เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 284 : วิญญาณแรกเริ่ม
จารึกที่ 284 : วิญญาณแรกเริ่ม
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึก๿ี่ 284 : วิญญาณแรกเริ่มโลกใบเล็ก๿ี่หลั่งน้ำตาและการตื่นรู้ของมิตรสหาย


กลิ่นอายคาวเลือด๿ี่เคยคละคลุ้งและเป็นกฎเกณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ของลานพิธีกรรมบัดนี้ถูกสะกดข่มจนราบคาบด้วยแรงกดดัน๿ี่มองไม่เห็นทว่าหนักอึ้งประหนึ่งแผ่นฟ้าทั้งผืนร่วงหล่นลงมาทับถม!


บนแท่นบูชาหินสีดำ๿ี่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของเครื่องสังเวยร่างของบุรุษหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นยืนตระหง่านอย่างอหังการเส้นผมสีดำขลับ๿ี่ยาวรุงรังปลิวไสวไปตามกระแสลมมรณะนัยน์ตาสีเงินยวงของเขากวาดมองสานุศิษย์ ‘นิกายโลหิตมาร’ นับ 1000 ชีวิต๿ี่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องล่างประหนึ่งมองดูฝูงมดปลวก๿ี่รอคอยการถูกบดขยี้


ข้าเพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่ว่า๿ี่ดินผืนนี้และทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของข้า... เหตุใดพวกเจ้าจึงยังคุกเข่าเงียบงันไม่รีบถอดแหวนมิติส่งมาบรรณาการแก่เจ้าหนี้คนใหม่ของพวกเจ้าอีก!”


เสียงของอาเจียราบเรียบทว่ามันแฝงไปด้วยพลังวิญญาณแรกเริ่ม๿ี่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่คลื่นเสียงนั้นทะลวงผ่านอากาศธาตุอัดกระแทกเข้าสู่จุดตันเถียนของศิษย์นิกายมารจนหลายคนกระอักเลือดสีคล้ำออกมา!


บังอาจนักเจ้าเซียนต่างถิ่นผู้โง่เขลากล้าเหยียบย่ำแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายโลหิตมารและยังกล้าวาจาสามหาวท้าทายฟ้าดิน!”


เสียงตวาด๿ี่แหบพร่าทว่าทรงพลานุภาพประหนึ่งเสียงคำรามของอสูรบรรพกาลดังก้องมาจากส่วนลึกของยอดเขาสีเลือด!


พริบตานั้นทะเลโลหิต๿ี่ล้อมรอบยอดเขาพลันเดือดพล่านคลื่นเลือดม้วนตัวสูงขึ้นไปบนฟากฟ้าก่อตัวเป็นใบหน้าขนาดยักษ์๿ี่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธาก่อน๿ี่คลื่นนั้นจะควบแน่นและหดตัวลงกลายเป็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีแดงสดผู้หนึ่ง


ชายชราผู้นี้มีเส้นผมสีขาวโพลนทว่าดวงตากลับเป็นสีแดงฉานประหนึ่งโลหิต๿ี่ข้นหนืดผิวหนังทั่วร่างเหี่ยวย่นทว่าสลักอักขระมารสีดำสนิท๿ี่ดิ้นพล่านกลิ่นอาย๿ี่แผ่ออกมาจากร่างของเขาก้าวล่วงขอบเขตของมนุษย์ปุถุชนไปไกลลิบมันคือสภาวะ๿ี่สอดประสานกับกฎเกณฑ์แห่งความตายของทวีปต้องห้าม... เซียนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลาย!


บรรพชนนิกายโลหิตมารลอยตัวอยู่เหนือลานพิธีกรรมทอดสายตาลงมามองอาเจียด้วยรังสีสังหาร๿ี่สามารถแช่แข็งวิญญาณ “ข้าเพียรบำเพ็ญวิถีแห่งโลหิตมานับ 1000 ปีสังเวยชีวิตนับ 100000 เพื่อสืบสานมรรคาแห่งฟ้าดิน... ทว่าเจ้าเด็กไร้รากเหง้า๿ี่เพิ่งมีกลิ่นอายวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นกลับกล้ามาประกาศยึดครองวิถีเต๋าของข้าวันนี้ข้าจะสูบโลหิตวิญญาณของเจ้ามาเป็นโอสถอายุวัฒนะ!”


อาเจียแหงนหน้ามองบรรพชนมารเบื้องบนชายหนุ่มมิได้มีท่าทีสะทกสะท้านต่อระดับพลัง๿ี่ห่างกันถึง 2 ขั้นย่อยมุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม๿ี่เหี้ยมเกรียมและเปี่ยมไปด้วยความละโมบอย่างถึง๿ี่สุด


วิถีแห่งโลหิตมรรคาแห่งฟ้าดิน?” อาเจียแค่นเสียงหัวเราะเป็นเสียงหัวเราะ๿ี่ฟังดูโอหังและเย้ยหยันการดำรงอยู่ของอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง


ตาเฒ่า... เจ้ายืนอยู่บนกองเลือดของผู้อื่นแล้วอวดอ้างว่านั่นคือลิขิตสวรรค์งั้นหรือฟ้าดิน๿ี่พวกเจ้ากราบไหว้นั้นมันเคยลงมาปกป้องพวกเจ้าในยาม๿ี่เจ้าไม่มีศิลาปราณซื้อโอสถกินหรือไม่ฟ้าดิน๿ี่เจ้าเทิดทูนมันเคยจ่ายค่าแรงให้เจ้าในการบำเพ็ญเพียรหรือไม่!”


อาเจียก้าวเท้าไปข้างหน้า 1 ก้าวปราณวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนเริ่มหมุนวนอย่างหนักหน่วง!


พวกเจ้าอ้างสวรรค์เพื่อหลอกตัวเองให้ดูสูงส่งทว่าความจริงของข้านั้นเรียบง่ายยิ่งกว่าฟ้าดินอาจสร้างสรรพสิ่งทว่าสวรรค์มิได้จ่ายค่าคุ้มครองให้ข้าแม้แต่อีแปะเดียวในเมื่อข้าคือผู้ใช้ 2 มือนี้ดิ้นรนหาทรัพยากรมาหล่อเลี้ยงคนของข้าฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพวกเขาและใครก็ตาม... ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามข้าปล้นคนรวยชั่วๆเช่นพวกเจ้า!”


วิถีแห่งการขูดรีด๿ี่หน้าทนทว่าเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นแห่งการเอาชีวิตรอดถูกประกาศก้องมันมิใช่การด่าทอแบบคนพาลทว่ามันคือมุมมอง๿ี่ก้าวข้ามเปลือกนอกของวิถีมารทะลุทะลวงไปถึงแก่นแท้ของการแก่งแย่งทรัพยากร!


บรรพชนโลหิตมารเดือดดาลจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน “วิถีเต๋าอันต้อยต่ำและน่ารังเกียจข้าจะลบความโง่เขลาของเจ้าทิ้งไปพร้อมกับวิญญาณของเจ้า!”


ชายชราชุดแดงกางแขนทั้ง 2 ข้างออกรีดเค้นแก่นวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายจนถึงขีดสุด!


วิถีมารบรรพกาล... มหาสมุทรโลหิตกลืนสวรรค์!”


อากาศธาตุรอบตัวบรรพชนมารแตกสลายโลหิตจากร่างของศิษย์นิกายมาร๿ี่บาดเจ็บและซากศพบนลานพิธีกรรมถูกดึงดูดกระชากขึ้นสู่อากาศอย่างบ้าคลั่งมันหลอมรวมกับปราณวิญญาณแรกเริ่มก่อตัวเป็น 'มหาสมุทรสีเลือดขนาดยักษ์๿ี่กว้างไกลนับ 100 จั้งบดบังแสงสว่างทั้งหมดคลื่นโลหิตแต่ละระลอกอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการสลายวิญญาณมันทิ้งตัวลงมาหมายจะกลืนกินร่างของอาเจียและเรือเหาะให้จมดิ่งลงสู่ขุมนรก!


คลื่นโลหิต๿ี่หนักอึ้งประหนึ่งภูเขา 10 ลูกกดทับลงมาจนลานหินสีดำยุบตัว!


ทว่าอาเจียเพียงแค่ยืนนิ่งงัน 2 มือไพล่หลังแผ่นหลังเหยียดตรงประหนึ่งไม่เห็นมหาสมุทรเลือดเบื้องบนอยู่ในสายตา!


ชายหนุ่มค่อยๆหลับตาลงและเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง... นัยน์ตาสีเงินยวงพลันถูกกลืนกินด้วย 'ความดำสนิท๿ี่ไร้ก้นบึ้ง'!


ศูนย์กลางจุดตันเถียนของเขา 'ทารกวิญญาณแรกเริ่ม๿ี่มีลักษณะโปร่งแสงและว่างเปล่าพลันลืมตาขึ้นพร้อมกันสัญลักษณ์อักขระหลิง (零) สีเงินยวงบนหน้าผากของทารกสว่างวาบ!


นี่คือวิถี๿ี่เขาบรรลุจากการถูกขังอยู่ในห้วงสุญญะมันคือมรรคา๿ี่หลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับการช่วงชิง!


เนตรสูญตาขั้น๿ี่ 3... กลืนสวรรค์รังสรรค์ปฐพี!”


อาเจียไม่ได้วาดลวดลายเพื่อป้องกันและไม่ได้ปล่อยปราณเข้าปะทะตรงๆทว่าเขาเพียงแค่ 'จ้องมองขึ้นไปยังมหาสมุทรโลหิต๿ี่กำลังโถมลงมาพร้อมกับปลดปล่อยปราณวิญญาณแรกเริ่มในจุดตันเถียนออกไปจนแทบจะหมดสิ้นการรับมือวิชาขั้นปลายต้องแลกมาด้วยการเผาผลาญพลังมหาศาล!


วูบ!


ปราศจากเสียงระเบิดกัมปนาทปราศจากคลื่นกระแทก๿ี่รุนแรงทว่าพลังมรณะของโลหิตมารพลันถูกสกัดกั้น!


มหาสมุทรโลหิต๿ี่ทรงพลานุภาพระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายเมื่อปะทะกับสายตาของเนตรสูญตา... มันพลัน 'หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศธาตุห่างจากศีรษะของอาเจียเพียงไม่กี่ฉื่อ!


จากนั้นกฎเกณฑ์แห่งวิถีมารในคลื่นโลหิตก็เริ่มบิดเบี้ยวมันถูกความว่างเปล่าแทรกซึมและ 'ย่อยสลาย'!


ทว่าสิ่ง๿ี่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการลบล้างคือสิ่ง๿ี่เกิดขึ้นหลังจากนั้น!


"วิถีของข้าคือการทวงคืน!" อาเจียตวาดลั่นพร้อมกับกระอักเลือดสีดำออกมา 1 คำจากการฝืนใช้พลังเกินตัว!


ทารกวิญญาณในจุดตันเถียนเปิดวงจรแห่งความไม่มีอักขระสูญตาทำหน้า๿ี่ประหนึ่งหลุมดำ๿ี่หิวกระหายมหาสมุทรโลหิต๿ี่กำลังถูกลบล้างกลับถูก 'แปรสภาพบังคับให้โครงสร้างของมันกลับคืนสู่มวลปราณบริสุทธิ์๿ี่สุดหยดเลือด๿ี่เคยมีฤทธิ์กัดกร่อนถูกบีบอัดจนกลายเป็น 'ศิลาปราณโลหิตวิญญาณเม็ดเล็กๆนับ 1,000,000 เม็ดร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝนอัญมณี!


"ซ่าาาาาาา!"


ศิลาปราณโลหิตบริสุทธิ์กองพะเนินอยู่แทบเท้าของอาเจียชายหนุ่มอ้าปากสูดดมปราณ๿ี่บริสุทธิ์นั้นเข้าสู่ร่างพลังวิญญาณแรกเริ่ม๿ี่สูญเสียไปพลันได้รับการเติมเต็มและพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!


"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร!" บรรพชนโลหิตมารเบิกตากว้างจนแทบถลนความรู้แจ้งและวิถีเต๋า๿ี่เพียรสร้างมาพันปีพังทลายลงในพริบตาวิชาก้นหีบของมันไม่เพียงแต่ถูกทำลายทว่ามันกลับถูกศัตรูแปรสภาพเป็นทรัพยากรและดูดกลืนไปหน้าตาเฉย!


"วิชาของเจ้าก็เหมือนน้ำแกงรสจืด... ต้องเจือรสชาติและตีราคาให้มันหน่อยถึงจะคู่ควรให้ข้ากลืนกิน!"


อาเจียไม่รอช้าร่างของชายหนุ่มเลือนหายไปจากจุด๿ี่ยืนอยู่ทิ้งไว้เพียงรอยแยกมิติสีดำ!


ก้าวล่วงวิถีเต๋าย่นระยะทางแห่งวิญญาณแรกเริ่ม!


พริบตาเดียวอาเจียปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าบรรพชนมารระยะห่างไม่ถึง 1 คืบแขนขวา๿ี่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มถูกสลักทับด้วย 'อักขระมารบรรพกาล๿ี่เดือดพล่าน!


"ตรรกะของสวรรค์ไม่เคยช่วยให้เจ้าอิ่มท้องทว่ากำปั้นของข้า... จะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากความยากจนเอง!"


"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง!!!"


หมัด๿ี่ผสานด้วยความว่างเปล่าและอักขระมารทะลวงฝ่าม่านพลังป้องกันระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายประหนึ่งทะลวงแผ่นกระดาษเปียกกำปั้นของอาเจียทะลุทะลวงเข้า๿ี่กลางอกของชายชราชุดแดงกระดูกซี่โครงแหลกละเอียดพลังทำลายล้างพุ่งตรงเข้าบดขยี้จุดตันเถียน!


"อ๊ากกกก!"


บรรพชนมารแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชทารกวิญญาณในจุดตันเถียนของมันพยายามจะหนีออกจากร่างทว่าอักขระมารบนแขนของอาเจียกลับกางกรงเล็บแห่งการกลืนกินคว้าจับทารกวิญญาณของศัตรูเอาไว้แน่น!


"จะหนีไปไหนหหนี้ชีวิต๿ี่เจ้าบังอาจมาดูถูกข้ายังชำระไม่หมด!"


อาเจียออกแรงบีบมือแก่นวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายของยอดเซียนแห่งทวีปต้องห้ามแตกสลายกลายเป็นละอองปราณบริสุทธิ์ถูกอักขระมารดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของจอมละโมบจนหยดสุดท้าย!


ร่างไร้วิญญาณของบรรพชนมารร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหินดังกัมปนาทสานุศิษย์นิกายโลหิตมารนับ 1000 ๿ี่เหลือรอดต่างช็อกตาตั้งขวัญหนีดีฝ่อจนกางเกงเปียกชุ่มบรรพชน๿ี่เก่งกาจ๿ี่สุดของพวกมัน... ถูกเซียนต่างถิ่นใช้หมัดเดียวทะลวงวิญญาณ!


อาเจียร่อนตัวลงมายืนข้างซากศพอย่างสง่างามชายหนุ่มก้มลงรูดแหวนมิติระดับสูงของบรรพชนมารออกมาเดาะเล่นในมือรอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมและเปี่ยมไปด้วยความละโมบ


"เจ้าสัวเจ้าถุงเงิน! ... เอ๊ะ?"


อาเจียชะงักไปชั่วครู่เมื่อเขาหันกลับไปมองรอบๆแล้วพบเพียงความว่างเปล่า... ไม่มีผู้พิทักษ์ศิลาร่างอ้วนสีทองไม่มีแมงมุมเงา๿ี่คอยประจบประแจง... และไม่มีเสียงบ่นของดรุณีน้อยหน้าดุ


รอยยิ้มอหังการบนใบหน้าของชายหนุ่มเลือนหายไปนัยน์ตาสีเงินยวงฉายแวววูบไหว๿ี่ซับซ้อนความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยว๿ี่พยายามซ่อนไว้ภายใต้เปลือกของความหน้าเลือดเผยออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที


"อ่า... จริงสินะ... ข้าเตะพวกมันเข้าไปในโลกใบเล็กแล้วขว้างพวกมันทิ้งไว้๿ี่ไหนสักแห่งในทวีปบ้าๆนี่..."


ชายหนุ่มกำแหวนมิติในมือแน่นจนข้อขาวก่อนจะหันขวับไปมองศิษย์นิกายมาร๿ี่กำลังหมอบตัวสั่นนัยน์ตาของเขากลับมาเยือกเย็นและดุร้ายยิ่งกว่ามัจจุราช!


"ใคร๿ี่ยังมีชีวิตอยู่จงพาข้าไป๿ี่คลังสมบัติของสำนักพวกเจ้าเดี๋ยวนี้ข้าจะปล้นทุกอย่างปล้นให้เกลี้ยงไม่ให้เหลือแม้แต่ซากกระเบื้องข้าต้องการทุนรอนเพื่อไปตามหาคนของข้าและบิดาหงุดหงิดเกินกว่าจะมานั่งปรานีพวกสวะเช่นพวกเจ้า!"


การกวาดล้างนิกายโลหิตมารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดอาเจียไม่ได้สังหารผู้๿ี่ยอมศิโรราบทว่าเขาขูดรีดและปลดสมบัติของพวกมันจนหมดตัว


เมื่อบุกเข้าไปถึงคลังสมบัติลับใต้ดินของสำนักอาเจียได้พบกับขุมทรัพย์ศิลาปราณมหาศาลและอาวุธวิเศษ๿ี่ถูกหล่อหลอมจากวิถีมารทว่าสิ่ง๿ี่ทำให้เขาหยุดชะงักและเบิกตากว้าง... มิใช่ศิลาปราณ


แต่เป็น 'แผ่นศิลาโบราณแผ่นหนึ่ง๿ี่ตั้งอยู่ใจกลางคลังสมบัติบนแผ่นศิลานั้นสลักลวดลาย๿ี่คุ้นตา... มันคือลวดลาย๿ี่ถอดแบบมาจาก 'กิ่งไม้ดำของผู้เฒ่าไป๋!


อาเจียก้าวเข้าไปลูบแผ่นศิลาสัมผัสวิญญาณสูญตาของเขาอ่านร่องรอยกฎเกณฑ์๿ี่หลงเหลืออยู่


"สุสานเทพบรรพชน... กึ่งกลางทวีปหุบเขาต้องห้าม..." อาเจียพึมพำเบาะแสเรื่องชาติกำเนิดและเป้าหมาย๿ี่แท้จริงเริ่มชัดเจนขึ้น


ทันใดนั้นผู้อาวุโสของนิกาย๿ี่ถูกบังคับให้นำทางก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว "นะ... นายท่านแผ่นศิลานั้นเป็นสมบัติโบราณ๿ี่ตกทอดมา... ข่าวลือเมื่อไม่กี่วันก่อนแจ้งว่า... มี 'กลุ่มคนต่างถิ่นปรากฏตัวขึ้นทางทิศประจิม... พวกเขามีระดับพลัง๿ี่แปลกประหลาดและ๿ี่สำคัญ... หนึ่งในนั้นครอบครอง 'พู่กัน๿ี่แผ่กลิ่นอายคล้ายคลึงกับแผ่นศิลานี้... ตอนนี้พวกเขากำลังถูกขุมอำนาจยักษ์ใหญ่ 'วิหารเทพอนันตกาลไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตายขอรับ!"


เปรี้ยง!


จิตสังหารระดับวิญญาณแรกเริ่ม๿ี่ดุร้าย๿ี่สุดระเบิดออกจากร่างของอาเจียผู้อาวุโสผู้นั้นกระเด็นอัดกำแพงจนกระอักเลือด!


"วิหารเทพอนันตกาลงั้นหรือ... กล้าดียังไงมาไล่ล่าคนของข้า..." นัยน์ตาของอาเจียสาดประกายความตาย "พวกมันคิดว่าพู่กันของข้าเป็นของ๿ี่สุนัขตัวไหนจะหยิบไปก็ได้งั้นหรือ!"


เป้าหมายใหม่ถูกกำหนดแล้วการหวนคืนของจอมเผด็จการจะสร้างบาดแผล๿ี่ไม่มีวันรักษากับขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ของทวีปหุบเขาต้องห้าม!

ในขณะเดียวกัน... ย้อนกลับไปเมื่อ 1 เดือนก่อน (ตามเวลาภายนอกป่าทึบสีดำทะมึนอีกฟากหนึ่งของทวีปต้องห้าม...


"วูบบบบบตูมมมมม!"


พู่กันนิรันดร์ด้ามศิลาพุ่งแหวกมิติลงมากระแทกผืนปฐพีในป่าลึกอย่างรุนแรงแรงกระแทกทำให้ผืนป่าพังราบเป็นหน้ากลองอักขระสูญตา๿ี่ห่อหุ้มพู่กันค่อยๆหม่นแสงลงก่อน๿ี่ม่านพลังสีเงินยวงจะเปิดออก!


ร่างของเหล่าสหายกระเด็นกลิ้งหลุนๆออกมาจากมิติโลกใบเล็กพวกเขาตกลงบนกองใบไม้สีดำ๿ี่เน่าเปื่อยทุกคนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงบาดแผลจากการถูกมิติฉีกกระชากยังคงเจ็บปวดทว่าบาดแผลในจิตใจกลับสาหัสยิ่งกว่า!


ฉินมู่หลางพยุงร่างลุกขึ้นยืนกระบี่นิรันดร์ในมือสั่นระริกเขากวาดตามองไปรอบๆป่า๿ี่เงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายทว่า... ไร้ซึ่งวี่แววของบุรุษชุดดำ


"ศิษย์น้อง... อาเจีย..." ฉินมู่หลางพึมพำเสียงของยอดกระบี่สั่นเครือ


เฟิงหลิงเอ๋อร์และเย่ปิงอวิ๋นทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าพู่กันนิรันดร์๿ี่ปักอยู่บนพื้นดินดรุณีน้อยทั้ง 2 พยายามส่งกระแสจิตเรียกหาเจ้านายของพู่กันทว่าสิ่ง๿ี่สะท้อนกลับมา... มีเพียงความเงียบงันและความว่างเปล่า


สัมผัสวิญญาณ๿ี่เคยเชื่อมต่อกับชีวิตของอาเจีย... ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์! (เนื่องจากอาเจียสลายแก่นทองคำและกำเนิดวิญญาณสูญตาในมิติปิดตายทำให้กลิ่นอายวิญญาณเดิมเปลี่ยนไป)


"ไม่... ไม่จริง... ศิษย์พี่อาเจีย... ท่านต้องไม่ตายสิท่านยังเก็บค่าเช่า๿ี่ข้าไม่ครบเลยนะ!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจอัดอั้นน้ำตาแห่งความโศกเศร้าไหลรินอาบแก้ม


"โฮกกกกกนายท่านนนนนนายท่านทิ้งพวกเราไปแล้วใครจะหาศิลาปราณมาป้อนข้าน้อยเล่าฮืออออ!"เจ้าสัวนอนดิ้นพราดๆกับพื้นดินทุบกำปั้นลงกับพื้นจนแผ่นดินสะเทือนหยาดน้ำตาสีทองแดงไหล คล้ายน้ำตาทะลักออกมาจากดวงตาโลหะเจ้าถุงเงินก็หดขา 8 ข้างขดตัวเป็นก้อนกลมร้องหงิงๆด้วยความร้าวราน


หลินชิงเสวี่ยยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหลังมิตรสหายสตรีผู้มีใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง 1000 ปีบัดนี้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ดวงตา๿ี่เคยหยิ่งยโสทอดมองไปยังความมืดมิดของผืนป่า


ความรู้สึกสูญเสียสิ่งสำคัญ๿ี่สุดในชีวิตพุ่งทะลวงกำแพงน้ำแข็งในจิตใจของนาง... หยาดน้ำตาหยดหนึ่งค่อยๆเอ่อล้นและไหลรินลงมาจากหางตา


ทว่าทันที๿ี่หยาดน้ำตานั้นสัมผัสกับอากาศธาตุ... มันพลันเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนกฎเกณฑ์แห่งเหมันต์นิรันดร์๿ี่ลึกล้ำ๿ี่สุดในจิตวิญญาณของนางถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความโศกเศร้าหยาดน้ำตาของนางจับตัวกันกลายเป็น 'ผลึกน้ำแข็งเหมันต์บรรพกาลร่วงหล่นลงกระทบพื้นดินดังกังวาน!


"อาเจีย... ข้าไม่เชื่อว่าคนหน้าเงินอย่างเจ้าจะยอมทิ้งสมบัติแล้วไปปรโลกง่ายๆ... หากผู้ใดในทวีปนี้บังอาจขวางทางเจ้าข้าจะเป็นคนแช่แข็งพวกมันให้แหลกเป็นผุยผงเอง!"


หลินชิงเสวี่ยกำด้ามกระบี่แน่นรังสีเหมันต์๿ี่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งวิญญาณปะทุออกจากร่างของนางนางก้าวข้ามขีดจำกัดของแก่นทองคำเข้าใกล้สภาวะวิญญาณแรกเริ่มเพียงก้าวเดียว!


ในขณะเดียวกันเจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางก็เกิดการเปลี่ยนแปลงความโศกเศร้าและความโกรธแค้นต่อความอ่อนแอของตนเองหลอมรวมกับวิถีกระบี่!


"บุรุษผู้ไม่เคยก้มหัวให้สวรรค์เช่นเจ้าไม่มีทางตายเพราะพายุมิติสวะนั่นแน่!"


เสียงคำรามของฉินมู่หลางดังก้องป่ามรณะแก่นทองคำในร่างของเขาปริแตกเจตจำนงกระบี่๿ี่แน่วแน่๿ี่สุดทำหน้า๿ี่ก้าวข้ามขีดจำกัดชายหนุ่มฝืนทะลวงด่านพลังด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสรังสีแห่งเซียนวิญญาณแรกเริ่ม(ครึ่งก้าวปะทุขึ้นสยบกลิ่นอายความตายรอบด้าน! "ข้าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคในทวีปนี้... แม้ต้องพลิกแผ่นดินข้าก็จะตามหาเจ้าให้พบ!"


ท่ามกลางความโศกเศร้าและการตื่นรู้ของมิตรสหาย... แสงสว่างจางๆพลันปรากฏขึ้นเหนือพู่กันนิรันดร์!


ร่างโปร่งแสงของชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมโบราณและดรุณีน้อยผมสีเงินยวงปรากฏกายขึ้น... 'มู่เฉินปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระและ 'องค์หญิงน้อยจิตวิญญาณพู่กัน


"จงหยุดร้องไห้ฟูมฟายได้แล้วพวกเด็กโง่..." มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียง๿ี่สงบนิ่งและลึกล้ำทว่าแววตาของเขากลับแฝงด้วยความหวัง "กลิ่นอายวิญญาณของเขาอาจจะหายไป... ทว่าพู่กันนิรันดร์นี้ยังไม่แตกสลาย... นั่นหมายความว่าเจ้านายของมันยังไม่ตาย!"


คำพูดของมู่เฉินประหนึ่งหยาดน้ำอมฤต๿ี่ชโลมจิตใจของทุกคน!


"ทว่า..." องค์หญิงน้อยเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "การตกลงมาของพวกเราดึงดูดความสนใจของ 'สุนัขรับใช้ในทวีปนี้แล้วกลิ่นอายของพู่กันนี้หอมหวนเกินกว่า๿ี่ขั้วอำนาจในดินแดนบ้าๆนี้จะปล่อยผ่านพวกเจ้าต้องรีบหนี... และต้องแข็งแกร่งขึ้นหากพวกเจ้ายังอ่อนแอเช่นนี้พวกเจ้าก็จะเป็นได้แค่ตัวถ่วงในยาม๿ี่เขากลับมา!"


"ใครว่าเป็นตัวถ่วง..." เฟิงอี้หรานเช็ดน้ำตาเปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลลุกโชนขึ้นอีกครั้ง "พวกเราคือสหายร่วมเป็นร่วมตายพวกเราจะออกผจญภัยบดขยี้พวก๿ี่ขวางทางและกอบโกยสมบัติในทวีปนี้ให้มาก๿ี่สุดเมื่ออาเจียกลับมาเขาจะต้องตกตะลึงกับศิลาปราณ๿ี่พวกเราหามาได้!"


มิตรสหายทุกคนต่างพยักหน้าความโศกเศร้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการดิ้นรนและการเติบโตโลกใบเล็กอาจจะหลั่งน้ำตาในวันนี้ทว่าในวันรุ่งขึ้นพวกเขาจะออกล่าเพื่อแย่งชิงความอยู่รอด!


ทว่าสิ่ง๿ี่พวกเขายังไม่รู้ก็คือ... การครอบครองพู่กันนิรันดร์ในทวีปต้องห้ามจะนำพามหันตภัยระดับทวีปมาสู่พวกเขาและดึงดูด 'วิหารเทพอนันตกาลขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่๿ี่อ้างตัวเป็นตัวแทนของดวงตาโลหิตให้ส่งยอดเซียนระดับสูงมาไล่ล่าพวกเขาทุกหัวระแหง!


การผจญภัยและการหนีตายเพื่อรอคอยการหวนคืนของจอมละโมบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ตอนต่อไป
จารึกที่ 285 : มรดกแห่งจอมขูดรีด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา