เรื่อง เหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง

ติดตาม
บทที่ 36 ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่ง และการรีดเค้นความลับ
บทที่ 36 ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่ง และการรีดเค้นความลับ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ถัด๬๬๻ไปเพียงไม่กี่ก้าว ชายฉกรรจ์อีกสามคนที่เหลือรอดจากการถูกกวาดล้างในระลอกแรก กำลังยืนขาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกมันไม่ได้ไร้รอยขีดข่วนเสียทีเดียว ในจังหวะชุลมุนเมื่อครู่ ชายคนหนึ่งที่พยายามง้างไม้เบสบอลเข้ามาช่วยเพื่อน ถูกสันมือของธีร์กระแทกสวนเข้าที่กลางใบหน้าอย่างจังจนดั้งจมูกหักสะบั้น เลือดสีสดไหลทะลักอาบปากและคางจนมันต้องยกมือขึ้นมากุมจมูกร้องครวญคราง ส่วนอีกคนหนึ่งที่กะจะพุ่งเข้ารวบเอว ก็โดนฝ่าเท้าตวัดถีบเข้าที่ท้องน้อยอย่างจังจนจุกเสียด ร่างกายงอเป็นกุ้งและต้องเอามือคลุมท้องก้าวถอยกรูด มีเพียงชายคนที่สวมสนับมือเหล็กเท่านั้น ที่มัวแต่ยืนอึ้งจนไม่ได้ขยับเข้าไปร่วมวง จึงยังคงรอดพ้นจากการบาดเจ็บมาได้

ทั้งสามคนจ้องมองใบหน้าเรียบสนิทของเหยื่อที่พวกมันคิดจะมารุมกินโต๊ะด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพื่อนห้าคนนอนจมกองเลือดและหมดสภาพไปในเวลาไม่ถึงนาที ชายตรงหน้าไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็นมัจจุราชที่พวกมันไม่มีทางต่อกรได้ ทั้งสามสบตากันเพียงเสี้ยววินาที สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งการอย่างพร้อมเพรียง... หนี!

พวกมันหันหลังกลับและ๬๬๻ตัววิ่งสุดฝีเท้า ทว่าความเร็วของพวกมันกลับเชื่องช้าเกินไปในสายตาของผู้ล่า ธีร์สืบเท้าเพียงสองสามก้าวก็ประชิดถึงตัว แขนแกร่งทั้งสองข้างยื่น๬๬๻ไปเบื้องหน้า คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อด้านหลังของไอ้คนดั้งหักและไอ้คนจุกท้อง ก่อนจะ๬๬๻แรงกระชากอย่างรุนแรงและเหวี่ยงร่างของพวกมันทั้งคู่กระเด็นกลับมาลอยละลิ่ว กระแทกฟาดลงกับพื้นคอนกรีตดัง 'อั้ก!' นอนจุกจนลุกไม่ขึ้นไปอีกสองคน

มีเพียงชายสวมสนับมือเหล็กที่วิ่งนำหน้าสุดเท่านั้น ที่สามารถตะเกียกตะกายวิ่งหนีพ้นระยะการจับกุม๬๬๻ไปได้ มันไม่คิดจะหันกลับมามองเพื่อนที่ร่วงลงไปเลยแม้แต่น้อย สองขาสับวิ่งหนีตายสุดชีวิตมุ่งหน้า๬๬๻สู่ปากซอยที่สว่างไสว

บรรยากาศริมถนนใหญ่หน้าร้านสะดวกซื้อยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ชายในชุดสูทที่เพิ่งเดินเข้าไปซื้อของ ก้าวพ้นประตูอัตโนมัติ๬๬๻มาพร้อมกับขวดน้ำอัดลมในมือ เขาเปิดฝาขวด ยกขึ้นดื่มดับกระหายอย่างใจเย็นและไม่รีบร้อน มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มั่นใจว่าป่านนี้เป้าหมายคงกำลังถูกรุมสกรัมจนเละคาตรอกไปแล้ว

ทว่า จู่ๆ เสียงแหกปากร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดก็ดังลั่น๬๬๻มาจากในซอย ชายชุดสูทลดขวดน้ำอัดลมลง ขมวดคิ้วมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะเห็นหนึ่งในกลุ่มอันธพาลที่เขาเพิ่งจ้างมาวิ่งหน้าตั้งตาเหลือก๬๬๻มาจากมุมมืด มันมีสภาพเหมือนคนสติแตก วิ่งตรงดิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง สตาร์ทเครื่องด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะบิดคันเร่งพุ่งทะยาน๬๬๻ไปสู่ถนนใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับหนีผี

"อะไรของมันวะ...?" ชายชุดสูทพึมพำกับตัวเองด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าไอ้อันธพาลคนนั้นมันเป็นบ้าอะไรถึงได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน๬๬๻มาคนเดียว ทั้งๆ ที่พวกมันมีกันตั้งแปดคน

ภาพเหตุการณ์นั้นตกอยู่ในสายตาของชายอีกสองคนที่นั่งซุ่มอยู่ในรถเก๋งสีบรอนซ์ฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน ชายคนที่นั่งหลังพวงมาลัยและชายที่นั่งเบาะหลังหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน "มันเป็นเหี้ยอะไรของมันวะนั่น?" คนขับเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ

ชายชุดสูทที่ยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อเริ่มมีท่าทีลังเล ใจหนึ่งเขาก็อยากจะเดินเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นในตรอกนั้น แต่อีกใจหนึ่ง สัญชาตญาณก็คอยเตือนว่าไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เพราะถ้าหากเกิดเรื่องใหญ่โตจนมีตำรวจมา แล้วมีคนจับได้ว่าคนของ 'วศินไปโผล่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ เขาคงไม่มีปัญญาไปรับผิดชอบความซวยที่จะตามมาได้ 

หลังจากยืนชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่ง ความอยากรู้และหน้าที่ที่ต้องรายงานผลให้เจ้านายทราบก็เอาชนะความกลัว เขาตัดสินใจก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าเข้าไปในซอยเปลี่ยวช้าๆ พร้อมกับล้วงมือขวาเข้าไปในเสื้อสูท ฝ่ามือจับกระชับเข้าที่ด้ามปืนพกสีดำขลับที่เหน็บอยู่ข้างเอว เตรียมพร้อมที่จะชักมัน๬๬๻มาใช้งานได้ตลอดเวลาหากเกิดเหตุจวนตัว

ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงสว่างก็ยิ่งลดน้อยลง กลิ่นคาวเลือดบางเบาลอยมาเตะจมูก เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดมิด ชายชุดสูทก็ต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะทำขวดน้ำอัดลมในมือซ้ายร่วงหล่นลงพื้น

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือร่างของชายฉกรรจ์เจ็ดคน นอนกองระเนระนาดเกลื่อนพื้นตรอกแคบๆ สภาพของแต่ละคนดูไม่จืดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ บางคนนอนสลบเหมือดจมกองเลือด บางคนแขนขาหักบิดผิดรูป บางคนก็ทำได้แค่นอนเอามือคลุมท้องแล้วครางอืออาอยู่ในคอเพราะจุกจนเปล่งเสียงไม่๬๬๻

และสิ่งที่ทำให้ชายชุดสูทต้องรู้สึกเย็นสันหลังวาบที่สุด คือภาพของผู้ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็กเก็ตหนัง เป้าหมายที่พวกเขาหมายหัวเอาไว้ กำลังใช้มือเพียงข้างเดียว บีบรัดลำคอของหนึ่งในอันธพาลยกจนปลายเท้าของมันลอยเหนือพื้นและอัดกระแทกติดกับกำแพงอิฐ

"ใครจ้างพวกมึงมา?" น้ำเสียงที่เปล่ง๬๬๻มานั้นเยียบเย็นและไร้ซึ่งความปรานี

"... ไม่รู้อั้กไม่รู้จริงๆ... ปล่อย..." อันธพาลคนนั้นพยายามดิ้นรนและตอบด้วยความหวาดกลัว

มืออีกข้างของธีร์เอื้อมไปจับที่ฝ่ามือของศัตรูที่พยายามจะแกะมือเขา๬๬๻ นิ้วแกร่งเกี่ยวเข้าที่นิ้วชี้ของมัน ก่อนจะ๬๬๻แรงหักพับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว!

กร๊อบ!

"อ๊ากกกกกก!!" เสียงกระดูกนิ้วหักผิดรูปดังลั่น พร้อมกับเสียงแหกปากร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน

ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนนั้นเอง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวจากทางด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก หันกลับมามองผ่านหัวไหล่ นัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาของชายชุดสูทที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่าง๬๬๻ไปไม่กี่เมตร

ธีร์ปล่อยมือจากลำคอของอันธพาล ปล่อยให้ร่างนั้นร่วงลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไม่ไยดี ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ สีหน้าของเขายังคงไม่ยินดียินร้าย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกจากการถูกจับจ้องโดยผู้ที่มีท่าทีคุกคาม

"ไม่ได้หวังเลยนะ..." ธีร์เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก "...ว่ามึงจะเดินเข้ามาหากูเองถึงในนี้"

ชายหนุ่มก้าวเดินข้ามร่างของพวกอันธพาลที่นอนเกลื่อนพื้น เข้ามาหาชายชุดสูทอย่างช้าๆ "งั้นกูจะถามมึงแทนก็แล้วกัน... ว่ามึงตามกูมาทำไม?"

ชายชุดสูทรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ เขามองภาพชายเพียงคนเดียวที่สามารถเล่นงานคนที่มีอาวุธครบมือถึงเจ็ดคนให้มีสภาพเหมือนเศษขยะได้ภายในเวลาไม่กี่นาที สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ไอ้คนที่แปดที่วิ่งหนีรอดไปได้นั้น ถ้ามันวิ่งไม่ทัน มันก็คงมีสภาพไม่ต่างจากซากศพพวกนี้แน่ๆ!

"นี่มันเหี้ยอะไรกันวะเนี่ย... ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่!?" ชายชุดสูทสบถถามตัวเองในใจด้วยความตื่นตระหนก "มันใช่หลานชายที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศของเจ้าสัวจริงๆ เหรอวะ!?" 

ในขณะที่สมองเต็มไปด้วยคำถาม มือขวาที่ล้วงอยู่ในเสื้อสูทก็กำด้ามปืนแน่นขึ้นจนชื้นเหงื่อ ขยับตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะชักอาวุธสังหาร๬๬๻มาจากชุดสูททุกเมื่อ หากผู้ชายอันตรายตรงหน้าก้าวเข้ามาใกล้มากกว่านี้!

บรรยากาศภายในซอยเปลี่ยวตึงเครียดขึ้นจนถึงขีดสุด กลิ่นคาวเลือดของพวกอันธพาลที่นอนสลบไศลอยู่บนพื้นยิ่งขับเน้นให้สถานการณ์ดูอันตราย ชายชุดสูทพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติและข่มความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ เขาตัดสินใจแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ

"เฮ้ย... ใจเย็นๆ ก่อนนะน้องชาย"

ชายชุดสูทยกมือซ้ายขึ้นมาระดับอก พยายามทำท่าทางห้ามปรามและประนีประนอม "มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดน่ะ..."

ทว่าในขณะที่ปากเอ่ยคำหวานเจรจา มือขวาของเขาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทกลับกำด้ามปืนพกขนาด มมเอาไว้แน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน นิ้วชี้ทาบรออยู่ที่ไกปืน เตรียมพร้อมที่จะชักมัน๬๬๻มาลั่นไกใส่ผู้ชายตรงหน้าได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์บานปลาย

ธีร์หยุดฝีเท้าลง นัยน์ตาสีเข้มทอดมองท่าทีลุกลี้ลุกลนที่พยายามซ่อนรูปของอีกฝ่าย ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกกับมือที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"มึงเคยยิงคนมาก่อนไหม?"

ชายชุดสูทชะงักไปนิดหนึ่งกับคำถามที่เหนือความคาดหมาย แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าและตอบกลับไปอย่างใจเย็น พยายามสร้างความน่าเกรงขามให้ตนเอง

"ต้องเคยสิ..." เขาแสยะยิ้มมุมปาก ข่มขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ทำไมหรือมึงคิดว่ากูไม่กล้าเหนี่ยวไก?"

ธีร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ชายหนุ่มทำเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ๬๬๻มา... มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเยียบเย็นและไม่ถึงดวงตา ก่อนที่เขาจะเริ่มก้าวเท้าเดินเข้าหาชายชุดสูทอีกครั้งด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ

ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่าน๬๬๻มากดทับจนชายชุดสูทต้องเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ

เมื่อเห็นอีกฝ่ายถอย ธีร์ก็หยุดเดิน ชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาระดับไหล่ แบฝ่ามือ๬๬๻เพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามือของเขาว่างเปล่าและไม่ได้ถืออาวุธใดๆ

"เอางี้..." ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย "มึงตอบคำถามกูมา... ว่ามึงตามกูมาทำไม?"

ชายชุดสูทสมองแล่นจี๋ พยายามหาทาง๬๬๻ที่เนียนที่สุด เขาเหลือบมองมือที่ว่างเปล่าของธีร์ ก่อนจะเริ่มแต่งเรื่องสดๆ ร้อนๆ ขึ้นมา

"พอดีกูเห็นว่ามึงเดิน๬๬๻มาจากบ้านหรูๆ หลังใหญ่โตนั่น..." เขาอ้างถึงคฤหาสน์สิรินทรา "กูก็เลยคิดว่ามึงน่าจะเป็นพวกลูกเศรษฐีมีเงิน กะว่าจะจับตัวมึงไปเรียกค่าไถ่ซะหน่อย... แต่พอมาเห็นฝีมือมึงตอนนี้ กูเปลี่ยนใจแล้ว กูไม่จับตัวมึงแล้ว... งั้นมึงจะไปไหนก็ไป โอเครึเปล่าต่างคนต่างแยกย้าย"

เมื่อได้ฟังคำแก้ตัวนั้น ธีร์ก็หลุดหัวเราะในลำคอ๬๬๻มาเบาๆ รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขากวาดสายตามองการแต่งกายที่เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าของอีกฝ่าย

"เดี๋ยวนี้ประเทศไทยมันอัปเกรดไปถึงขนาดนี้แล้วเหรอวะ?" ธีร์ส่ายหน้าเบาๆ "ขนาดโจรเรียกค่าไถ่... ยังต้องใส่สูทผูกไทมาทำงานเลย"

ชายชุดสูทหน้าตึงไปทันทีเมื่อโดนจับผิด แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเถียง ธีร์ก็สวนคำพูดตอกหน้ากลับไปอย่างเฉียบขาด

"กูเพิ่งจะเดินทางมาถึงประเทศไทยได้แค่วันนี้เป็นวันที่สาม..." ธีร์หรี่ตาลง นัยน์ตาคมกริบจ้องทะลุเข้าไปในความตื่นตระหนกของอีกฝ่าย "และอีกอย่าง... อาวุธของไอ้พวก-่าที่นอนกองอยู่บนพื้นเนี่ย ทั้งไม้หน้าสาม ทั้งไม้เบสบอล ทั้งมีด... มันไม่ได้มีไว้เพื่อจับคนเป็นๆ ไปเรียกค่าไถ่ แต่มันมีไว้เพื่อส่งเป้าหมายไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลชัดๆ"

ชายหนุ่มลดมือทั้งสองข้างลง แววตาเปลี่ยนเป็นดุดัน "มึงไม่ต้องมาแถ... บอกกูมาตรงๆ ว่าใครใช้ให้มึงมา ใครจ้างไอ้พวกสวะพวกนี้มาเล่นงานกู... บอกความจริงมา แล้วกูจะปล่อยมึงเดิน๬๬๻ไปจากซอยนี้ดีๆ"

ชายชุดสูทลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ได้ทันทีว่าไอ้หนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้านี้ไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมเชื่อคำโกหกตื้นๆ ของเขาง่ายๆ เหงื่อกาฬเริ่มแตกพลั่กซึมตามไรผม เขาพยายามก้าวถอยหลังช้าๆ เพื่อรักษาระยะห่าง ในขณะที่ธีร์ก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นอีกครั้ง และก้าวเดินต้อนเข้าหาอย่างใจเย็นและคุกคาม

บรรยากาศตึงเครียดราวกับสายธนูที่ถูกง้างจนสุดและพร้อมจะขาดผึงได้ทุกวินาที

ทว่า ในขณะที่การคุมเชิงกำลังดำเนินไปอย่างลุ้นระทึกนั้นเอง...

เอี๊ยด...

เสียงบานพับหน้าต่างฝืดๆ ดังแว่วลงมาจากชั้นสามของตึกแถวเก่าๆ ที่ขนาบข้างตรอกซอย เสียงนั้นดังทำลายความเงียบงันขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ด้วยสัญชาตญาณของคนที่กำลังตื่นกลัวและระแวงภัยรอบด้าน ชายชุดสูทเผลอละสายตาจากเป้าหมายตรงหน้า และเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงหน้าต่างบานนั้นเพียงแค่ 'เสี้ยววินาที'

และนั่น... คือความผิดพลาดที่ราคาแพงที่สุดในชีวิตของเขา!

พรึ่บ!

เพียงแค่พริบตาเดียวที่สายตาของศัตรูเบี่ยงเบน ร่างสูงใหญ่ของธีร์ก็พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ราวกับเสือดำที่พุ่งตะครุบเหยื่อ!

"เฮ้ย!!"

ชายชุดสูทสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันกลับมาพบว่ามัจจุราชได้มายืนซ้อนอยู่ตรงหน้าแล้ว ความตื่นตระหนกสั่งให้เขารีบกระชากปืนพก๬๬๻จากใต้เสื้อสูทหมายจะลั่นไกป้องกันตัว

แต่ช้าเกินไป!

มือกว้างของธีร์พุ่งเข้าตะปบคว้าเข้าที่ข้อมือขวาของชายชุดสูทที่เพิ่งจะดึงปืนพ้น๬๬๻มาจากซองปืนได้อย่างแม่นยำ ชายหนุ่ม๬๬๻แรงบิดข้อมือนั้นอย่างรุนแรงจนปืนพกเกือบจะหลุดจากมือ พร้อมกันนั้น เขาสอดท่อนแขนซ้ายเข้าใต้ข้อศอกของศัตรู ใช้หลักการเคลื่อนไหวตามยุทธวิธี (CQC) บิดล็อกและพับแขนขวาของชายชุดสูทไพล่ไปด้านหลัง หักมุมเข้าสู่จุดบอดของสรีระร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ!

"อ๊ากกก!"

ชายชุดสูทร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระดูกหัวไหล่และข้อศอกถูกล็อกตึงจนแทบจะฉีกขาด ร่างของเขาถูกกดให้โน้มไปข้างหน้า ขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ปืนในมือหมดสิทธิ์ที่จะยกขึ้นมาเล็งหรือเหนี่ยวไกใส่ใครได้อีกต่อไป เขาถูกสะกดและควบคุมไว้อย่างเบ็ดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที!

ธีร์ขยับเข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนแกร่งที่ล็อกศัตรูเอาไว้๬๬๻แรงกดเพิ่มขึ้นอีกนิดจนชายชุดสูทต้องสูดปากด้วยความเจ็บ ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ใบหูของเชลยในกำมือ ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"งั้นกูจะถามมึงอีกรอบนะ... ว่าใครใช้มึงมา?"

ธีร์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความกลัวซึมลึกเข้าไปในจิตใจของอีกฝ่าย "แต่รอบนี้... กูจะมีข้อเสนอพิเศษเสริมให้มึงด้วย"

"มึงเก็บความลับกูไม่อยู่หรอก... เพราะกูมีวิธีมากมายที่จะทำให้มึงยอมคายมัน๬๬๻มาชายหนุ่มแสยะยิ้มเหี้ยม "มึง... จะลองดูก็ได้นะ?"

...

ในขณะเดียวกัน ที่ริมถนนใหญ่ฝั่งตรงข้าม

ภายในห้องโดยสารของรถเก๋งสีบรอนซ์ ชายสองคนที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์กำลังตกอยู่ในสภาวะกระวนกระวายใจอย่างหนัก

ชายที่นั่งหลังพวงมาลัยเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรัวๆ ในขณะที่ชายเบาะหลังก็ชะเง้อคอมองลอดกระจก๬๬๻ไปที่ปากซอยเปลี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใจหนึ่งพวกเขาก็อยากจะบีบแตรเรียก หรือลงไปตามเพื่อนที่หายเข้าไปนานผิดปกติ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะทำให้เรื่องบานปลาย หรือเผยตัวตนของพวกตนให้คนอื่นเห็น

"ทำไมมันนานนักวะ... แค่เข้าไปดูแป๊บเดียวเองไม่ใช่เหรอไง?" ชายคนขับสบถอย่างหัวเสีย

ทว่า ในจังหวะที่พวกเขากำลังตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อนั้นเอง สายตาของชายคนขับก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวที่ปากซอย

"เฮ้ย๬๬๻มาแล้วไอ้นั่นไง!"

เขาชี้มือไปที่ร่างของเพื่อนในชุดสูทที่กำลังก้าวเดินพ้นมุมตึก๬๬๻มาสู่แสงสว่างของริมถนนใหญ่ ชายทั้งสองคนในรถถอนหายใจ๬๬๻มาอย่างโล่งอก ทว่า... ความโล่งใจนั้นก็อยู่ได้เพียงแค่เสี้ยววินาที ก่อนที่คิ้วของพวกเขาทั้งคู่จะขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสนและตกตะลึง

เพราะท่าทางการเดินของเพื่อนพวกเขานั้นดูแปลกประหลาด แขนข้างหนึ่งแนบชิดติดกับลำตัวเหมือนถูกบังคับให้เดิน และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น...

ทางด้านหลังของเพื่อนพวกเขา มีร่างสูงใหญ่ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำ... 'เป้าหมายที่พวกเขาหมายหัวเอาไว้... กำลังเดินก้าวตามประกบติดแผ่นหลังของเพื่อนพวกเขา๬๬๻มาด้วยท่าทีคุกคามอย่างชัดเจน!


ตอนต่อไป
บทที่ 37 เชลยในรถเก๋ง และการเจ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา