดร้อนตั้งหลายเรื่องแล้ว”
“ถ้ามึงขับรถไปลงข้างทางที่ไหนแล้วตำรวจโทรเรียกให้กูไปเป็นพยานนั่นแหละ ถึงเรียกว่าเดือดร้อน”
“ฮ่า ๆ มึงพูดซะกูเริ่มกลัวแล้วเนี่ย”
“กูพูดเรื่องจริง ปลอดภัยไว้ก่อนเหอะ ไป ๆ ขับรถเข้าไปจอดใต้ตึกเลย ว่างโล่ง จอดได้สบาย”
“อือ” เาะความเป็นห่วงคนข้าง ๆ จึงเคลื่อนรถเข้าไปจอดใต้หอพักนักกีฬามหาวิทยาลัยที่เงียบสนิท
.
.
“เข้ามาเลย...รกหน่อยนะเว้ย”
ก้าวเท้าเข้าห้องาคำเชื้อเชิญ เมื่อไฟในห้องสว่างขึ้นเผยให้เห็นสภาพห้องที่ไม่ได้แคบอะไรมาก มีเฟอร์นิเจอร์จำเป็นอย่างเียงนอนัตู้เสื้อผ้า มีห้องน้ำขนาดเล็กในตัวแต่มันดูรกเาะข้าวที่กระจัดกระจายไปทั่วห้อง
“เออ...รกจริงว่ะ” ถอดรองเท้า แล้วเดินเข้าไปยืนอยู่กลางห้อง
“มันไม่ใช่เาะกูนะแต่เาะไอ้พวกเหี้ยข้างห้องนั่นแหละ เมื่อคืนมันมาเชียร์บอลที่ห้องกูกัน สภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็น มึงหาที่นั่งเอาเลยเดี๋ยวกูเก็บแป๊บ มึงเอาตีนเขี่ย ๆ ออกแล้วกัน” เจ้าห้องบ่นและจัดการไล่เก็บไปทั่วห้อง
“มึงจะกวาดถูหรือฉีดน้ำหอมด้วยเลยก็ได้นะ” แซวมัน
“แหม...เมื่อชั่วโมงก่อนมึงยังเป็นคนสุภาพอ่อนโยนอยู่เลยนะไอ้ฟ่า ตอนนี้กวนตีนกูเฉย”
“ฮ่า ๆ ก็มึงบอกว่าอยากสนิทักูไง กูก็เป็นแบบนี้แหละ”
“เออ ๆ จะได้รู้ไว้ว่ากวนตีนแบบนี้”
ยิ้มัคำด่าแล้วเดินไปนั่งลงบนปลายเียงนอนขนาดกลาง ที่มีกางเกงบอลเก่า ๆ โยนทิ้งไว้
“ฟ่าหิวหรือเปล่าวะ”
“หืม...ฝุ่นหิวเหรอ”
“เออ กูหิวว่ะ มึงล่ะ...ออกแรงไปขนาดนั้น”
“อือ ก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”
“เมื่อกี้ก็ลืมแวะเซเว่นเลยว่ะ ตู้เย็นรวมพวกกูตอนนี้ก็มีแต่เบียร์ เมื่อวานเล่นแดกกันซะหมดตู้เลย”
“เดี๋ยวลงไปซื้อให้ก็ได้ ฝุ่นอยากกินอะไรล่ะ”
“เฮ้ย! ไม่ต้องหรอก แดกมาม่าแล้วกัน มึงกินได้ปะ”
“ได้ดิ”
“เออ งั้นเดี๋ยวกูต้มให้ มึงไปอาบน้ำเหอะ กว่าจะเสร็จก็ได้กินพอดี มึงจะได้ทำแผลด้วย หน้าหล่อ ๆ มึงเริ่มช้ำแล้วนะแถมปากยังแตกอีก”
“ไม่ต้องอาบก็ได้ นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงกูก็ัแล้ว”
“อาบเหอะ ห้องกูไม่มีแอร์ เดี๋ยวมึงจะเหนียวตัว…เชื่อกู”
“เออ...งั้นก็ได้”
“ใส่ชุดนอนกูไปก่อนนะ ตัวเท่า ๆ กัน มึงน่าจะใส่ได้”
“อือ ขอบใจ”
.
.
จัดการอาบน้ำอย่างรวดเร็วเาะเกรงใจเจ้าห้องที่คงอยากอาบน้ำเหมือนกัน แต่พอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นสีฝุ่นใส่กางเกงบอลตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่ามีคราบแป้งขาวโพลนอยู่ทั่วตัวตัดัสีผิวแทน ๆ มัน
“มึงอาบน้ำแล้วเหรอวะ”
“เออ ต้มมาม่าแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ กูเลยย่องไปอาบน้ำที่ห้องเพื่อนเลย”
“อ้าว...แล้วเพื่อนไม่ด่าเหรอ นี่มันึแล้วนะ”
“ไม่ด่าหรอก มันก็เข้าออกห้องคนอื่นเป็นห้องตัวเองกันทั้งนั้นแหละ ทุกวันนี้ไม่มีใครล็อกห้องกันอยู่แล้ว ขโมยไม่มีเาะไม่มีเหี้ยอะไรให้ขโมย”
“ฮ่า ๆ เหมือนอยู่บ้านหลังใหญ่เลยนะฝุ่นเนี่ย”
“เออ”
สีฝุ่นมันคงเป็นคนที่ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวัเพื่อนเลยสินะ ซึ่งต่างจากที่แม้จะสนิทัพวกไอ้เี๋ยวขนาดไหนแต่ก็มีโลกส่วนตัวอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับแก๊งหรอกครับ เาะทุกคนมีความติสต์กันหมดโดยเฉพาะไอ้เี๋ยวัพี่บิวที่เป็นพวกโลกส่วนตัวสูงกว่าเสียอีก
“มากินเหอะ เดี๋ยวเส้นอืดหมด”
.
.
พวกเรากินโดยแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย เาะความหิวโหยพุ่งขึ้นมากะทันหัน จนกินอิ่มแล้วนั่นแหละถึงได้ฤกษ์มานั่งทำแผลให้กันแบบนี้
“มึงก็หุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ยฟ่า ตอนใส่เสื้อเหมือนจะออกแนวสูงเพรียวซะอีก”
“กูชอบเข้ายิมน่ะ บางครั้งก็ต่อยมวยแต่ไม่บึ้กเท่าฝุ่นหรอก”
แม้ว่าจะมีกล้ามเนื้อแบบผู้ชายออกกำลังกายก็เถอะ แต่พอถอดเสื้อเทียบัคนที่กำลังทายาแก้ฟกช้ำที่ไหล่ให้ ก็ดูเด็กไปเลยเมื่อกล้ามเนื้อแขนและหน้าท้องฝุ่นดูชัดกว่าหลายเท่า
“เฮ้ย...แค่นี้ก็พอแล้ว กูว่ากำลังสวย แต่กูเป็นนักกีฬาไงมันก็ต้องตัวหนา ๆ หน่อย ไม่งั้นเวลากูเล่นรักบี้คงจะโดนชนกระเด็นไปแปดลี้”
“ฮ่า ๆ แล้วรักบี้เขาซ้อมกลางแดดด้วยหรือเปล่า มึงถึงได้ผิวแทนอย่างัคนอาบแดดมา”
“กูก็อยากโทษกีฬาเหมือนกัน แต่เปล่าว่ะ...อันนี้พ่อแม่กูให้มา ผิวกูแทนมาตั้งแต่เด็กแล้ว...แบบสีดำเข้ามาแทนที่สีขาวนะ”
“ฮ่า ๆ กูไม่ได้จะบอกว่าดำนะ อย่างฝุ่นเนี่ยเขาเรียกว่าผิวแทนแบบที่ฝรั่งเขาชอบอาบแดดกันไง”
“มึงมีายาทน่ะสิ คนอื่นเขาเรียกกูไอ้มืดตลอดแหละ แม้แต่แฟนกูยังชอบบ่นเรื่องว่าทำไมกูไม่ขาวขึ้นสักที มึงเห็นครีมสองสามขวดบนโต๊ะโน่นไหม...แฟนกูซื้อมาให้ บังคับให้กูใช้ตั้งแต่ปีที่แล้วจนตอนนี้กูยังใช้ไม่หมดเลย”
“ฮ่า ๆ มึงเรียนการกีฬาแบบนี้ กูว่ายังไงก็ขาวยากนะ”
“กูก็บอกเขางี้แหละ แต่เขาชอบกรี๊ดผู้ชายขาวเป็นหยวกกล้วยแบบมึงไง มันเป็นแค่สิ่งเดียวที่กูทำให้เขาไม่ได้ นอกนั้นกูก็ทำให้เขาได้หมดแหละ”
“แฟนมึงนี่โชคดีที่มีแฟนอย่างมึงนะเนี่ย”
“กูต่างหากโชคดี เขาคบักูมาตั้งหลายปีแล้วแหละ กูลำบากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยทิ้งกูเลยนะ...แม่ง...โทษทีว่ะ พอพูดถึงแฟนทีไรหยุดพล่ามไม่ได้สักที”
“ไม่เป็นไร มึงเป็นพวกคนอวดแฟนสินะ” ยิ้มขำัความตรงฝุ่น
“เออ ก็คงงั้นว่ะ มึงนอนเหอะ ึมากแล้ว อย่ามาฟังกูพล่ามให้เสียเวลาเลย”
“เออ ฝันดีมึง”
“เออ ถ้าร้อนก็บอกนะเว้ย เดี๋ยวกูขยับพัดลมให้”
“ไม่เป็นไร เย็นอยู่”
ล้มตัวลงนอนบนเียง ในขณะที่เจ้าห้องอาสานอนบนฟูกข้าง ๆ เียงแทน ขยับตัวก้มลงไปมองฝุ่นที่พอปิดไฟไปได้ไม่ถึงสิบนาทีก็ส่งเสียงกรนออกมาแผ่วเบาจนยิ้มัเพดานห้องไม่ได้ รู้สึกว่ามันวางใจเหลือเกินทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน เหมือนที่ก็แปลกใจตัวเองที่สนิทัสีฝุ่นได้ง่ายเกินปิ ทั้งที่ไม่รู้นิสัยใจคอกันมาก่อนแต่ัมานอนอยู่ในห้องมันแบบนี้
มันเหมือนว่าัสีฝุ่นสนิทกันไปเองโดยธรรมชาติ เาะการที่สีฝุ่นเป็นคนที่พูดอะไรออกมาได้ง่าย ๆ แม้แต่เรื่องส่วนตัวที่คนเพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงคงไม่ค่อยคุยกันหรอก ขนาดแก๊งที่ซี้กันจะตายยังมีพื้นที่ส่วนตัว มีเรื่องบางอย่างที่เก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวเลยครับ แต่รู้จักัฝุ่นได้ไม่กี่ชั่วโมงก็รู้ทั้งเรื่องครอบครัว สถานะการเงินแถมเรื่องแฟนมันอีก
สีฝุ่นช่างเป็นผู้ชายที่ชัดเจนและดูออกง่ายเกินไป เป็นคนที่ไม่มีกำแพง-่าอะไรเลยก็ว่าได้ ตอนที่มีเรื่องิอยู่ในหัวว่าวันนี้ตัวเองโคตรซวยที่ต้องมีเรื่องครั้งแรกในชีวิต แต่พอได้รู้จักัสีฝุ่นว่า...โชคดีจริง ๆ ที่มีเรื่องเป็นครั้งแรกและได้เพื่อนดี ๆ เพิ่มมาอีกคน
เพิ่งเปิดเรียนมาไม่นาน แต่ชีวิตเด็กนิติปีสามอย่าง ก็ยุ่งวุ่นวายอยู่ัการควิซไม่เว้นวัน ชีวิตอาจจะน่าเบื่อไปแล้ว ถ้าไม่เกิดเรื่องไอ้เี๋ยวัพี่หมอธิวขึ้นมาซะก่อน ก็เลยมีอะไรสนุก ๆ ให้ได้เห็นเกือบทุกวันเาะไอ้เี๋ยวเอาแต่หลบหน้าพี่หมอ ส่วนพี่หมอก็ขยันบังเอิญมาเจอมันที่โรงอาหารเหลือเกินจนไอ้เี๋ยวหมดมาดคนคูลเข้าไปทุกทีแล้ว
พวกเราจึงสนใจแต่เรื่องไอ้เี๋ยวเาะดูน่าเป็นห่วงสุดทั้งเรื่องแฟนเก่าทั้งเรื่องพี่ชายคนเก่าด้วย จะมีก็แต่พี่บิวที่ยังคอยซักไซ้เรื่องรอยแผลบนหน้าอยู่ไม่ขาด เาะอยากจะไปจัดการแก้แค้นแทนให้ แต่ก็ปฏิเสธไปเาะไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ รวมทั้งไม่อยากให้สีฝุ่นต้องมาเดือดร้อนเกี่ยวข้องอะไรไปด้วยจึงปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า
พูดถึงสีฝุ่น...ตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้นก็ไม่ได้เจอมันมาหลายวันแล้ว ครั้งก่อนก็รีบับ้านจนลืมทิ้งเบอร์ไว้ให้เาะไม่กล้าปลุกคนที่หลับลึกจากความเหนื่อยล้า จึงได้แต่เขียนโน้ตทิ้งไว้แค่ว่าขอบคุณที่มันช่วยเหลือ
ที่จริงตั้งใจจะไปหาสีฝุ่นที่หอพักนักกีฬาอยู่เหมือนกัน แต่โดนควิซย่อยอาจา์เล่นงานซะไม่มีเวลาไปไหนหลังเลิกเรียนเลย วันนี้ก็เลยิว่าจะลองแวะเข้าไปหาฝุ่นสักหน่อย ไม่รู้ว่าแผลมันหายดีหรือยัง เข้าไปขอบคุณอีกสักทีก็น่าจะดี
“ยูฟ่า!”
“เอ้า...พี่บิวมาทำอะไรเนี่ย”
“กูโดนอาจา์ใช้ให้เอาเอกสารมาส่งให้อาจา์คณะมึงอะดิ มึงเลิกคลาสแล้วใช่ไหม”
“อืม กำลังจะไปเจอพวกพี่ที่โรงอาหารนั่นแหละ”
“ดีเลย...กูขอติดรถไปด้วย กูจอดรถไว้ที่คณะ”
“พี่เดินมาคณะเนี่ยนะ”
“เปล่า กูาถเพื่อน ถูกใช้มาด้วยกันแต่มันไปเข้าห้องน้ำ”
“อ๋อ งั้นไปกันเลยปะ หรือต้องรอเพื่อนพี่ก่อน”
“เออ เดี๋ยวรอกูบอกมันก่อนว่าจะไปัมึง”
“ได้พี่”
“ไอ้ฟ่า!”
เสียงเรียกแข็งกร้าวใครบางคนทำให้ัพี่บิวหันไปมองด้วยความแปลกใจ และยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่ไม่ิว่าจะได้เจอมันที่นี่ จึงรีบส่งยิ้มทักทายและโบกมือให้สีฝุ่นที่วิ่งเข้ามาหาใต้ตึก แต่ดูเหมือนมันกำลังอารมณ์เสียมากกว่าจะดีใจที่ได้เจออีก
“มึง!” มันวิ่งมาหยุดยืนตรงหน้าพร้อมคำทักทายที่ดูไม่เป็นมิตรนัก
“เฮ้ย ๆ มึงจะเสียงดังทำไมเนี่ย มาหาเรื่องน้องกูเหรอ” พี่บิวถามไอ้ฝุ่นแบบหาเรื่องสุด ๆ จนมันต้องเบือนสายตาที่จ้องเขม็งเมื่อครู่ไปมองพี่บิว
“ไม่ได้มาหาเรื่อง...”
“อ้าว...มึงคือไอ้นักกีฬามหา’ลัยไม่ใช่เหรอ”
“ครับ...พี่คือพี่บิว...เพื่อนพี่กานต์หรือเปล่า”
“เออ กูเอง...ที่เคยเะบอลด้วยกันไง”
“ครับพี่...ไม่ได้เจอกันนานเลย แต่ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย”
“เฮ้ย ไอ้น้องนี่มันพูดดี ฮ่า ๆ ว่าแต่...มึงมาโวยวายอะไรใส่น้องกูเนี่ย”
“น้อง? อ๋อ...พี่หมายถึงไอ้ฟ่าเหรอ”
“เออดิ ก็กูยืนอยู่ัมันเนี่ย มึงเห็นไหม”
“มันไม่ได้มาหาเรื่องหรอกพี่บิว สีฝุ่นคือคนที่ช่วยตอนที่มีเรื่องน่ะ”
“จริงดิ! แล้วทำไมมึงไม่บอกวะ ถามตั้งนานว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นไอ้ฝุ่นนะกูโทรบอกไอ้กานต์ให้นัดมันไปเลี้ยงเหล้านานแล้ว ไอ้ฝุ่นเอาไว้มึงว่างเมื่อไรไปกินเหล้าัพี่เป็นการขอบใจที่ช่วยเหลือไอ้ฟ่า”
“ขอบคุณครับพี่บิว แต่ไม่ต้องเลี้ยงหรอก...เกรงใจ อีกอย่างเป็นใครก็คงต้องช่วยทั้งนั้นแหละ”
“มึงนี่เหมือนเดิมเลยนะ...ตอนปีหนึ่งมันก็ช่วยเพื่อนกูไว้แบบนี้แหละไอ้ฟ่า”
“แสดงว่าโชคดีที่ได้เจอลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดงดิพี่”
“ฮ่า ๆ เออ ๆ”
“เงียบปากไปเลยไอ้ฟ่า พี่บิวขอคุยัมันแป๊บนะครับพี่”
“เออ เอาดิ”
“ขอบคุณครับพี่บิว ส่วนมึง! มานี่เลย” ไอ้ฝุ่นพูดัพี่บิวอย่างมีายาทแต่หันมาทำตาเขียวใส่
“ไปไหนวะ” ร้องถามมัน แต่มันก็เอาแต่ลากออกมานอกตึก
“มึงใช่ไหม!” มันลากมาที่ลานจอดรถข้างคณะและหยุดยืนอยู่ข้างรถมอเอร์ไซค์รุ่นนิยมที่จำได้ดี เาะเป็นคนสั่งซื้อให้มันเมื่อสองวันก่อน
“ไม่ใช่กู...มึงต่างหาก”
“อย่ามาเล่นลิ้นไอ้ฟ่า! กูบอกแล้วไงว่าไม่เอา มึงจะซื้อมาให้ทำไมวะ”
“มึงช่วยกูไว้ตั้งเยอะ สำหรับกูแค่นี้มันเล็กน้อยมาก”
“เล็กน้อยสำหรับมึงแต่มันมากเกินไปสำหรับกู เข้าใจหรือเปล่าวะ!”
“แล้วจะให้ทำยังไง ให้เงินหรือให้อย่างอื่นมึงก็คงไม่รับและคงโกรธกว่านี้ แต่รถมันเป็นสิ่งที่มึงต้องใช้นะ”
“กูต้องใช้ แต่กูก็หาเองได้”
“แต่กูเป็นคนทำให้มันพัง”
“ไอ้เหี้ยพวกนั้นต่างหากเล่า! มึงเลิกทำตัวเป็นพระเอกแสนดีสักทีได้ไหมเนี่ย”
“กูไม่ได้เป็นพระเอกนะ แต่กูเป็นเพื่อน...หรือมึงไม่เห็นกูเป็นเพื่อนล่ะ”
“พูดแบบนี้แล้วิว่ากูจะรับมึงหรือไง”
“ก็ไม่ิว่าจะรับง่าย ๆ หรอก แต่กูอยากให้ ช่วยรับไว้หน่อยไม่ได้หรือไง กูจะได้สบายใจ”
“มึงสบายใจแต่กูไม่สบายใจโว้ย”
“งั้นคนละครึ่งทาง”
“อะไรมึง...”
“ก็...ระหว่างนี้ที่มึงยังไม่มีรถใช้ มึงก็ใช้คันนี้ไปก่อน เหมือนว่ากูให้มึงยืมก็ได้ ถ้ามึงหาคันใหม่ได้เมื่อไรก็ค่อยเอามาคืนกู”
“ให้ยืม?”
“อือ...แบบนี้ก็จะได้สบายใจทั้งมึงและกูไง”
“แต่กูก็รู้สึกว่ากูได้เปรียบมึงอยู่ดี”
“กูไม่ได้รู้สึกเสียเปรียบเลยนะ”
“แล้วมึงจะให้ยืมเฉย ๆ อย่างเนี่ยเหรอ”
“เออ...หรือมึงอยากจะจ่ายค่าเสื่อมสภาพระหว่างที่เอาไปใช้ก็ได้นะ”
“มึงจะิวันละเท่าไรล่ะ”
“กูไม่เอาเงินหรอก กูมีเยอะแล้ว”
“อื้อฮือ...ขี้อวดเชี่ย ๆ”
“ฮ่า ๆ เอาเป็นว่าว่าง ๆ ก็เลี้ยงข้าวกูบ้าง”
“เลี้ยงข้าวคุณชายอย่างมึงเนี่ยนะ แดกอะไรได้บ้างล่ะ แบบที่กูมีปัญญาจ่ายนะ”
“วันนั้นกูยังกินมาม่าที่ห้องมึงเลย”
“เออว่ะ...ถ้ามึงให้กูเลี้ยงจริง ๆ กูก็โอเคแหละ แต่กลัวว่ามึงจะหายหัวไปเลยดิ ไม่ให้กูเลี้ยงอย่างที่พูด”
“ฮ่า ๆ มึงอยากเสียเงินเลี้ยงข้าวกูขนาดนั้น?”
“เออ กูเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น มึงเอาเบอร์โทรมาเลยดีกว่า กูไม่เชื่อใจเด็กนิติอย่างมึง”
“ฮ่า ๆ กูเรียนเป็นนักกฎหมายนะ กูไม่หลอกมึงหรอก”
“ไม่รู้แหละ กูโง่...กูาคนอื่นไม่ค่อยทัน กูถนัดใช้แรงไม่ถนัดใช้สมอง...เอาเบอร์มึงมา กูจะได้าตัวได้ ขี้เกียจขับาหาแบบนี้แล้ว”
“นี่มึง...มาขับรถาหากูเหรอ”
“มึงจะให้กูไปาแมวที่ไหนล่ะ ก็นี่มันรถมึง”
“แค่จะเอารถมาคืนเนี่ยนะ”
“ที่จริงกูก็อยากมาด่าด้วย แต่เห็นหน้าพระเอก ๆ มึงแล้วก็ด่าไม่ลง”
“ฮ่า ๆ แค่ด่าก็ได้นะแต่อย่าต่อยกูแล้วกัน กลัวต้องเข้าโรงพยาบาลว่ะ”
“กวนตีน”
“ฮ่า ๆ งั้นวันนี้มึงเลี้ยงข้าวกูเลยแล้วกัน กูกำลังจะไปกินข้าวเที่ยงกันพอดี”
“วันนี้ไม่ได้ว่ะ กูต้องรีบัไปเรียมตัวควิซย่อยภาคบ่าย”
“อ้าวเหรอ...งั้นไม่เป็นไร ไว้วันอื่นก็ได้”
“เออ ๆ งั้นเดี๋ยวกูโทรหา...บอกเบอร์มึงมาดิ๊”
ยื่นโทรศัพท์มือถือตัวเองให้มันกดเบอร์โทรมันมาแทน
“กูใช้ไอโฟนไม่เป็น บอกเบอร์มึงมา เดี๋ยวกูยิงเข้าเครื่องมึงเอง”
“080-1234xxx”
“เบอร์เหี้ยอะไรต้องสวยขนาดนี้ มึงจะใบ้หวยหรือไง” ไอ้ฝุ่นบ่นไปเรื่อยแต่ก็โทรเข้ามาที่เครื่อง
“ฮ่า ๆ กูทำอะไรก็ผิดเนอะ”
“เออ โทษฐานที่มึงหล่อรวยแล้วยังเสือกสปอร์ตอีก กูหมั่นไส้เข้าใจไหม”
“ช่วยไม่ได้...กูก็อยากเกิดมาธรรมดากว่านี้เหมือนกัน”
“อื้อฮือ ถ้าไม่ใช่มึงพูดนี่กูอ้วกแล้วนะเนี่ย”
“ฮ่า ๆ” หัวเราะจนปวดแก้มไปหมด คุยัสีฝุ่นไม่กี่นาทีหัวเราะเยอะกว่าปิตั้งหลายเท่า
“ไอ้ฟ่า ไอ้ฝุ่น คุยกันเสร็จรึยังวะ ไปกินข้าวกันได้แล้ว”
“มีธุระต่อครับพี่บิว เอาไว้ไปกินด้วยกันวันหลังนะครับพี่”
“อ้าวเหรอ...เออ ๆ เอาไว้ว่าง ๆ ไปเมาด้วยกันนะมึง”
“ครับพี่ งั้นไปก่อนนะพี่บิว...ไว้เจอกันนะไอ้ไฮโซ”
ฝุ่นขี่รถออกไปแล้วแต่ยังยืนยิ้มไม่หุบ เาะความซื่อตรงมันที่ทำให้นับถือจริง ๆ
“ได้เพื่อนดีนะมึง”
หันไปส่งยิ้มรับคำพี่บิวเาะเห็นด้วยว่าโชคดีเรื่องเพื่อนมากกว่า...เรื่องรัก
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??