เรื่อง เหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง
ณ ีซีกโลกึ่ซึ่ง่าไออกไปหลายัไมล์ ่าาาร้อนะุของแแที่แเาผืนาสีทองใดินแดนตะวันออกกลาง คลื่นาร้อนเ้ระริกู่เหนือพื้นคอนกรีตของลานิขนาดึา ที่นี่ืศูนย์กลางำาทางการาฎาที่ทรงอิทธิีุ่แห่งึ่ของโลก... ฐานทัพหลักของกองกำลังารับจ้าง วูลฟ์แฟง (Wolf Fang)
บรรยากาศภายใฐานทัพวันนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มงวดและเต็มไปด้วยาวุ่นวายตามมาตรฐานขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยกลิ่นคาวเลือดและเงินตรา เสียงเครื่องยนต์ของหุ้มเกราะกันระเบิด (MRAP) และจี๊ปาะเทางุิีดังะึ่ประสานกันไปั่บริเวณลาน้า กลุ่มารับจ้างใุพรางทะเลากำลังง่วนู่กับการทำาสะอาดและตรวจเ็สภาพาุปืนไเฟิจู่โจมของเอย่างขะมักเขม้น บริเวณสุดปารันเวย์ เครื่องิลำเลียงขนาดใหญ่กำลังิเครื่องยนต์ใัจนฝุ่าตลบอบอวล เื่เตรียมพร้อมำัการลำเลียงกำลังุใ่เข้าสู่ื้ี่สมรภูมิาขัดแย้งใประเทศเื่นบ้าน ใขณะที่ท้องฟ้า ปรากฏภาพของอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน (UAV) ประสิทธิภาพสูง ที่กำลังิวนาะเรักษาาปลอดภัยเหนือรัศมีฐานทัพอย่างเงียบเชียบ
เหนือาวุ่นวายเหล่านั้นขึ้นไป ภายให้องกระจกนิรภัยปรับอากาศหอคอยของศูนย์บัญชาการสูงสุด
เอก เจมส์ แลงฟอร์ด ผู้บัญชาการสูงสุดของกองัารับจ้างสาขาตะวันออกกลาง กำลังยืนเอามือไ่หลัง ทอดสายตามองลงไปยังาเคลื่อนไหวเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานยักษ์ด้วยสีหน้าที่เรียบสนิท นัยน์ตาฝ้าฟางที่ผ่านประสบการณ์รบมาอย่างโชกโชนของเขาสะท้อนภาพของเครื่องิลำเลียงที่กำลังเชิดหัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ด้านหลังของเขา หญิงสาวเจ้าของใบหน้าคมคายและนัยน์ตาสีฟ้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ยืนกอดอกู่ใุเครื่องแบบสีเข้มที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วนและมัดกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี 'อีวาน่า' ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซีย จ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็นนาย ก่อนจะเอ่ยทำลายาเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ทางเบื้องว่ายังไงบ้างคะ ใตอนนี้?"
คำถามของเธอสั้น กระชับ แต่ตรงประเด็น เจมส์ไม่ได้หันกลับมามอง เขาเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะใส่ใจนัก ราวกับว่ามันเป็นเรื่องน่ารำคาญที่เขาต้องเผชิญมาตลอดหลายวัน
"ก็โวยวายกันยกใหญ่น่ะสิ..." เจมส์แค่นเสียงหัวเราะใลำคอ "พวกตาเฒ่าบอร์ดบริหารแทบจะเ้ผาง พากันส่งเอกสารมาต่อว่าและตั้งคณะกรรมการสอบสวนฉันกันให้วุ่นวายไปหมด หาว่าฉันบ้าไปแล้ว หรือไม่ก็รับสิน... ที่ยอมเซ็นอนุมัติปล่อยให้คนระดับ 'ธีร์' ลาออกและเดินหันหลังออกจากองค์กรไปง่ายๆ แบั้น"
อีวาน่าพยักหน้าช้าๆ สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงาประหลาดใจแต่อย่างใด "ก็นั่นสินะคะ... บุคลากรระดับร้อยโทธีรภัทร ใช่ว่าจะมีเงินแล้วจะสามาหาซื้อ หรือสร้างขึ้นมาใ่ได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่"
หญิงสาวเว้นจังหวะไปนิดึ่ ก่อนจะแย้งขึ้นมาด้วยามั่นใจใศักยภาพของลูกทีมที่เหลือู่ "แต่ถึงอย่างนั้น... ก็ใช่ว่ากองทัพของเราจะไม่เหลือขุมกำลังคนอื่นีแล้วนี่คะ? แค่นับเฉพาะใสาขาตะวันออกกลางแห่งนี้ เราก็ยังมี 'โลแกน' ที่เชี่ยวชาญการฆ่าอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็ยังมีสุดยอดสไนเปอร์ที่แม่นยำิอันดับท็อปทรีของโลกอย่าง 'แซม' ู่ีทั้งคน"
อีวาน่าก้าวเดินเข้าไปใกล้บานกระจก ยืนขนาบข้างผู้บัญชาการสูงสุด "ยิ่งถ้าไม่ต้องพูดถึงสาขาอื่นๆ ั่โลก... องค์กรของเราก็ยังมี 'ปีศาจ' ใคราบมนุษย์ีหลายคนที่ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยง และสามาทำหน้าที่เป็นแนวหน้าทะลวงฟันแทนธีร์ไดู้่... บอร์ดบริหารก็ไม่น่าจะใจแคบ หรือตื่นตูมถึงขนาดต้องมานั่งเสียดายารับจ้างแค่คนเดียวขนาดนี้นี่คะ?"
เจมส์ส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เครื่องิที่กลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ท้องฟ้า
"มันไม่ใช่เรื่องของาใจแคบหรอกนะ อีวาน่า..." เจมส์อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนกำลังด้วย... แต่มันเป็นเรื่องของ 'าเสียดาย' และ 'าหวาดระแวง' ต่างหากล่ะ"
ชายวัยกลางคนหันมาสบตากับผู้บัญชาการสาว "เธอต้องไม่ลืมนะว่า ธีร์ไม่ใช่แค่ารบพิเศษั่ๆ ไป... แต่เขาืบุคลากรที่ถูกจัดู่ใระดับที่เรียกว่า 'One Man Army' (กองทัพใร่างเดียว)การปล่อยให้หมาป่าเดนตายที่เชี่ยวชาญศิลปะการฆ่าทุกรูปแบบเดินเป็นอิสระู่ข้างนอกน่ะ มันไม่มีอะไรมารับประกันเลยว่า ใอนาคต... จะไม่มีกลุ่มารับจ้างคู่แข่งองค์กรอื่น หรือแม้แต่รัฐบาลมหาำาประเทศไหน ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจเื่ดึงตัวเขาไปร่วมงาน"
"พวกเบื้องไม่ได้กลัวที่เราเสียเขาไปหรอก..." เจมส์เน้นย้ำทีละคำ "แต่พวกเขากลัวว่า... สักวันึ่ ธีร์อาจจะไปปรากฏตัวู่ฝั่งตรงข้าม และกลายเป็น 'ศัตรู' ที่น่ากลัวีุ่ของพวกเราต่างหาก"
เมื่อได้ฟังเหตุผลนั้น อีวาน่าก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากใบหน้าที่มักจะเย็นชาู่เสมอของเธอ
"แต่ฉันคิดว่า... ากังวลของพวกบอร์ดบริหาร น่าจะเป็นเรื่องสูญเปล่านะคะ" อีวาน่าเอ่ยขึ้น แววตาของเธอทอประกายาอ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตลูกน้องใต้บังคับบัญชา "บางที... การที่เขายอมกลับไปใครั้งนี้ เขาอาจจะได้สัมผัสกับชีวิตที่สงบสุข ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่ไม่ต้องคอยจับปืน ไม่ต้องคอยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงระเบิด... จนเขาไม่อยากจะกลับมาเหยียบใโลกที่เปื้อนเลือดแบี้ีแล้วก็ได้นะคะ"
เจมส์มองรอยยิ้มของอีวาน่า ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "ผมเอง... ก็หวังลึกๆ ให้มันเป็นแบั้นเหมือนกัน"
ผู้บัญชาการสูงสุดละสายตาจากกระจก เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน เขาหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ อัดควันสีเทาเข้าปอดก่อนจะพ่นออกมา แล้วเปลี่ยนประเด็นสนทนา
"จริงสิ... แล้วเรื่องที่ 'ผู้หญิงคนนั้น' คู่หมั้นของเขาน่ะ... เรื่องที่เธอแอบมาเจรจาพูดคุยกับคุณเครื่องิก่อนจะกลับไปน่ะ มันเป็นาจริงงั้นเหรอ? เรื่องธุรกิจใ่ที่เธอกำลังสนใจจะลงทุนน่ะ" เจมส์เอ่ยถามถึงข้อเสนอสุดพิเศษที่ทำให้เขายอมเปิดทางให้ธีร์ลาออกได้ง่ายขึ้น
"เป็นาจริงค่ะ" อีวาน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังใโหมดของการทำงาน "คุณเพียงฟ้า ทายาทของสิรินทรา กรุ๊ป แสดงาสนใจอย่างมากที่จะขยายขอบเขตธุรกิจของเธอ เข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีามั่นคงและการา (Defense Tech)"
"ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะยังไม่ได้ิต่อมาหาเราอย่างเป็นทางการ..." อีวาน่าอธิบายต่อ "เพราะมันอาจจะยังเป็นเวลาที่เร็วเกินไปำัการจัดเตรียมเอกสารและการอนุมัติงบประมาณระดับชาติ... แต่จากสายตาและท่าทีที่เด็ดขาดของผู้หญิงคนนั้น ฉันรู้สึกได้เลยค่ะว่า ีไม่นาน... เธอจะต้องิต่อมาเื่ขอให้องค์กรของเราเป็นพาร์ตเนอร์ หรือเป็นผู้ทดสอบยุทโธปกรณ์ให้กับบริษัทของเธออย่างแน่นอนค่ะ"
เจมส์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ องค์กรฎาอย่างพวกเขา หากได้เงินทุนสนับสนุนและเทคโนโลยีจากเครือบริษัทมหาำาของเอเชียอย่างสิรินทรา กรุ๊ป มันย่อมเป็นผลประโยชน์มหาศาลที่คุ้มค่ากับการแลกเปลี่ยนตัวารับจ้างเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
ทว่า สีหน้าของอีวาน่ากลับยังคงมีากังวลฉายชัดู่ หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับกำลังใช้าคิดอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามใสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
"ืว่า... ท่านผู้บัญชาการคะ คุณคิดว่า... ธีร์เขามีโอกาสที่จะถูกบีบให้ 'ต้องกลับมา' ที่นี่ไหมคะ?"
เจมส์เลิกคิ้วขึ้น "ทำไมคุณถึงคิดแบั้นล่ะ?"
"หลังจากที่พวกเขากลับไป ฉันได้ลองให้ทีมข่าวกรองไปเ็รายละเอียดและโครงสร้างของกิจการใเครือสิรินทรา กรุ๊ป ดูอย่างละเอียดแล้วค่ะ..." อีวาน่าน้ำเสียงเคร่งเครียดขึ้น "พบว่ามันเป็น 'ปลาชิ้นใหญ่' มาก... ใหญ่จนน่ากลัวเลยล่ะค่ะ มูลค่าธุรกิจและการผูกขาดเส้นทางโลจิสติกส์ของพวกเขามันมหาศาลเกินไป ถ้าใครก็ตามที่คิดจะกลืนกิน หรือฮุบปลาตัวนี้ไปเป็นของตัวเอง คนๆ นั้นคงต้องยอมเป็นศัตรูกับคนระดับบิ๊กๆ ใประเทศนั้นีไม่น้อยเลยทีเดียว"
"ใเมื่อธีร์ก้าวเข้าไปยืนู่ใจุดที่สว่างไสว และกลายเป็นเป้าสายตาใฐานะทายาทและคู่หมั้นของผู้กุมำาเหล่านั้น... ฉันเลยกลัวว่า..." อีวาน่าเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคอ "ฉันกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องสกปรก หรือมีการใช้คลื่นใต้น้ำลอบกัดเขา จนเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น... และถึงจุดึ่ เขาอาจจะสูญเสียที่ยืน ถูกบีบใหู้่ใประเทศไทยไม่ได้ และต้องหนีตายกลับมาหลบซ่อนตัวที่องค์กรของเราน่ะค่ะ"
เอกเจมส์นั่งฟังการวิเคราะห์ของลูกน้องคนสนิทอย่างเงียบๆ เขายกซิการ์ขึ้นสูบีครั้ง ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันกลับไปมองที่บานกระจกีรอบ
สายตาของผู้บัญชาการสูงสุดจับจ้องลงไปยังลาน้าเบื้องล่าง ที่ซึ่งกลุ่มารับจ้างหน้าใ่กลุ่มึ่ กำลังเดินเรียงแถวเข้าไปที่เครื่องิลำเลียง ท่าทางการเดิน กาือปืน และการตรวจเ็อุปกรณ์ของพวกหน้าใ่เหล่านั้น ดูงุ่มง่าม เก้ๆ กังๆ และเต็มไปด้วยช่องโหว่แห่งาไม่ชำนาญใสายตาของคนระดับผู้บัญชาการ
เจมส์แค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของอีวาน่าโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่าหน้าใ่เหล่านั้น
"อะไรจะเกิด... มันก็ต้องเกิดนั่นแหละ อีวาน่า"
เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม "แต่เธอจงเชื่อฉันเถอะนะ... ถ้าหากมันมี 'ไอ้หน้าโง่' คนไหน หรือกลุ่มไหน ก็ตาม... ที่คิดจะใช้แผนการโง่ๆ หรือใช้กำลังเข้าเล่นงานเขาเื่หวังจะฮุบสมบัติล่ะก็..."
ผู้บัญชาการสูงสุดหันขวับกลับมามองหน้าอีวาน่า นัยน์ตาของเขาแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาใพริบตา "คนที่ต้อง 'น้ำตาตกใ' และร้องขอชีวิต... สมควรจะเป็นไอ้พวกหน้าโง่พวกนั้นต่างหาก ไม่ใช่ธีร์"
"เธออย่าลืมสิอีวาน่า..." เจมส์ชี้มือลงไปที่ลานิเบื้องล่าง "ว่าผู้ชายที่ชื่อธีรภัทร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นพวกที่บ้าคลั่งการนองเลือด หรือกระหายสงครามเหมือนอย่างไอ้โลแกน... แต่ถึงยังไง เขาก็ือดีต 'แนวหน้าทะลวงฟัน' ของพวกเรา"
"เขาืึ่ใสาม 'ป้ายยี่ห้อ' ระดับท็อป ที่รับประกันาสำเร็จของฐานทัพสาขาตะวันออกกลางแห่งนี้! เขาืคนเพียงคนเดียว ที่พวกเราและบอร์ดบริหารกล้าเรียกขานได้อย่างเต็มปากและมั่นใจีุ่ ว่าเป็น 'One Man Army'โดยแท้จริง!" เจมส์เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงทรงัง
"และต่อให้วันึ่ เขาถูกบีบจนไม่มีที่ยืนใประเทศนั้นจริงๆ... ด้วยศักยภาพและบุคลากรระดัี้ ต่อให้เขาไม่ซมซานกลับมาขอพึ่งพิงพวกเรา... เธอคิดจริงๆ หรือ ว่าจะมีสักกี่ประเทศมหาำาใโลกนี้ล่ะ ที่จะกล้า 'ปฏิเสธ' การรับชายคนนี้เข้าร่วมกองทัพของพวกเขา?"
อีวาน่าอึ้งไปกับคำกล่าวอ้างที่แสนจะจริงแท้นั้น ใช่... ผู้ชายคนนั้นอันตรายเกินกว่าที่คนั่ไปจะจินตนากาึง ทว่าลึกๆ ใใจเธอก็ยังคงมีากังวลหลงเหลือู่
"แต่ว่า... ถ้าเป็นแบั้น เขาจะต้องแยกจากกับคู่หมั้น... แยกจากครอบครัวที่เขาเพิ่งจะตามหาเจอนะคะ" อีวาน่าแย้งขึ้นด้วยาเห็นใจ
ผู้บัญชาการสูงสุดมองใบหน้าที่ฉายแววกังวลของลูกน้องสาว ก่อนจะคลี่ยิ้ม้าออกมา มันเป็นรอยยิ้มของหมาป่าเฒ่าที่มองเห็นการเดินหมากกระดานำาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"เธอคิดจริงๆ เหรออีวาน่า..." เจมส์ส่ายหน้าเบาๆ "เธอคิดจริงๆ หรือ ว่าคนที่มีำาและอิทธิมหาศาลระดับ 'เจ้าสัวสิรินทร์' ผู้ชายที่สามาิกแผ่นดินตามหาหลานชายจนเจอถึงตะวันออกกลาง... จะยอมปล่อยให้หลานชายสายเลือดแท้ๆ ของตัวเอง ถูกศัตรูหน้าไหนก็ไม่รู้มาเตะโด่งออกจากประเทศไปได้ง่ายๆ น่ะ?"
เจมส์ลุกขึ้นยืนเต็มาสูง ก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่อีวาน่าเบาๆ เป็นการเรียกสติ
"เลิกกังวลใเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องได้แล้วอีวาน่า... คนที่สมควรจะกังวลและสวดมนต์ขอพระเจ้าคุ้มครองน่ะ ไม่ใช่ธีร์หรอกนะ... แต่เป็นไอ้พวกที่คิดจะไปหาเรื่องเล่นงานเขาต่างหาก"
ผู้บัญชาการสูงสุดหันกลับไปมองภาพท้องฟ้าอัน้าใหญ่ของตะวันออกกลาง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่เย็นยะเยือกและสะท้อนถึงสัจธรรมของโลกแห่งการฆ่าฟันได้อย่างชัดเจนีุ่
"และีอย่าง... ถ้ามีใครก็ตาม ที่ประเมินเขาต่ำเกินไป แล้วคิดจะใช้ 'กำลัง' เื่มาจัดการกับเขา... ฉันขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลย ว่าพวกมันกำลังคิดผิดมหันต์!"
"เพราะถ้าพวกมันเปิดฉากคิดจะใช้กำลัง... และพยายามจะเปลี่ยนให้เขาตกลงไปู่ใสถานะของ 'ผู้ถูกล่า'เมื่อไหร่ล่ะก็..." เจมส์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ไอ้พวกเวรนั่น ก็จงเตรียมใจ ที่จะกลายสภาพเป็น 'ผู้ถูกล่า'เสียเอง... ภายใเวลาไม่ถึงสามวินาทีได้เลย!"
"มึง่ามเหี้ยอะไรวะ! ปากดีนักนะมึง!"
ชายตัดผมทรงสกินเฮดที่ยืนู่หน้าสุดตะคอกกร้าว าคึกคะนองและจำนวนคนที่เหนือกว่าทำให้มันไม่ใส่ใจคำถามที่ฟังดูไร้อารมณ์นั้น มันกระชับไม้เบสบอลอลูมิเนียมใมือแน่น ก่อนจะพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับเงื้อไม้สุดแขน หวดทะลวงแหวกอากาศหมายจะฟาดเข้าที่ก้านคอของชายหนุ่มร่างสูงอย่างเต็มแรง
ทว่า... เป้าหมายที่ควรจะยืนนิ่งเป็นเป้านิ่ง กลับไม่ไดู้่ที่เดิม
ไม่มีการกระโดดถอยหลัง ไม่มีการตั้งการ์ดป้องกันที่สวยงาม ชายหนุ่มทำเพียงแค่บิดข้อเท้าเล็กน้อย เอี้ยวท่อนหลบออกจากเส้นทางวิถีโค้งของไม้เบสบอลอย่างฉิวเฉียด ปาไม้อลูมิเนียมเฉี่ยวผ่านปาจมูกของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
ใเสี้ยววินาทีที่สกินเฮดถลำตัวไปตามแรงเหวี่ยงจนเสียศูนย์ มือซ้ายของชายหนุ่มก็ตวัดพรึ่บเข้าคว้าหมับที่ข้อมือของมัน ล็อกเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนที่ท่อนแขนขวาจะพุ่งสวนกลับไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ฝ่ามือขวาของเขาไม่ได้กำเป็นหมัด แต่เปิดออกและกระแทกส้นมือเสยเข้าที่ปาคางของสกินเฮดอย่างจัง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกกรามลั่นดังก้องใซอยแคบ แรงกระแทกที่อัดแน่นไปด้วยะกำลังส่งผลให้สมองของสกินเฮดกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ร่างของมันลอยวืดขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ก่อนจะร่วงลงไปกองเป็นผักปลาพื้นคอนกรีต สลบเหมือดไปใพริบตาเดียวโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
"เฮ้ย! ไอ้-่าเอ๊ย!"
อันธพาลคนที่สองที่เห็นเื่นร่วงไปต่อหน้าต่อตา สบถลั่นด้วยาโกรธแค้น มันพุ่งทะยานเข้ามาจากทางขวา มือคว้าไม้หน้าสามิตะปูเงื้อฟาดลงมาตรงๆ หมายจะผ่ากลางแสกหน้า
ชายหนุ่มไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเท้าสวนสืบเข้าหาาตายนั้นอย่างเยือกเย็น อาศัยจังหวะที่แขนของศัตรูยังลอยู่กลางอากาศ เขาย่อตัวมุดรอดใต้ท่อนแขนนั้นอย่างไหลลื่น ระยะประชิดตัวถูกบีบให้แคบลงจนไม้หน้าสามหมดประโยชน์
มือทั้งสองข้างของเขาเอื้อมไปคว้าหลังคอเสื้อของอันธพาลคนที่สอง กระชากดึงลงมาด้านล่างอย่างแรง พร้อมกับแทงเข่าขวาสวนพุ่งขึ้นไปปะทะเข้ากับลิ้นปี่ของมันอย่างจัง!
อั้ก!
แรงกระแทกอันหนักหน่วงทำเอาอันธพาลร่างใหญ่ถึงกับตาเหลือก ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากุมท้อง อาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาคาที่ หมดสภาพไปีึ่คน
การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มนั้นไม่ได้ดูสวยงาม ไม่ได้มีท่วงท่าที่วิจิตรบรรจง หรือการกางแขนขาจัดระเบียบร่างกายที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับที่ 'ก๊อต' พยายามแสดงหน้ากล้องภาพยนตร์ ทุกย่างก้าวของเขาไร้ซึ่งส่วนเกิน ไม่มีแม้แต่จังหวะง้างหมัดให้ศัตรูรู้ตัวล่วงหน้า มันืการเคลื่อนไหวที่ถูกรีดเค้นมาเื่ 'ประสิทธิภาพ' ล้วนๆ เป็นการผสมผสานศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ไร้รูปแบบ ไร้กฎเกณฑ์ มีเพียงเป้าหมายเดียวืการทำลายศูนย์ถ่วงและหยุดยั้งศัตรูให้เร็วีุ่
"ตายซะมึง!"
อันธพาลคนที่สามและสี่ตัดสินใจพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากคนละทิศทาง คนึ่เงื้อหมัดขวาตรงเข้าใส่ใบหน้า ส่วนีคนพุ่งเข้ามาหมายจะรวบเอวเื่เทกดาวน์ลงพื้น
ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหมัดตรงของคนที่สามอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้ท่อนแขนซ้ายปัดกระแทกท่อนแขนของศัตรูให้เสียจังหวะ ใจังหวะที่แขนของมันเปิด้า เขาหมุนตัวใช้ข้อศอกขวาสับลงที่ก้านคอของมันอย่างอำมหิต ร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที
ใวินาทีเดียวกันนั้นเอง อันธพาลคนที่สี่ที่พุ่งเข้ามารวบเอวก็มาถึงตัว ชายหนุ่มไม่ได้ขัดขืนแรงปะทะ เขาปล่อยให้ร่างกายโอนอ่อนตามแรงพุ่งของศัตรู แผ่นหลังของเขาสัมผัสกับพื้นคอนกรีต ทว่าก่อนที่ศัตรูจะได้ขึ้นคร่อม ขาทั้งสองข้างของเขาก็ตวัดรัดเข้าที่ลำคอของมันอย่างรวดเร็วิกตัวกลับด้วยะกำลังมหาศาล เหวี่ยงร่างของอันธพาลคนที่สี่ลอยข้ามหัวไปกระแทกเข้ากับถังขยะเหล็กริมกำแพงดังโครมใหญ่!
"อึก..."
สกินเฮดคนที่ึ่ที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากอาการมึนงง พยายามจะยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยาโกรธแค้น มือของมันยังคงกำไม้เบสบอลแน่น
ทว่า ชายหนุ่มไม่ได้แม้แต่จะหันไปมอง เขารับรู้ได้ถึงาเคลื่อนไหวจากด้านหลังผ่านสัญชาตญาณ ส้นรองเท้าคอมแบทสีดำตวัดกระทืบลงไปข้อพับเข่าของสกินเฮดที่กำลังจะลุกขึ้นอย่างเด็ดขาดและไร้าปรานี
กร๊อบ!!
"อ๊ากกกก!!"
เสียงกระดูกหัวเข่าแตกหักและเสียงแหกปากร้องโหยหวนดังสะท้อนกึกก้องไปั่ทั้งซอย สกินเฮดลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้นีครั้ง และคราวนี้... มันไม่มีทางลุกขึ้นมาได้ีอย่างแน่นอน
สถานการณ์ใตรอกแคบเริ่มแปรเปลี่ยนจากาคึกคะนอง กลายเป็นฝันร้ายที่มองไม่เห็นทางหนี กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นขยะเปียกเริ่มคละคลุ้ง
อันธพาลคนที่ห้า... ซึ่งยืนดูเื่นสี่คนร่วงลงไปนอนกองกับพื้นภายใเวลาไม่ถึงึ่นาที เริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนก มันล้วงมือเข้าไปใกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต คว้าเอามีดพับเล่มเขื่องออกมา กดสปริงกริ๊กจนใบมีดเหล็กกล้าสปริงตัวออกมาสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว
"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้เวร!"
มันตะโกนก้องเื่เรียกากล้าให้ตัวเอง ก่อนจะพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับแทงมีดใมือพุ่งตรงเข้าสู่ตำแหน่งหน้าท้องของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและมุ่งร้าย
ชายหนุ่มไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่เสี้ยววินาที นัยน์ตาสีเข้มยังคงเรียบสนิทเยือกเย็น เขายืนนิ่งรอจนกระทั่งปามีดพุ่งเข้ามาห่างจากหน้าท้องเพียงแค่คืบเดียว ก่อนจะบิดสะโพกหลบออกทางขวาอย่างฉิวเฉียด ปล่อยให้คมมีดทะลวงผ่านาว่างเปล่าไป
พร้อมกันนั้น มือซ้ายของเขาก็พุ่งเข้าประกบตะปบเข้าที่ข้อมือของมือมีดราวกับงูฉก บีบล็อกจุดกึ่งกลางของเส้นประสาทอย่างรุนแรงจนมือมีดสะดุ้งเฮือก มือขวาของเขาสอดเข้าใต้ข้อศอกของศัตรู อาศัยหลักการคานงัดและแรงเหวี่ยงที่พุ่งเข้ามา บิดล็อกแขนท่อนนั้นจนผิดรูป!
"โอ๊ยยยยย!" มือมีดแหกปากร้องด้วยาเจ็บปวดจากกาูกล็อกข้อต่อ
แต่การลงทัณฑ์ยังไม่จบเพียงแค่นั้น ใจังหวะที่ชายหนุ่มบิดแขนของมือมีดู่นั้นเอง อันธพาลคนที่หกก็วิ่งทะยานเข้ามาจากด้านหลังของมือมีด หมายจะฉวยโอกาสลอบกัดใจังหวะชุลมุน
ชายหนุ่มเห็นการเคลื่อนไหวนั้นจากหางตา เขาไม่ได้ปล่อยมือที่ล็อกู่ แต่กลับออกแรงดึงและเหวี่ยงร่างของมือมีดให้หมุนกลับหลังหันไปเผชิญหน้ากับเื่นของมันเอง พร้อมกับออกแรงกดแขนที่ถือมีดู่นั้นให้พุ่งตรงลงไปเบื้องล่าง!
ฉึก!!!
"อ๊ากกกกกก!!"
เสียงร้องประสานเสียงด้วยาเจ็บปวดดังลั่นขึ้นพร้อมกัน เมื่อใบมีดพับเล่มคมที่ถูกเปลี่ยนทิศทางจากการควบคุมของชายหนุ่ม พุ่งทะลวงเสียบมิดด้ามเข้าที่ต้นขาขวาของอันธพาลคนที่หกที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาอย่างจัง! เลือดสีเข้มทะลักพุ่งออกมาจากปากแผล ร่างของมันเสียหลักทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับมือมีดที่ถูกล็อกแขนจนขยับไม่ได้
ชายหนุ่มจบการต่อสู้ใส่วนนี้ด้วยการปล่อยข้อมือของมือมีด ก่อนจะตวัดส้นรองเท้าเตะอัดเข้าที่ก้านคอของมันอย่างรวดเร็ว ส่งร่างของมันให้ล้มพับลงไปทับเื่นที่โดนแทงขา สิ้นสติไปใพริบตา
บรรยากาศใตรอกเปลี่ยวกลับมาเงียบสงัดีครั้ง มีเพียงเสียงครางเครือและเสียงหอบหายใจด้วยาเจ็บปวดของชายฉกรรจ์ห้าคนที่นอนระเนระนาดู่พื้นคอนกรีต บางคนกระดูกหัก บางคนสลบเหมือด บางคนนอนจมกองเลือดของตัวเอง
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านู่่าาซากปรักหักพังของมนุษย์เหล่านั้น เสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำของเขาไม่มีแม้แต่รอยยับ หรือรอยเปื้อนฝุ่ จังหวะการหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอและราบเรียบ ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งกระทำลงไปเมื่อครู่... เป็นเพียงแค่การเดินเล่นรับลมยามเย็นเท่านั้น
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??