เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บที่ 125: วินาศกรรมรถไฟมรณะสายอัสนี
ลมพายุและประกายไฟจากรางรถไฟเสียดสีสนั่นหวั่นไหว ขณะี่ผมทรงตัวเล็งปืนบนหลังคารถไฟมัจจุราช
ราตรีกาลเหนือน่านฟ้าชานเมืองหลวงถูกฉีกกระชากด้วยเสียงหวีดหวิวของใบพัดเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กดัดแปลงพิเศษ ี่กำลังบินทะยานฝ่าม่านพายุฝนฟ้าคะนองด้วยความเร็วเกือบสองร้อยน็อต สายฝนหนาทึบสาดซัดกระทบกระจกหน้านักบินจนพร่ามัว ทว่าเบื้องล่างในความมืดมิด ลำแสงไฟสปอตไลต์กำลังส่องสว่างนำทางให้แก่ 'รถไฟสินค้าสายอัสนี' ขบวนเหล็กกล้ามหึมาแปดตู้ี่กำลังแล่นพุ่งทะยานไปตามรางเหล็กคู่ขนานด้วยความเร็วกว่าหนึ่งร้อยหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ล้อเหล็กบดขยี้รางรถไฟจนบังเกิดประกายไฟสีส้มแดงลุกวาบสว่างไสวไปตามแนวรางประดุจอสรพิษเพลิงี่กำลังบ้าคลั่ง มุ่งหน้าตรงดิ่งเข้าสู่ชานชาลาสถานีกลางกรุงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
หากมันเป็นเพียงขบวนรถไฟขนส่งสินค้าธรรมดา การเบรกฉุกเฉินคงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ข้อมูลข่าวกรองระดับความมั่นคงสูงสุดี่ผมได้รับจากสารวัตรพลอยและสายลับเคทยืนยันชัดเจนว่า ภายในตู้คอนเทนเนอร์หุ้มเกราะตู้ี่สี่ใจกลางขบวน คือี่ตั้งของหัวรบขีปนาวุธทางยุทธวิธีบรรจุสารพิษทำลายระบบประสาทชนิดร้ายแรงี่สุด 'วีเอ็กซ์-เนโร' (VX-Nero) ซึ่งดยุกดิมิทรีและกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีดำลักลอบนำเข้ามา โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดชนวนระเบิดกระจายม่านสารพิษครอบคลุมรัศมีสิบกิโลเมตรใจกลางมหานคร หากมันเข้าถึงชานชาลาสถานีกลางกรุง นั่นหมายถึงชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์นับแสนคนจะต้องสูญสิ้นในพริบตาเดียว!
"ท่านผู้การคะ! ระดับความสูงสามสิบฟุตเหนือขบวนรถไฟ กระแสลมตีกลับจากใบพัดกำลังต้านกับแรงลมปะทะด้านหน้าอย่างรุนแรงค่ะ!" เสียงกังวานหนักแน่นของสารวัตรพลอยดังทะลุผ่านหูฟังยุทธวิธี เธอควบคุมคันบังคับเฮลิคอปเตอร์ด้วยสองมือี่มั่นคง นัยน์ตาเฉี่ยวคมจับจ้องหลังคาตู้รถไฟเบื้องล่างอย่างเด็ดเดี่ยว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนขมับขาวเนียนตัดกับชุดยุทธวิธีสีดำสนิที่รัดตึงเน้นทรวดทรงอกอิ่มผึ่งผายและเอวคอดกิ่วอันเปี่ยมด้วยพละกำลังของพยัคฆ์สาวสีกากี "ระยะทางเหลืออีกเพียงสิบสี่กิโลเมตรก่อนเข้าสู่เขตรางยกระดับบางซื่อ รถไฟขบวนนี้ถูกตัดระบบเบรกไฮดรอลิกจากส่วนกลาง ความเร็วไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ!"
"พลอย ทรงตัวเครื่องให้นิ่งี่สุดตรงเหนือรอยต่อตู้ี่หก" ผมสั่งการผ่านไมค์ข้างแก้ม สองมือสวมถุงมือยุทธวิธีเคฟลาร์ตรวจเช็กปืนกลมือคัสตอม Sig Sauer MPX ขนาด 9 มม. พร้อมท่อเก็บเสียงและแมกกาซีนบรรจุกระสุนเจาะเกราะสี่สิบนัดี่เหน็บไว้ข้างเอว มีดยุทธวิธีไททาเนียมดำเหน็บแน่นอยู่ี่แผงหน้าอก และชุดอุปกรณ์กู้ระเบิดดิจิทัลความไวสูงในกระเป๋าคาดเอว "ผมจะกระโดดลงไปเปิดทางจากท้ายขบวน แล้วบุกทะลวงเข้าสู่ตู้ควบคุมหัวรบเพื่อตัดวงจรชนวนด้วยมือตัวเอง"
"แต่นนท์คะ ลมพายุบนหลังคารถไฟความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันรุนแรงระดับเฮอริเคนย่อมๆ เลยนะ!" เสียงของพลอยแฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้งี่ไม่อาจปกปิดได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอหันมาสบตาผมชั่วเสี้ยววินาที ประกายตาคู่นั้นสะท้อนความผูกพันและเสน่หาอันเร่าร้อนี่เราเพิ่งผ่านพ้นมาด้วยกัน "ถ้าพลาดตกลงไป ร่างคุณจะถูกแรงลมดูดเข้าใต้ขบวนรถไฟทันที!"
"ไม่ต้องห่วงเมียรัก ผู้การของเธอไม่ยอมตายง่ายๆ ก่อนจะได้กลับไปกอดเธอหรอก" ผมยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองทะลุผ่านประตูด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ี่เปิดอ้ากว้าง ลมพายุคำรามกึกก้องตีเข้าใส่ใบหน้าจนแสบผิว "ระวังปืนต่อสู้อากาศยานของพวกมันให้ดี พอผมลงถึงหลังคา ให้บินคุ้มกันมุมสูงไว้ อย่าให้พวกมันระดมยิงหัวรบเด็ดขาด"
"รับทราบค่ะี่รัก... รอดกลับมาหาพลอยให้ได้นะ!" พลอยกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะดึงคันบังคับกดหัวเครื่องบินลงต่ำ เฮลิคอปเตอร์ลดระดับลงมาประกบชิดเหนือหลังคารถไฟตู้ี่หกในระยะห่างเพียงไม่ถึงสามเมตร ลมจากใบพัดปั่นป่วนมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกสะท้านไปทั้งแผ่นฟ้า
ผมไม่รอช้า สูดลมหายใจลึกรวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ี่ปลายเท้า แล้วกระโจนตัวพุ่งดิ่งออกจากห้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์ลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่างทันที!
ฟิ้วววววววววววว!
แรงลมปะทะมหาศาลความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกระแทกเข้าใส่ร่างของผมราวกับกำแพงเหล็ก ลำตัวหมุนคว้างกลางอากาศชั่วพริบตา ทว่าด้วยสัญชาตญาณและทักษะการแทรกซึมทางดิ่งี่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ผมเกร็งกล้ามเนื้อทุกมัด ม้วนตัวเหยียดขาเพื่อสลายแรงเหวี่ยง ก่อนี่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างจะกระแทกลงบนแผ่นเหล็กลูกฟูกของหลังคารถไฟตู้ี่หกอย่างแม่นยำ!
ตึงงงงงงงงง!
แรงกระแทกส่งผ่านข้อเท้าและหัวเข่าจนสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง หลังคารถไฟี่ลื่นไถลไปด้วยน้ำฝนและแรงเหวี่ยงของขบวนรถี่กำลังโค้งทำให้ผมเกือบเสียหลักลื่นไถลไปทางกราบขวา ผมรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ยื่นมือซ้ายสวมถุงมือเคฟลาร์คว้าจับโครงเหล็กระบายอากาศบนหลังคาไว้แน่น เล็บมือจิกเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน ลมพายุคำรามหวีดหวิวซัดผ่านหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงรางรถไฟบดขยี้รางเหล็กดังลั่นสนั่นหวั่นไหว
"นนท์ลงถึงเป้าหมายแล้ว!" เสียงพลอยรายงานผ่านคลื่นวิทยุด้วยความโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที
ปังๆๆๆๆๆๆๆ! ปังๆๆๆๆๆๆๆ!
เสียงกระสุนปืนเล็กยาวเจาะทะลุสายฝนพุ่งแฉลบแผ่นเหล็กหลังคารถไฟห่างจากจุดี่ผมหมอบอยู่เพียงไม่กี่คืบ ประกายไฟแลบวาบเป็นทางยาวสะท้อนในความมืด บนหลังคารถไฟตู้ี่ห้าเบื้องหน้า ลูกสมุนติดอาวุธของเครือข่ายอินทรีดำสี่คนในชุดปฏิบัติการรบพิเศษสีดำพร้อมหมวกนิรภัยไนท์วิชั่น กำลังคลานออกมาจากช่องเปิดฉุกเฉิน พวกมันประทับปืนเล็กยาวจู่โจม FN SCAR-L สาดกระสุนใส่ผมอย่างไม่คิดชีวิต
"ศัตรูสี่นายบนหลังคาตู้ห้า!" ผมคำรามเตือนตัวเอง สองตามองเห็นลูกตะกั่ววิ่งแหวกม่านน้ำฝนเข้ามาเป็นทาง
ในสถานการณ์ี่ไร้ี่กำบังและมีเพียงหลังคาเหล็กโค้งลื่นเป็นสมรภูมิ การอยู่นิ่งคือความตายสถานเดียว!
ผมดีดตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้า พลางกลิ้งตัวไปตามร่องลูกฟูกบนหลังคารถไฟ หลบวิถีกระสุนี่เจาะรูพรุนบนแผ่นเหล็กไล่หลังมาติดๆ ในจังหวะี่กลิ้งตัวขึ้นมาคุกเข่า ปืน MPX ในมือขวาของผมก็ยกขึ้นชี้ตรงไปยังเป้าหมายแรกโดยไม่ต้องพึ่งพาศูนย์เล็ง สัญชาตญาณนักฆ่าและนายตำรวจมือพระกาฬสั่งการในเสี้ยววินาที
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
กระสุน 9 มม. หัวระเบิดพลังงานสูงทะลวงผ่านกระบอกเก็บเสียง พุ่งเข้าเจาะกะโหลกของทหารรับจ้างสองคนแรกอย่างแม่นยำ ร่างของพวกมันกระตุกเกร็ง เลือดสีคล้ำพุ่งกระฉูดปนสายฝน ก่อนจะหงายหลังร่วงหล่นลงจากหลังคารถไฟี่กำลังแล่นลิ่ว ร่างแหลกเหลวไปใต้ล้อเหล็กมรณะี่หมุนบดด้วยความเร็วสูง
ลูกสมุนคนี่สามตกใจ พยายามเหนี่ยวไกยิงซ้ำ ทว่าผมพุ่งเข้าประชิดตัวมันด้วยความเร็วประดุจเสือชีตาห์ล่าเหยื่อ แขนซ้ายปัดกระบอกปืนของมันให้เบนขึ้นฟ้า กระสุนยิงเฉียดหมวกยุทธวิธีของผมไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนี่ผมจะหมุนตัวสับศอกขวาเข้าใส่ปลายคางของมันเต็มแรง!
กร๊อบบบบ!
เสียงกระดูกขากรรไกรแตกละเอียดคาศอก ร่างของมันซวนเซเสียการทรงตัว ผมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ยื่นมือกระชากคอเสื้อเกราะของมันแล้วเหวี่ยงทุ่มข้ามหลังคาตู้รถไฟออกไปด้านข้าง ร่างของมันลอยคว้างกลางอากาศก่อนจะถูกเสาไฟส่องสว่างริมทางรถไฟฟาดใส่จนร่างฉีกขาดกระเด็นหายไปในพุ่มไม้ข้างทาง
เหลือคนี่สี่! มันเห็นเพื่อนร่วมทีมตายต่อหน้าในพริบตา จึงทิ้งปืนยาวแล้วชักมีดยุทธวิธียาวแปดนิ้วออกมา หวังจะพุ่งเข้าแทงคอหอยของผมในระยะประชิดด้วยแรงส่งของลมพายุ
"ตายซะเถอะมึง!" มันแผดเสียงลั่นพร้อมกระโจนแทงมีดลงมาตรงจุดตัดขั้วหัวใจ
ผมไม่หลบ ทว่าก้าวเท้าขวาไขว้ไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนมุมปะทะ มือซ้ายคว้าข้อมือข้างี่ถือมีดของมันไว้แน่น บิดหักไปด้านหลังจนเอ็นข้อมือลั่นเปรี๊ยะ มีดหลุดจากมือร่วงหล่นลงบนพื้นหลังคา ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ผมชักมีดยุทธวิธีไททาเนียมสีดำี่หน้าอกออกมา เสียบทะลวงเข้าใต้คางทะลุขึ้นสู่สมองของมันในคราวเดียว!
ฉึกกกกกก!
ดวงตาของมันเบิกโพลงค้าง เลือดอุ่นร้อนทะลักเปรอะเปื้อนถุงมือของผม ผมดึงมีดออกอย่างรวดเร็วแล้วถีบร่างไร้วิญญาณของมันให้ไถลร่วงลงสู่รางรถไฟเบื้องล่าง ทุกการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงสิบห้าวินาที ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของเหล็กเสียดสีและลมพายุี่บ้าคลั่ง
"ตู้ห้าเคลียร์แล้ว!" ผมรายงานสารวัตรพลอยพลางรีบสาวเท้าก้าวข้ามรอยต่อระหว่างตู้ี่ห้าและตู้ี่สี่
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยจากเซนเซอร์ตรวจจับระยะในหูฟังก็ดังถี่รัว
ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ! ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ!
"นนท์! ก้มลงเดี๋ยวนี้! โครงสะพานเหล็กทางรถไฟเก่าอยู่ข้างหน้า!" เสียงพลอยกรีดร้องเตือนผ่านระบบสื่อสารด้วยความตกใจสุดขีด
ผมเงยหน้าขึ้นมอง และภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น! โครงสร้างสะพานเหล็กถักขนาดยักษ์สีสนิมเขรอะกำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง คานเหล็กขวางขนาดยักษ์อยู่สูงเหนือหลังคารถไฟไม่ถึงหนึ่งเมตร หากยืนอยู่ ร่างของผมจะถูกคานเหล็กตัดขาดครึ่งท่อนในพริบตาเดียว!
ด้วยปฏิกิริยารวดเร็วดั่งสายฟ้า ผมทิ้งตัวสไลด์นอนหงายราบไปกับแผ่นเหล็กหลังคารถไฟ ลำตัวแนบชิดติดร่องลูกฟูกจนแทบไร้ช่องว่าง
ฟึ่บบบบบบบบบบบ!
คานเหล็กหนาทึบพุ่งผ่านเฉียดปลายจมูกและหน้าอกของผมไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมกระโชกแรงี่เกิดจากการแหวกอากาศอัดกระแทกจนเสื้อเกราะของผมสั่นสะท้าน ประกายไฟจากส่วนบนของตู้รถไฟครูดเข้ากับโครงสะพานจนเศษเหล็กและสะเก็ดไฟโปรยปรายลงมาใส่ใบหน้าราวกับ-่าฝนดาวตก ความตายเฉียดผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีจนเหงื่อกาฬไหลชุ่มแผ่นหลัง
เมื่อขบวนรถไฟพ้นจากแนวสะพานเหล็ก ผมก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เบื้องหน้าของผมคือตู้คอนเทนเนอร์หุ้มเกราะหนาพิเศษตู้ี่สี่ ประตูระบายอากาศด้านบนถูกล็อกตายด้วยแผ่นเหล็กดัดแปลง ทว่ามีช่องบันไดฉุกเฉินทอดลงสู่ประตูด้านข้างของตู้
"รดา เคท ได้ยินไหม" ผมกดสัญญาณสื่อสารระยะไกลไปยังศูนย์บัญชาการชั่วคราว
"ได้ยินชัดเจนค่ะพี่นนท์!" เสียงของคุณหนูรดาดังแทรกสายฝนเข้ามา แม้กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่รดาก็ไม่ยอมทิ้งหน้าจอดาวเทียมความมั่นคง "รดาสแกนผังโครงสร้างของตู้ี่สี่ให้แล้วค่ะ ตู้นี้คือตู้ควบคุมพิเศษี่ดิมิทรีใช้เก็บขีปนาวุธเคมี มีระบบตรวจจับความร้อนและเลเซอร์ป้องกันรอบทิศทาง และี่สำคัญ... สัญญาณชีพจรชีวภาพของดยุกดิมิทรียังคงกระพริบอยู่ภายในตู้นั้นค่ะ! มันไม่ได้หนีไปไหน มันกำลังเฝ้าหัวรบด้วยตัวเอง!"
"ดี มันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาี่ตายไกล" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเปี่ยมรังสีสังหาร
ผมปีนลงจากบันไดข้างตู้รถไฟ ทรงตัวอยู่บนแท่นเหล็กแคบๆ เหนือข้อต่อเชื่อมระหว่างตู้ ลมพายุและละอองฝนสาดซัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เบื้องล่างคือล้อเหล็กขนาดมหึมาี่หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเป็นภาพเบลอ หากก้าวพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ร่างกายจะถูกบดขยี้เป็นชิ้นเนื้อทันที
ผมหยิบระเบิดตัดบานพับเทอร์ไมต์ขนาดกะทัดรัดออกจากกระเป๋า แปะแนบเข้ากับสลักกลอนประตูนิรภัยด้านข้างตู้ แล้วกดชนวนหน่วงเวลาสามวินาที
ฟู่ๆๆๆๆๆๆ! ตูมมมมมมม!
เปลวเพลิงเทอร์ไมต์ความร้อนสามพันองศาหลอมละลายสลักเหล็กกล้าจนขาดสะบั้น ประตูบานเลื่อนหุ้มเกราะเปิดแง้มออกด้วยแรงระเบิด ผมใช้เท้าถีบประตูให้เปิดกว้างแล้วกลิ้งตัวทะลวงเข้าไปภายในตู้ทันที!
ปังๆๆๆๆๆๆๆ! ปังๆๆๆๆๆๆๆ!
ทันทีี่ก้าวพ้นธรณีประตู -่ากระสุนปืนกลมือก็สาดกระหน่ำเข้าใส่จากความมืดภายในตู้ ทหารรับจ้างเดนตายสองนายี่ดักซุ่มอยู่หลังลังสัมภาระเปิดฉากยิงสกัด ทว่าผมคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ผมใช้ลังไม้หุ้มเกราะตรงหน้าเป็นี่กำบัง กระสุนปืนกลเจาะเข้าเนื้อไม้จนเศษไม้แตกกระจาย
ผมชักปืนพกกล็อก 19 คัสตอมออกมา โผล่ตัวออกไปทางกราบซ้าย ยิงดับเบิลแท็ปสองนัดซ้อนเข้าใส่กลางแสกหน้าของมือปืนคนแรกจนหงายหลังตึง จากนั้นจึงสไลด์ตัวไปกับพื้นเหล็ก หลบวิถีกระสุนของคนี่สอง แล้วเล็งยิงเข้าี่ข้อพับเข่าและขมับขวาของมันอย่างแม่นยำต่อเนื่อง
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ร่างของทหารรับจ้างคนสุดท้ายทรุดฮวบลงจมกองเลือด ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องโดยสารชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์รถไฟี่คำรามกระหึ่มและเสียงแอร์คอนดิชันเนอร์ี่เป่าไอเย็นยะเยือก
และี่ใจกลางห้องโถงกว้างของตู้คอนเทนเนอร์หุ้มเกราะนั้นเอง...
แท่นยึดไฮดรอลิกขนาดใหญ่กำลังประคองขีปนาวุธทางยุทธวิธีสีเขียวมะกอกขนาดยาวกว่าสี่เมตร หัวรบถูกเปิดฝาครอบออก เผยให้เห็นหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตเรืองแสงเข้มข้น—สารพิษทำลายระบบประสาท 'วีเอ็กซ์-เนโร' ี่พร้อมจะระเหิดเป็นไอสังหารล้างเมือง! บนแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ด้านข้าง ตัวเลขดิจิทัลสีแดงเพลิงกำลังนับถอยหลังอย่างไม่ปรานี
02:45... 02:44... 02:43...
เหลือเวลาไม่ถึงสามนาที!
"ยินดีต้อนรับสู่ขบวนรถไฟเี่ยวสุดท้ายของคุณ ผู้การนนท์..."
เสียงทุ้มต่ำสำเนียงยุโรปตะวันออกดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังแท่นหัวรบ ชายร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเครื่องแบบทหารรับจ้างสีเทาเข้ม เสื้อกั๊กยุทธวิธีติดตราอินทรีดำสีทองก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ในมือของมันถือปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติ Benelli M4 ลำกล้องสั้น ดวงตาสีเทาหม่นดุจหมาป่าจ้องมองผมด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
มันคือ 'ดยุกดิมิทรี' อัครมหาเศรษฐีและผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติี่หลบหนีการตามล่าของผมมาโดยตลอด!
"แกหนีไม่พ้นแล้วดิมิทรี ปลดชนวนระเบิดซะ แล้วยอมจำนน" ผมลดปืนลงเล็กน้อยแต่สายตาไม่คลาดไปจากเป้าหมาย กล้ามเนื้อทุกส่วนเตรียมพร้อมระเบิดพลัง
"ยอมจำนนงั้นหรือ? ฮ่าๆๆๆ!" ดิมิทรีหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของมันก้องสะท้อนแข่งกับเสียงล้อเหล็ก "แกคิดว่าคนอย่างข้าจะยอมก้มหัวให้ตำรวจอย่างแกหรือไง? รถไฟขบวนนี้ถูกล็อกคันเร่งไว้ี่ระดับสูงสุด ระบบเบรกทั้งหมดถูกทำลายทิ้งไปหมดแล้ว และหัวรบนี้ถูกผูกเข้ากับระบบดาวเทียมทางทหาร หากแกพยายามแตะต้องมันโดยไม่มีรหัสผ่าน วงจรจะลัดวงจรและจุดระเบิดทันที!"
"งั้นข้าก็จะตัดหัวแกเพื่อเอารหัสผ่าน!" ผมคำรามลั่นพร้อมกับดีดตัวพุ่งเข้าใส่มันประดุจสายฟ้าแลบ!
ปังงงงงงง!
ดิมิทรียิงปืนลูกซองสวนเข้ามา กระสุนลูกปรายขนาดเก้าเม็ดฉีกกระชากอากาศเฉียดสีข้างของผมไปเพียงคืบ ทว่าแรงส่งของผมไม่หยุดนิ่ง ผมพุ่งเข้าประชิดตัว ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าี่ข้อมือของมันจนปืนลูกซองกระเด็นหลุดมือ แล้วตามด้วยการซัดหมัดตรงเข้าใส่แผ่นอกเกราะเคฟลาร์ของมันอย่างจัง!
อั้ก!
แรงหมัดอันทรงพลังของผมทำให้ดิมิทรีผงะถอยหลังไปสองก้าว ทว่าร่างยักษ์ของมันกลับทนทานเกินมนุษย์ มันแสยะยิ้มเหี้ยมก่อนจะเหวี่ยงหลังหมัดอันหนักหน่วงสวนกลับมาโดนโหนกแก้มซ้ายของผมจนหน้าสะบัด เลือดซึมี่มุมปาก ความเจ็บปวดแล่นแปลบแต่กลับยิ่งโหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายของผมให้ลุกโชน!
เราสองคนเปิดฉากตะลุมบอนกันอย่างดุเดือดภายในตู้รถไฟี่กำลังโยกคลอนอย่างรุนแรงตามแรงเหวี่ยงของรางโค้ง ดิมิทรีใช้ศิลปะการต่อสู้คอมแบทแซมโบของรัสเซีย พยายามจับผมทุ่มลงพื้นและล็อกคอ ทว่าผมใช้ทักษะมวยไทยโบราณผสมผสานการต่อสู้ระยะประชิด ย่อตัวหลบวงแขนของมันแล้วกระหน่ำเข่าลอยเข้าใส่ชายโครงซ้ายของมันเต็มเหนี่ยว!
พลั่กกกกกก! กร๊อบ!
เสียงซี่โครงหักสะบั้นทำให้ดิมิทรีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันเซถอยหลังไปชนเข้ากับแผงวงจรไฟจนประกายไฟแลบแปลบปลาบ ผมไม่เปิดโอกาสให้มันได้ตั้งตัว ก้าวตามเข้าไปซ้ำด้วยศอกกลับเข้าี่ขมับขวาของมันจนเลือดสาดกระเซ็น
ร่างของดยุกดิมิทรีทรุดลงคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจรวยริน นัยน์ตาข้างหนึ่งบวมช้ำจนปิดสนิท ทว่าริมฝีปากี่เปื้อนเลือดของมันกลับแสยะยิ้มกว้างอย่างน่าสะพรึงกลัว
"แกคิดว่า... แกชนะแล้วงั้นหรือ ผู้การ..." ดิมิทรีพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"แกพูดเรื่องอะไร!" ผมยกปืนขึ้นจ่อหน้าผากของมัน
ในวินาทีนั้นเอง ขบวนรถไฟสินค้าได้พุ่งทะยานเข้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอันกว้างใหญ่ ลมพายุและสายน้ำเบื้องล่างกำลังบ้าคลั่ง ดิมิทรีใช้มือขวาล้วนเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเกราะ ดึงรีโมตควบคุมขนาดเล็กออกมาแล้วกดปุ่มสีแดงทันที!
แคล๊กกกกกก! ตูมมมมม!
ผนังเหล็กด้านข้างของตู้รถไฟฝั่งขวาถูกแรงระเบิดขนาดเล็กฉีกกระชากเปิดอ้ากว้าง เผยให้เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาสีดำขลับเบื้องล่างี่อยู่ลึกลงไปเกือบสามสิบเมตร ลมพายุโหมกระหน่ำพัดเข้ามาในห้องโดยสารจนเอกสารและข้าวของปลิวว่อน
และี่บริเวณใต้ท้องสะพานริมตอม่อเบื้องล่างนั้นเอง มียานพาหนะทางน้ำดัดแปลงพิเศษจอดลอยลำรออยู่—มันคือ 'เจ็ตสกีติดจรวดขับดันความเร็วสูง' (Rocket-Boosted Combat Jet-Ski) สีดำด้านี่สตาร์ตเครื่องยนต์ไอพ่นรอไว้ล่วงหน้าแล้ว!
"ลาก่อน ผู้การนนท์! ไปตายพร้อมกับคนทั้งกรุงเทพฯ ซะเถอะ!"
ดิมิทรีแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันทิ้งตัวพุ่งดิ่งออกจากช่องเปิดข้างตู้รถไฟ ลอยละลิ่วลงสู่ความเวิ้งว้างกลางสายฝนเบื้องล่างทันที!
"ดิมิทรี!" ผมสบถลั่น พุ่งไปี่ช่องเปิดเพื่อจะเหนี่ยวไกยิงสกัด
ทว่าร่างของมันสวมร่มชูชีพฉุกเฉินความเร็วสูงี่กางออกชะลอความเร็วก่อนจะร่วงลงสู่เบาะเจ็ตสกีได้อย่างแม่นยำ เครื่องยนต์จรวดด้านหลังเจ็ตสกีจุดระเบิดพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินสว่างจ้า ขับเคลื่อนยานเร็วพุ่งทะยานแหวกผืนน้ำเจ้าพระยาไปด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ มุ่งหน้าลงสู่ปากอ่าวไทยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะยิงสกัดได้ทัน!
"บัดซบเอ๊ย!" ผมกัดฟันกรอด ละสายตาจากผืนน้ำแล้วหันกลับมามองแผงควบคุมระเบิดทันที
เพราะภารกิจี่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของดิมิทรี คือชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน!
ตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าปัดดิจิทัลกะพริบถี่รัวด้วยสีแดงฉาน
00:58... 00:57... 00:56...
เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที!
และเบื้องหน้าผ่านหน้าต่างหัวขบวน แสงไฟสว่างไสวของชานชาลาและโครงสร้างหลังคากระจกขนาดยักษ์ของ 'สถานีกลางกรุง' กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รถไฟมัจจุราชกำลังพุ่งเข้าสู่สถานีด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากไม่สามารถหยุดยั้งได้ ทั้งการชนปะทะวินาศกรรมและสารพิษเคมีจะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา!
"พลอย! เคท! รดา! ดิมิทรีหนีลงแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว แต่หัวรบยังทำงานอยู่ เหลือเวลาอีกห้าสิบวินาที!" ผมตะโกนผ่านไมค์สื่อสารพลางกระชากกล่องเครื่องมือกู้ระเบิดออกมาเปิดฝา
"นนท์ ฟังรดานะคะ!" เสียงของรดาดังกระหึ่มเข้ามาด้วยความเร็ว "รดาเจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์แบบแปลนหัวรบของอินทรีดำได้แล้ว! ชนวนนี้เป็นระบบควอนตัมดูอัลพาส มีสวิตช์ปรอทตรวจจับแรงสั่นสะเทือนป้องกันการกระแทก ห้ามตัดสายเมนหลักเด็ดขาด ไม่งั้นวงจรลัดจะจุดระเบิดทันที!"
"แล้วต้องตัดเส้นไหน!" ผมใช้มีดยุทธวิธีงัดฝาครอบแผงวงจรด้านหลังหัวรบออก เผยให้เห็นสายชนวนนับสิบเส้นี่พันกันยุ่งเหยิง มีแผงวงจรไมโครชิปและตัวเก็บประจุไฟฟ้าแรงสูงี่กำลังเปล่งแสงกะพริบเตือน
00:35... 00:34... 00:33...
"มีสายสัญญาณสองเส้นี่เชื่อมเข้ากับตัวจุดชนวนไฟฟ้าแรงสูง เส้นหนึ่งสีน้ำเงินแถบขาว อีกเส้นสีเขียวมะกอกแถบดำ!" เคทส่งเสียงช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายความร้อนี่ส่งผ่านกล้องติดหมวกของผม "แต่วงจรถูกวางกับดักแบบไบนารีสลับขั้ว ถ้าตัดไม่พร้อมกันภายในเวลาศูนย์จุดห้าวินาที สารเคมีจะถูกปล่อยออกทันที!"
เหงื่อกาฬไหลรินเข้าเบ้าตาจนแสบพร่า แต่สองมือของผมกลับนิ่งสนิทดั่งหินผา หัวใจเต้นช้าลงสู่สภาวะสมาธิขั้นสูงสุด ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะคงี่
ผมถือคีมตัดสายไฟความแม่นยำสูงไว้ในมือขวา และใช้ปลายใบมีดยุทธวิธีไททาเนียมคมกริบจ่อไว้ี่สายอีกเส้นในมือซ้าย
00:22... 00:21... 00:20...
เสียงหวูดรถไฟดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ล้อเหล็กกรีดร้องเสียดสีกับรางโค้งเข้าสู่ชานชาลาสถานีกลาง ประกายไฟพวยพุ่งท่วมใต้ท้องรถ อาคารสถานีและป้ายสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสะท้อนเข้ามาในสายตา ผู้คนบนชานชาลาเริ่มมองเห็นขบวนรถไฟมรณะี่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงและเริ่มแตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
"นนท์! ตัดเลยค่ะ! ตัดพร้อมกันเดี๋ยวนี้!" เสียงพลอยกรีดร้องผ่านวิทยุ
00:17... 00:16...
ผมเพ่งสายตาไปี่สายสัญญาณทั้งสองเส้น นิ้วมือขวากดคีมตัดสายสีเขียวมะกอกแถบดำ ขณะี่มือซ้ายสะบัดคมมีดเฉือนสายสีน้ำเงินแถบขาวขาดสะบั้นในเสี้ยววินาทีเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
ฉึบ! ฉึบ!
กึก!
ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าปัดสีแดงหยุดชะงักลงทันที!
ตัวเลขี่ค้างเติ่งอยู่บนหน้าจอคือ... 00:15!
สิบห้าวินาทีก่อนหายนะระดับล้างเมือง!
หลอดแก้วบรรจุสารพิษวีเอ็กซ์-เนโรหยุดการเรืองแสง วาล์วแรงดันปิดสนิท ไฟเขียวแสดงสถานะปลอดภัยสว่างวาบขึ้นมาแทนี่!
"ชนวนถูกปลดแล้ว!" ผมตะโกนลั่นห้องโดยสาร
ทว่าอันตรายยังไม่หมดสิ้น รถไฟความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังคงพุ่งทะยานตรงเข้าหาแผงกั้นคอนกรีตปลายชานชาลาสถานีกลางกรุงในระยะห่างไม่ถึงห้าร้อยเมตร!
"แต่รถไฟยังไม่หยุด!" ผมกระโจนข้ามร่างไร้วิญญาณของศัตรู พุ่งไปยังวาล์วลมเบรกฉุกเฉินเชิงกล (Manual Mechanical Air Bleed Valve) ี่ติดตั้งอยู่ตรงผนังหัวขบวน ซึ่งเป็นระบบกลไกบริสุทธิ์ระบบเดียวี่ไม่ถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์
สองมือของผมคว้าคันโยกเหล็กสีแดงขนาดใหญ่ รวบรวมพละกำลังมหาศาลทั้งหมดในร่างกาย ออกแรงดึงกระชากคันโยกลงมาอย่างสุดแรงเกิด!
ครืดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
วาล์วลมแรงดันสูงเปิดอ้าเต็มพิกัด ลมเบรกมหาศาลถูกปล่อยเข้าสู่ก้ามปูเบรกเหล็กกล้าใต้ท้องรถทุกล้อพร้อมกันทันที!
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
เสียงเหล็กบดขยี้รางรถไฟดังสนั่นกึกก้องกัมปนาทจนแก้วหูแทบฉีกขาด ประกายไฟสีส้มสว่างจ้าพวยพุ่งกระจายออกจากล้อรถไฟราวกับดอกไม้ไฟยักษ์นับล้านดวง ควันยางและกลิ่นเหล็กไหม้ตลบอบอวลไปทั่วทั้งสถานี แรงเฉื่อยอันมหาศาลเหวี่ยงร่างของผมกระแทกเข้ากับผนังตู้จนจุกแน่น ทว่าผมยังคงใช้สองมือกดคันโยกเหล็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ขบวนรถไฟมรณะไถลครูดไปตามรางเหล็กด้วยความเร็วี่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ผ่านชานชาลาี่ว่างเปล่า... สี่ร้อยเมตร... สามร้อยเมตร... สองร้อยเมตร... หนึ่งร้อยเมตร...
ตึงงงงงงง!
หัวขบวนรถไฟพุ่งเข้าชนแป้นปะทะไฮดรอลิกปลายรางชานชาลาสถานีกลางกรุงจนแป้นเหล็กยุบตัวลงไปเกือบครึ่งเมตร ก่อนี่ขบวนรถไฟทั้งแปดตู้จะหยุดนิ่งสนิทลงอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวของลมเบรกและละอองน้ำฝนี่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ!
เงียบงัน...
มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของผม และเสียงหยดน้ำฝนี่ตกลงกระทบหลังคาเหล็ก
"นนท์! นนท์ได้ยินพลอยไหม! ปลอดภัยไหมคะี่รัก!" เสียงของพลอยร้องเรียกผ่านวิทยุด้วยความตื่นตระหนกและระคนไปด้วยน้ำตาแห่งความโล่งอก
ผมยันกายลุกขึ้นจากพื้นเหล็ก ปาดเหงื่อและคราบเขม่าดินปืนบนใบหน้าออก สูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"ปลอดภัยดี สารวัตรพลอย... หัวรบถูกปลดชนวน รถไฟหยุดนิ่งแล้ว ประชาชนทุกคนปลอดภัย"
"ขอบคุณพระเจ้า!" เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของพลอย รดา และเคท ดังก้องผ่านระบบสื่อสารประสานกันอย่างกึกก้อง
เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของสารวัตรพลอยค่อยๆ ร่อนลงจอดบนลานกว้างข้างชานชาลาสถานีกลาง พร้อมกับี่ขบวนรถไซเรนของหน่วยคอมมานโด ตำรวจปราบจลาจล และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นับสิบคันเปิดสัญญาณไฟสีแดงน้ำเงินวิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมพื้นี่อย่างรวดเร็ว
ประตูตู้รถไฟถูกผลักเปิดออก ผมก้าวเดินลงมาสู่ชานชาลาคอนกรีตอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงปรบมือและการทำความเคารพของเหล่าเจ้าหน้าี่ตำรวจชั้นผู้น้อยี่มองดูผู้การหนุ่มด้วยความเลื่อมใสศรัทธาสูงสุด สารวัตรพลอยในชุดยุทธวิธีกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ วิ่งโผเข้ามาสวมกอดผมไว้แน่นแนบอก ร่างกายอวบอิ่มอันนุ่มนวลของเธอสั่นระริกด้วยความโล่งใจ ริมฝีปากอิ่มของเธอประทับจูบลงบนแก้มของผมอย่างไม่แคร์สายตาใคร
"คุณทำสำเร็จอีกแล้ว... พญาเสือของพลอย" เธอพึมพำชิดริมหูด้วยน้ำเสียงหวานซึ้งี่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่าในแววตาของผมกลับยังคงฉายประกายดุดันเยือกเย็น สายตาของผมทอดมองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งตรงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาี่ไหลลงสู่ทะเลอันกว้างใหญ่
วิทยุสื่อสารดาวเทียมในมือของผมส่งเสียงสัญญาณเตือนระดับความมั่นคงระหว่างประเทศดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความด่วนพิเศษจากหน่วยข่าวกรองกรองทัพเรือและตำรวจสากลี่เพิ่งถอดรหัสสัญญาณดาวเทียมความถี่พิเศษของข้าศึกได้สำเร็จ
รายงานระบุพิกัดดาวเทียมสุดท้ายของเจ็ตสกีี่ดิมิทรีใช้หลบหนี มันไม่ได้มุ่งหน้าไปยังรังลับบนแผ่นดินใหญ่ ทว่ากำลังแล่นตรงเข้าสู่เรือรบขนาดยักษ์ี่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของมหาสมุทร
ดิมิทรีมุ่งหน้าไปสมทบกับเรือบรรทุกเครื่องบินลอยน้ำลับ "เนบิวลา" ของเครือข่ายอินทรีดำี่จอดลอยลำอยู่นอกเขตน่านน้ำอันดามัน!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??