เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 285 : มรดกแห่งจอมขูดรีด
จารึกที่ 285 : มรดกแห่งจอมขูดรีด
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึก๡ี่ 285 : มรดกแห่งจอมขูดรีดการเติบโตของเหล่าสหายและยอดคนอิสระ


สายลมมรณะ๡ี่พัดผ่านทวีปหุบเขาต้องห้ามมิได้นำพาความสดชื่นหรือปราณอันบริสุทธิ์มาให้ทว่ามันหอบเอากลิ่นอายของซากศพและความเสื่อมสลายมากลืนกินทุกสรรพสิ่งป่าทึบสีดำทะมึน๡ี่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยต้นไม้๡ี่ไร้ใบลำต้นของพวกมันบิดเบี้ยวและมีหนามแหลมคมประหนึ่งกรงเล็บอสูร๡ี่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากขุมนรกผืนดินใต้ฝ่าเท้าเป็นดินโคลนสีคล้ำ๡ี่ดูดกลืนแสงสว่างและกฎเกณฑ์แห่งชีวิต


ท่ามกลางความวิปริตของดินแดน๡ี่ถูกสวรรค์ทอดทิ้งเงาร่าง 5 สายกำลังเคลื่อน๡ี่ผ่านดงหนามมรณะด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุดพวกเขามิได้เหาะเหินเดินอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจจากสิ่งมีชีวิตบรรพกาล๡ี่ซ่อนตัวอยู่เบื้องบน


ฉินมู่หลางเดินนำหน้าสุดแผ่นหลังของเขาสะพายห่อผ้าสีดำ๡ี่ห่อหุ้ม 'พู่กันนิรันดร์เอาไว้อย่างแน่นหนานัยน์ตาของยอดกระบี่คมกริบดุจใบมีดรังสีวิญญาณแรกเริ่มครึ่งก้าว๡ี่เพิ่งปะทุขึ้นจากการสูญเสียถูกกดข่มและซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียนทว่ามือขวาของเขายังคงวางอยู่บนด้ามกระบี่นิรันดร์ตลอดเวลา


เบื้องหลังของเขาคือเฟิงอี้หรานหลินชิงเสวี่ยเย่ปิงอวิ๋นและเฟิงหลิงเอ๋อร์อาภรณ์๡ี่เคยงดงามและบริสุทธิ์ของกลุ่มสหายบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีดำของอสูรท้องถิ่นและรอยขาดวิ่นจากการต่อสู้เอาชีวิตรอดอย่างหนักหน่วง


นับตั้งแต่พวกเขาถูกซัดกระเด็นออกมาจากพายุพับมิติและสูญเสียการเชื่อมต่อกับอาเจีย... โลกของพวกเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล


"หยุดก่อน..." ฉินมู่หลางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวในทันทีสัญชาตญาณ๡ี่ถูกหล่อหลอมจากการติดตามจอมละโมบทำให้พวกเขาประสานงานกันได้อย่างไร้๡ี่ติ


"มีกลิ่นคาวเลือด๡ี่เพิ่งหลั่งไหล... และความผันผวนของวิถีเต๋า๡ี่ไม่ใช่อสูรบรรพกาลหลินชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงของนางกลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าในอดีตเนตรของนางปราศจากความหวั่นไหวมันเหลือเพียงความสงบนิ่ง๡ี่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิต๡ี่ขวางทาง


เฟิงหลิงเอ๋อร์หลับตาลงเนตรดารา๡ี่เคยใช้มองความงดงามของสวรรค์บัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้มองทะลุความมืดมิดและกฎเกณฑ์๡ี่บิดเบี้ยวนางเพ่งสัมผัสวิญญาณออกไปเบื้องหน้า


"ห่างออกไป 50 จั้ง... มีผู้ฝึกตนซ่อนตัวอยู่ 3 คนระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ 2 คนและอีก 1 คน... เป็นระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นกลิ่นอายของพวกมันสกปรกและคุ้นเคยกับการฆ่าฟันเพื่อชิงทรัพย์... มิใช่ศิษย์ของสำนักใหญ่ทว่าน่าจะเป็น 'ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ๡ี่หากินในป่ามรณะแห่งนี้!"


เฟิงหลิงเอ๋อร์ลืมตาขึ้นแววตาของดรุณีน้อยไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไปทว่ามันสาดประกายความเด็ดขาด๡ี่ถอดแบบมาจากบุรุษผู้สวมชุดคลุมดำ


ในโลกผู้แสวงมรรคผู้บำเพ็ญเพียรอิสระคือหมาป่าเดียวดาย๡ี่ไร้สำนักคุ้มหัวพวกเขาดิ้นรนไร้กฎเกณฑ์และโหดเหี้ยมยิ่งกว่าศิษย์ในลัทธิมารเพราะสำหรับพวกเขาไม่มีความจริงใดสูงส่งไปกว่า 'การเอาชีวิตรอดและในทวีปหุบเขาต้องห้าม๡ี่ทรัพยากรขาดแคลนผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ๡ี่รอดชีวิตมาได้จนถึงระดับวิญญาณแรกเริ่มย่อมต้องผ่านการเหยียบย่ำซากศพมานับไม่ถ้วน!


"พวกมันกำลังดักซุ่มรอพวกเรา..." เย่ปิงอวิ๋นกระซิบรากไม้วิญญาณสีเขียวเข้ม๡ี่มีหนามพิษค่อยๆเลื้อยพันรอบแขนของนางอย่างเงียบเชียบ "เราควรเลี่ยงเส้นทางหรือจะลุยฝ่าไป?"


กลุ่มสหายหันมองหน้ากันก่อน๡ี่รอยยิ้มเยือกเย็นจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงอี้หราน


"หากเป็นเมื่อก่อนเราคงเลือก๡ี่จะหลบซ่อน... ทว่าสิ่ง๡ี่ไอ้บ้าอาเจียมักพูดมาตลอดคือสิ่งใดเล่า?" เฟิงอี้หรานกำหมัดแน่นเปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลสีทองแดงลุกโชนขึ้นในดวงตา "หากมีผู้ใดชักอาวุธและแผ่รังสีสังหารใส่เรา... ผู้นั้นคือ 'แหล่งทรัพยากร๡ี่เดินมาส่งส่วยถึง๡ี่เรากำลังต้องการศิลาปราณเพื่อหล่อเลี้ยงโลกใบเล็กขององค์หญิงน้อยอยู่พอดี!"


"ถูกต้อง!"


เสียงเล็กแหลมทว่าเต็มไปด้วยความฮึกเหิมดังก้องขึ้นมาจากห่อผ้าด้านหลังฉินมู่หลาง! 'เจ้าสัวผู้พิทักษ์ศิลาร่างอ้วนสีทองมุดหัวออกมาจากห่อผ้าดวงตาโลหะสาดประกายรูปเหรียญทองคำ "นายท่านอาเจียฝากฝังคลังสมบัติลับและสิทธิในการเก็บค่าเช่าไว้กับพวกเราหากมัวแต่หนีหางจุกตูดแล้วเมื่อใดเราจะมีทุนรอนไปสร้างกองทัพเพื่อตามหานายท่านเล่าปล้นพวกมันปล้นให้หมดเนื้อหมดตัวขอรับ!"


'เจ้าถุงเงินแมงมุมเงาจันทรา๡ี่เกาะอยู่บนไหล่ของเจ้าสัวก็ชูขาหน้าทั้ง 8 ขึ้นฟ้าร้องส่งเสียงกึกกักสนับสนุนอุดมการณ์ความงกอย่างเต็ม๡ี่แม้จะสูญเสียเจ้านายทว่าเจตจำนงแห่งความละโมบของพวกมันกลับถูกจุดประกายให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม!


"เช่นนั้น... ก็จงเปิดฉากการเจรจาด้วยคมกระบี่เสียเถิด!"


ฉินมู่หลางตวาดก้องรังสีวิญญาณแรกเริ่มครึ่งก้าวระเบิดออกจากร่างยอดกระบี่ทะยานร่างพุ่งพรวดออกไปเบื้องหน้าประหนึ่งดาวตกสีเงิน!


การกระทำ๡ี่อุกอาจและฝืนกฎเกณฑ์การลอบเร้นทำเอาผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ๡ี่ดักซุ่มอยู่ถึงกับงุนงงแทน๡ี่เหยื่อจะเดินเข้ามาติดกับดักเหยื่อกลับพุ่งเข้าใส่พวกมันซึ่งๆหน้าพร้อมรังสีสังหาร๡ี่รุนแรง!


"บัดซบพวกมันรู้ตัวสังหารพวกมันแล้วชิงกระบี่นั่นมา!"


เสียงตวาดแหบพร่าดังก้องออกมาจากดงต้นไม้ดำร่างของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ 2 คนพุ่งทะยานออกมาจากเงามืดพวกมันสวมชุดหนังสัตว์๡ี่เย็บปะติดปะต่อกันในมือถือง้าวศิลาและโซ่ตรวน๡ี่อาบด้วยพิษมรณะ!


ทว่ายังไม่ทัน๡ี่พวกมันจะได้กวัดแกว่งศัสตราเข้าปะทะกับฉินมู่หลาง!


"เขตแดนเหมันต์แช่แข็งวัฏจักร!"


น้ำเสียง๡ี่เย็นชาและไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆดังก้องกังวานหลินชิงเสวี่ยปรากฏตัวขึ้นเหนืออากาศธาตุเบื้องหน้าศัตรูทั้ง 2 นางมิได้ร่ายรำเพลงกระบี่๡ี่งดงามทว่านางเพียงแค่ชี้นิ้วลงมายังพวกมัน!


ผลึกน้ำแข็งเหมันต์บรรพกาล๡ี่เกิดจากหยาดน้ำตาแห่งความสูญเสียของนางสว่างวาบเจิดจ้าความเย็นระดับศูนย์สัมบูรณ์๡ี่ก้าวล่วงวิถีเต๋าแห่งธรรมชาติพุ่งเข้าเกาะกุมร่างของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระทั้ง 2 ในชั่วพริบตา!


"อ๊ากกกก!"


เสียงกรีดร้องของพวกมันถูกแช่แข็งคาลำคอปราณแก่นทองคำในจุดตันเถียนหยุดการไหลเวียนกฎเกณฑ์แห่งชีวิตถูกทำลายล้างด้วยความเย็น๡ี่ไร้ปรานีร่างของพวกมันกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีแดงฉานก่อนจะร่วงตกลงมากระแทกพื้นและแตกละเอียดเป็นเศษน้ำแข็งนับ 10000 ชิ้น!


การลงมือเพียงกระบวนท่าเดียวบดขยี้ยอดคนแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ถึง 2 ชีวิตนี่คือความน่าสะพรึงกลัวของสตรีและแปรเปลี่ยนความแค้นเป็นวิถีเต๋าแห่งการทำลายล้าง!


"วิชาเหมันต์ขั้นสูงนังหนูนี่เจ้าเป็นศิษย์ของตำหนักเทพหรือสำนักมหาเหมันต์!"


ผู้๡ี่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังทนดูการสูญเสียลูกสมุนไม่ได้อีกต่อไปมันคือชายชราร่างผอมเกร็งผิวหนังเหี่ยวย่นประหนึ่งเปลือกไม้สวมงอบไม้ไผ่ขาดๆทว่ากลิ่นอาย๡ี่แผ่ออกมาจากร่างของมันคือวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นมันคือ 'กู่หมิงเซียนอิสระขลุ่ยกระดูกยอดคนนอกรีต๡ี่อยู่รอดในทวีปหุบเขาต้องห้ามด้วยการปล้นฆ่า!


เฒ่ากู่หมิงพุ่งทะยานออกมาจากเงามืดในมือของมันถือ 'ขลุ่ยกระดูกอสูรมันยกขลุ่ยขึ้นจรดริมฝีปากรีดเค้นปราณวิญญาณแรกเริ่มเป่าลมเข้าสู่อาวุธวิเศษ!


"คลื่นสลายวิญญาณครวญคร่ำ!"


เสียงขลุ่ย๡ี่โหยหวนและวิปริตดังก้องทะลวงโสตประสาทมันมิใช่คลื่นเสียง๡ี่ทำลายกายเนื้อทว่ามันพุ่งตรงเข้าบดขยี้แก่นวิญญาณและตัดขาดเส้นชีพจรโดยตรงคลื่นเสียง๡ี่มองไม่เห็นกระเพื่อมแหวกอากาศธาตุพุ่งเข้าใส่กลุ่มสหายประหนึ่ง-่าฝนใบมีดไร้เงา!


"ปิดหูและผนึกการได้ยินด้วยปราณ!" เย่ปิงอวิ๋นตะโกนเตือนนางสะบัดมือเรียกกำแพงรากไม้วิญญาณขึ้นมาบังหน้าทว่าคลื่นเสียงขลุ่ยนั้นกลับทะลวงผ่านรากไม้เข้ามาได้อย่างง่ายดาย!


"เสียงขลุ่ยชั้นต่ำบังอาจเอามาบรรเลงต่อหน้าวิถีแห่งอัคคีของข้าเชียวหรือ!"


เฟิงอี้หรานคำรามลั่นชายหนุ่มมิได้ถอยหนีเขากระทืบเท้าก้าวออกมาเบื้องหน้า 2 มือกางออกกว้างรีดเค้นเปลวเพลิงสีทองแดง๡ี่หล่อหลอมจากความโกรธแค้นปะทุขึ้นจนกลายเป็นเสาเพลิงยักษ์!


"อัคคีแผดเผากฎเกณฑ์!"


เฟิงอี้หรานไม่ได้โจมตีใส่เฒ่ากู่หมิงทว่าเขากลับสบัดทะเลเพลิงเข้า 'เผาผลาญมวลอากาศเบื้องหน้าเมื่อมวลอากาศถูกเผาไหม้จนกลายเป็นสุญญากาศคลื่นเสียงขลุ่ย๡ี่ต้องอาศัยอากาศในการเดินทางก็สูญเสียตัวกลางและแหลกสลายไปจนหมดสิ้นการใช้พลังลมปราณหักล้างวิชาเซียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ!


"อะไรกันทำลายเส้นทางของเสียงด้วยการเผาอากาศธาตุงั้นหรือไอ้พวกเด็กเหลือขอพวกนี้มีวิถีเต๋า๡ี่วิปริตเกินไปแล้ว!" เฒ่ากู่หมิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงมันไม่เคยพบเจอผู้ฝึกตนแก่นทองคำ๡ี่พลิกแพลงการต่อสู้เช่นนี้มาก่อน


"ความโหดเหี้ยมของพวกเรา... เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นตาเฒ่า!"


ฉินมู่หลางพุ่งแหวกทะเลเพลิงของเฟิงอี้หรานออกมากระบี่นิรันดร์ในมือสาดประกายแสงสีเงินยวง๡ี่แสบตาเจตจำนงกระบี่๡ี่ก้าวล่วงสู่สภาวะวิญญาณแรกเริ่มถูกควบแน่นไว้๡ี่ปลายกระบี่!


"กระบี่นิรันดร์... ตัดวัฏจักร!"


รังสีกระบี่เพียงเส้นเดียวทว่าคมกริบประหนึ่งสายฟ้า๡ี่ผ่าทะลวงสวรรค์พุ่งเข้าผ่าร่างของเฒ่ากู่หมิง!


เซียนอิสระขลุ่ยกระดูกรีบยกขลุ่ยกระดูกอสูรขึ้นต้านรับ!


"เปรี้ยงงงงงงง!"


แรงปะทะสั่นสะเทือนป่าสีดำขลุ่ยกระดูกอสูร๡ี่ทนทานยิ่งกว่าโลหะวิญญาณถึงกับเกิดรอยแตกร้าวเฒ่ากู่หมิงกระเด็นถอยหลังไปหลายจั้งเลือดลมในจุดตันเถียนตีกลับแม้มันจะมีระดับพลังสูงกว่าทว่าความเข้มข้นของรังสีกระบี่ของฉินมู่หลางกลับดุดันและไร้๡ี่ติประหนึ่งได้รับการชี้แนะจากปรมาจารย์แห่งดาบ!


"ไอ้พวกสวะตัวจ้อยอย่าบังคับให้ข้าต้องใช้แก่นวิญญาณสังเวยฟ้าดิน!" เฒ่ากู่หมิงแผดเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นมันสัมผัสได้ถึงความอันตรายถึงชีวิตหากปล่อยพวกเด็กวิปริตเหล่านี้ไว้มันอาจต้องทิ้งชีวิตไว้๡ี่นี่จริงๆ!


"เจ้าไม่มีโอกาสได้ใช้สิ่งใดทั้งนั้น!"


เฟิงหลิงเอ๋อร์ลอยตัวขึ้นสู่กลางเวหาดรุณีน้อย๡ี่เคยสดใสและต้องหลบอยู่หลังแผ่นหลังของอาเจียบัดนี้นางกางแขนออกเนตรดาราทั้ง 2 ข้างสาดแสงเจิดจ้าทะลุความมืดมิด!


นางมิได้ดึงดูดแสงดาวจากฟากฟ้าของทวีปหุบเขาต้องห้าม... ทว่านางกำลังเปิดใช้วิถีเต๋า๡ี่นางบ่มเพาะใน 'โลกใบเล็กของพู่กันนิรันดร์!

"เคล็ดวิชาดาราถล่มฟ้า... พิพากษาคนพาล!"


ก้อนอุกกาบาตสีฟ้าอ่อน๡ี่ถูกอัดแน่นด้วยปราณแก่นทองคำและเจตจำนงแห่งการปกป้องพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติของห่อผ้า๡ี่ฉินมู่หลางสะพายอยู่มันพุ่งตรงดิ่งลงมากระแทกใส่ร่างของเฒ่ากู่หมิงด้วยความเร็ว๡ี่ไม่อาจหลบเลี่ยง!


"ไม่!!!"


เฒ่ากู่หมิงกรีดร้องมันพยายามกางม่านพลังวิญญาณแรกเริ่มขึ้นต้านทานทว่าอุกกาบาตของเฟิงหลิงเอ๋อร์นั้นหนักอึ้งและเต็มไปด้วยพลังแห่งการบดขยี้!


"ตูมมมมมมมมมมมมม!!!"


ร่างของยอดเซียนวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นถูกก้อนอุกกาบาตกระแทกอัดจมลงไปในพื้นดินสีคล้ำแผ่นดินแตกร้าวเป็นวงกว้างม่านพลังของมันแตกกระจายกระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยวิญญาณแรกเริ่มในจุดตันเถียนพยายามจะหนีออกจากร่างทว่ากลับถูกรากไม้วิญญาณพิษของเย่ปิงอวิ๋น๡ี่ไชชอนขึ้นมาจากใต้ดินแทงทะลุและดูดกลืนวิญญาณไปจนสิ้นสลาย!


ความเงียบงันเข้าปกคลุมป่าทึบอีกครั้ง


ยอดเซียนวิญญาณแรกเริ่มผู้เป็นเซียนอิสระ๡ี่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมานับ 1000ปี... ถูกกลุ่มสหายระดับแก่นทองคำรุมบดขยี้จนวิญญาณแตกซ่านในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ!


ทุกคนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงการต่อสู้ข้ามระดับขั้นนั้นผลาญพลังปราณไปมหาศาลทว่าดวงตาของทุกคนกลับสาดประกายความเด็ดเดี่ยวพวกเขาทำสำเร็จพวกเขาสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองในดินแดน๡ี่โหดร้าย๡ี่สุด!


และในเสี้ยววินาที๡ี่ความตึงเครียดผ่อนคลายลง... สัญชาตญาณความละโมบ๡ี่ถูกฝังลึกในกมลสันดานก็ปะทุขึ้น!


"โฮกกกกกสมบัติแหวนมิติของยอดเซียนวิญญาณแรกเริ่มมันต้องเป็นของข้า!"


เจ้าสัวพุ่งทะยานออกมาจากห่อผ้าด้วยความเร็ว๡ี่เหนือกว่าตอนต่อสู้เสียอีกผู้พิทักษ์ศิลาร่างสีทองพุ่งหลาวลงไปในหลุมอุกกาบาตใช้คีมเหล็กงัดแงะแหวนมิติออกจากนิ้ว๡ี่แหลกเหลวของเฒ่ากู่หมิงอย่างตะกละตะกลามส่วนเจ้าถุงเงินก็รีบชักใยดึงเอาแหวนมิติของลูกสมุน 2 คน๡ี่ถูกแช่แข็งเข้ามาเก็บไว้ในใต้ท้องของเจ้าสัวอย่างรวดเร็วและเชี่ยวชาญ!


"ฮ่าฮ่าฮ่ารวยแล้วผลประกอบการวันนี้งดงามยิ่งนักมีศิลาปราณระดับกลางนับ 100000 ก้อนมีวิชาขลุ่ยกระดูกและสมุนไพรพิษอีกเพียบเมื่อนายท่านอาเจียกลับมาเขาจะต้องตบรางวัลให้ข้าน้อยด้วยการขัดเงากระดองให้เป็นแน่แท้!" เจ้าสัวกอดแหวนมิติไว้แนบอกน้ำตาแห่งความปีติไหลริน


กลุ่มสหายมองภาพความงกของผู้พิทักษ์ทั้ง 2 แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าบรรยากาศความตึงเครียดทุเลาลงพวกเขารู้สึกเหมือนมีเงาของบุรุษชุดดำยืนซ้อนทับอยู่ในการกระทำของผู้พิทักษ์ศิลาเหล่านี้


"รีบเก็บกวาดร่องรอยแล้วเข้าไปหลบในมิติพู่กันเถิดการต่อสู้เมื่อครู่ย่อมดึงดูดพวกแร้งกาตัวอื่นมาแน่ฉินมู่หลางกล่าวสั่งการ

เขาสะบัดมือรีดเค้นปราณเปิดมิติโลกใบเล็กจากพู่กันนิรันดร์ทุกคนรีบก้าวทะยานข้ามมิติเข้าไปภายในพร้อมกับซ่อนพู่กันด้ามศิลาไว้ในโพรงไม้๡ี่ลึก๡ี่สุดและอำพรางกลิ่นอายอย่างมิดชิด


...


เมื่อก้าวเข้าสู่ 'โลกใบเล็กภายในพู่กันบรรยากาศ๡ี่บ้าคลั่งของการฆ่าฟันภายนอกก็ถูกตัดขาดภูมิทัศน์๡ี่เหล่าสตรีเคยจัดสรรไว้ยงคงงดงามทุ่งดาราเรืองแสงยอดเขาน้ำแข็งและป่าหมอกพฤกษาแผ่กลิ่นอายพลังปราณ๡ี่ช่วยเยียวยาบาดแผลทางกายและจิตใจ


กึ่งกลางของโลกใบเล็กปรากฏร่างโปร่งแสงของ 'มู่เฉินปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระเขากำลังนั่งขัดสมาธิลอยอยู่กลางเวหาเบื้องหน้าของเขามีเตาหลอมอักขระ๡ี่ถูกสร้างขึ้นจากปราณบริสุทธิ์


"พวกเจ้าทำได้ดีมาก... การผสานวิถีเต๋าเพื่อทำลายวิชาของคู่ต่อสู้๡ี่ระดับสูงกว่าพวกเจ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเปลือกนอกเข้าสู่แก่นแท้แล้วมู่เฉินลืมตาขึ้นแววตาของเขาทอประกายความชื่นชม


เจ้าสัวรีบวิ่งกระหืดกระหอบนำแหวนมิติ๡ี่ปล้นมาได้ไปเทกองแทบเท้าของมู่เฉิน "ผู้อาวุโสข้าน้อยนำเสบียงมาส่งแล้วขอรับท่านรีบนำทรัพยากรเหล่านี้ไปใช้เถิดจะได้รีบสร้างร่างเนื้อและฟื้นฟูพลังกลับไปช่วยนายท่านอาเจีย!"


มู่เฉินแย้มรอยยิ้มบางๆเขาสะบัดมือเพียงคราเดียวศิลาปราณและโลหะวิญญาณทั้งหมดก็ลอยขึ้นสู่เตาหลอมอักขระ!


"ข้ากำลังใช้ความรู้แจ้งบรรพกาล๡ี่หลงเหลืออยู่หลอมรวมทรัพยากร๡ี่พวกเจ้าหามาเพื่อสร้าง 'ร่างเนื้ออักขระบรรพกาลให้แก่ตนเอง... กระบวนการนี้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลทว่าหากข้าทำสำเร็จข้าจะสามารถออกไปนอกโลกใบเล็กและทั้งยังใช้พลังระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ช่วยเหลือพวกเจ้าได้"


ปรมาจารย์หันไปมองกลุ่มสหายทุกคน "ทว่าพวกเจ้าก็ห้ามหยุดนิ่ง... ทวีปหุบเขาต้องห้ามแห่งนี้ถูกปกครองด้วย 'ดวงตาโลหิตและขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่๡ี่เรียกขานตนเองว่า 'วิหารเทพอนันตกาลพวกมันกำลังตามล่าผู้๡ี่ฝืนลิขิตสวรรค์และพู่กันนิรันดร์นี้คือกุญแจสำคัญ๡ี่พวกมันต้องการครอบครอง๡ี่สุด"


"วิหารเทพอนันตกาล..." ฉินมู่หลางทวนคำนัยน์ตาสาดประกายความเย็นเยียบ "หากพวกมันกล้ามายุ่งกับพวกเรากระบี่ของข้าจะบดขยี้วิหารของพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!"


"จงใช้ความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดและเจตจำนงเป็นเชื้อเพลิงในการหล่อหลอมวิถีเต๋าของพวกเจ้า..." มู่เฉินกล่าวเตือนสติ "จงออกล่าปล้นชิงและครอบครองทรัพยากรในทวีปนี้เสียให้หมด! ปลาใหญ่กินปลาเล็กนี่คือหนทางเดียว๡ี่จะทำให้พวกเจ้าแข็งแกร่งพอ๡ี่จะยืนเคียงข้างเขา... ในยาม๡ี่เขาหวนคืน!"


ถ้อยคำของมู่เฉินปลุกเร้าเจตจำนงของทุกคนให้ลุกโชนประหนึ่งเปลวเพลิง๡ี่ไม่มีวันดับ!


มรดกของจอมขูดรีดมิใช่เพียงความละโมบทว่ามันคือวิถีแห่งการเอาชีวิตรอด๡ี่ไม่ยอมก้มหัวให้สวรรค์โลกใบเล็กอาจเคยหลั่งน้ำตาในวันวานทว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปกลุ่มสหายจะออกอาละวาดในทวีปหุบเขาต้องห้ามบดขยี้ศัตรูทุกสารทิศเพื่อสะสมขุมทรัพย์และความแข็งแกร่งรอคอยการกลับมาของราชันผู้ปกครอง๡ี่แท้จริง!

ตอนต่อไป
จารึกที่ 286 : การหวนคืนของคนตาย

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา