เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บทที่ 126: รวมพลพญาหงส์ถล่มรังเนบิวลา
ธงราชนาวีแะธงตำรวจสากลโบกสะบัดเหนือกองเรือรบมุ่งหน้าสู่สมรภูมิรบสุดท้ายกลางมหาสมุทร
สายลมเค็มจัดมหาสมุทรพัดกรรโชกหวีดหวิวปะทะเสากระโดงเรือเหล็กกล้าจนธงราชนาวีไทยริ้วแถบแดงขาวน้ำเงินแะธงสีฟ้าครามประดับตราสัญลักษณ์ตำรวจสากลสะบัดพลิ้วอย่างดุดัน เสียงคลื่นลูกยักษ์สูงกว่าห้าเมตรโหมซัดกระแทกเข้าใส่กราบเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจนละอองน้ำเค็มแตกกระจายเป็นฟองสีขาวโพลนลอยฟุ้งกลางอากาศ แสงตะวันยามอัสดงถูกกลืนหายไปใต้เงาทะมึนมวลเมฆฝนฟ้าคะนองที่แผ่คลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้าสีเทาหม่น ประหนึ่งท้องทะเลทั้งผืนกำลังกู่ร้องต้อนรับพายุเพลิงแห่งสงครามขั้นแตกหักที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
ยืนตระหง่านอยู่ปีกสะพานเดินเรือเรือฟริเกตติดอาวุธนำวิถี 'เรือหลวงสยามบดินทร์' ซึ่งทำหน้าที่เป็นเรือธงประจำกองเรือเฉพาะกิจร่วมระหว่างประเทศ เสื้อแจ็กเก็ตยุทธวิธีสีดำกันน้ำปักตราอินทรีทองหน่วยปฏิบัติการพิเศษโบกสะบัดตามแรงลมปะทะ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวมองทะลุม่านหมอกทะเลแะสายฝนโปรยปรายออกไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น มือขวาลูบเบาๆ ด้ามปืนพกกล็อกคู่ใจที่เหน็บอยู่ข้างเอว ความเย็นเยียบเหล็กกล้าผสมผสานกับความร้อนระอุสายเลือดนักรบในกายที่กำลังเดือดพล่าน
เหตุการณ์วินาศกรรมรถไฟมรณะที่สถานีกลางกรุงเพิ่งผ่านพ้นไปได้เพียงสามสิบชั่วโมง แม้จะสามารถตัดชนวนระเบิดสารพิษทำลายประสาท 'วีเอ็กซ์-เนโร' แะหยุดยั้งหายนะที่จะคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์นับแสนคนไว้ได้ทันท่วงที ทว่าไอ้ตัวการใหญ่อย่าง 'ดยุกดิมิทรี' กลับใช้ความเจ้าเล่ห์หลบหนีลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเจ็ตสกีติดจรวดขับดันความเร็วสูง มันมุ่งหน้าลงสู่อ่าวไทย ก่อนจะใช้เรือดำน้ำมินิไร้สัญชาติลักลอำตัวมันข้ามผ่านช่องแคบมะละกาเข้าสู่เขตน่านน้ำสากลในมหาสมุทรอินเดียตอนล่าง
แะจุดหมายปลายทางมันก็คือรังลับลอยน้ำสุดท้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมโลก... 'เรือบรรทุกเครื่องบินเนบิวลา' (Nebula Supercarrier)
มันไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินธรรมดา แต่เป็นอัครป้อมปราการลอยน้ำขนาดยักษ์ระวางขั้ำกว่าหนึ่งแสนตัน ปรับปรุงโครงสร้างจากเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นเก่ายุคสงครามเย็นที่ถูกกลุ่มทุนเถื่อนเครือข่ายอินทรีดำกว้านซื้อผ่านตลาดมืด แล้วทุ่มงบประมาณมหาศาลดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีสเตลท์หลบหลีกเรดาร์ ติดตั้งระบบเกราะสังเคราะห์ไททาเนียมคอมโพสิต แท่นยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบความเร็วเหนือเสียงนับร้อยท่อยิง แะเป็นฐานปฏิบัติการฝูงบินขับไล่รับจ้างติดอาวุธร้ายแรง เนบิวลาลอยลำอยู่นอกเขตอำนาจอธิปไตยประเทศใดๆ กลางน่านน้ำสากล ใช้คลื่นทะเลเป็นกำแพงธรรมชาติ แะใช้ระบบไซเบอร์ขั้นสูงลบร่องรอยตัวเองออกจากระบบตรวจจับพาณิชย์นาวีมานานหลายปี
ดิมิทรีคิดว่าเมื่อมันก้าวขึ้นสู่เนบิวลา มันจะกลายเป็นพระเจ้าที่ไม่มีใครแตะต้องได้...
แต่มันคิดผิดถนัด! เพราะคนอย่าง ผู้การนนท์ เมื่อลั่นวาจาว่าจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก ต่อให้มันหนีไปกบดานอยู่ใต้ก้นมหาสมุทรหรือบินหนีขึ้นไปอวกาศ ก็จะตามไปลากคอมันมาชดใช้กรรมให้จงได้!
ภาพความทรงจำเมื่อสามสิบชั่วโมงก่อนในวอร์รูมใต้ดินกองบัญชาการเฉพาะกิจยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงคำนึง...
ในค่ำคืนนั้น หลังจากการเก็บกู้ซากรถไฟมรณะเสร็จสิ้น ไม่ได้ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปแม้แต่วินาทีเดียว ตัดสินใจเปิดศึกใหญ่ระดับสากล แะบุคคลที่เรียกมารวมตัวกันรอบโต๊ะแผนที่โฮโลแกรมยุทธการสามมิติ คือสตรีทั้งแปดคนผู้เป็นทั้งยอดดวงใจ สหายร่วมรบ แะขุมพลังอำนาจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดิน—'แปดพญาหงส์' แห่งชีวิต
บรรยากาศในห้องประชุมวันนั้นเงียบสงบ ทว่าอบอวลไปด้วยรังสีแห่งอำนาจแะความมุ่งมั่นอันไร้ขีดจำกัด หญิงสาวทั้งแปดคนนั่งล้อมรอบโต๊ะยุทธการ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ด้วยความเชื่อมั่นอันบริสุทธิ์ใจ
คนแรกที่ลุกขึ้นยืนคือ 'คุณหญิงศศิประภา' อัครสตรีผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในแวดวงความมั่นคงแะการทูตระดับชาติ เธอยังคงสง่างามเลอค่าในชุดสูทผ้าไหมไทยสีน้ำเงินเข้มคัตติ้งเนี้ยบ ทรวดทรงอกอิ่มสะพรั่งแะสะโพกผายอันสมบูรณ์แบบสตรีวัยสุกงอมเปล่งประกายแห่งความน่าเกรงขาม ใบหน้างดงามหมดจดไร้ริ้วรอยมีรอยยิ้มอบอุ่นทว่าเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยเธอทอดมองด้วยความเสน่หาแะความภาคภูมิใจล้นพ้น
"นนท์คะ... ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติแะกองทัพเรือไทย ศศิได้เข้าพบผู้บัญชาการทหารเรือเป็นการส่วนตัวเมื่อเช้ามืดนี้แล้วค่ะ" คุณหญิงศศิประภากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานก้องกังวานเปี่ยมพลัง "กองทัพเรือไทยอนุมัติให้จัดตั้งกองเรือเฉพาะกิจร่วมทันที โดยส่งเรือหลวงสยามบดินทร์แะเรือคอร์เวตคุ้มกันอีกสองลำเข้าร่วมปฏิบัติการ นอกจากนี้ ศศิยังได้ต่อสายตรงถึงเลขาธิการสหประชาชาติแะผู้แทนถาวรประจำคณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) เราได้รับมติเห็นชอบฉุกเฉินภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำอันผิดกฎหมายต่อความปลอดภัยการเดินเรือ (SUA Convention) ให้อำนาจกองเรือผสมเราใช้อาวุธขั้นเด็ดขาดในการปิดล้อมแะตรวจค้นเรือเนบิวลาในเขตน่านน้ำสากลได้โดยชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการค่ะ!"
คำกล่าวคุณหญิงศศิประภาทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความฮึกเหิม อำนาจการทูตแะคอนเนกชันระดับโลกเธอได้เปิดประตูสู่ความชอบธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ
จากนั้น 'คุณหนูรดา' ทายาทหญิงคนเดียวแห่งมหาอาณาจักรธุรกิจตระกูลวรโชติเมธีก็ก้าวขึ้นมาเคียงข้าง เธอสวมชุดเดรสทำงานสีครีมเข้ารูปขับเน้นผิวขาวผ่องดั่งไข่มุก แม้หน้าท้องแราบเธอจะเริ่มมีสัญญาณแห่งชีวิตน้อยๆ ที่เกิดจากสายเลือดแะเธอกำลังก่อตัวขึ้น แต่แววตาเธอกลับฉายประกายเฉลียวฉลาดปราดเปรียวแะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ
"เรื่องงบประมาณแะยุทโธปกรณ์สนับสนุน รดาจัดการให้ทั้งหมดค่ะพี่นนท์" รดายกยิ้มหวานพลางแตะหน้าจอแท็บเล็ต ส่งข้อมูลกองเรือพาณิชย์ความเร็วสูงขึ้นสู่จอโฮโลแกรม "รดาอนุมัติงบฉุกเฉินห้าพันล้านบาทจากกองทุนความมั่นคงเครือบริษัท เช่าเรือส่งกำลังบำรุงทางทะเลขนาดใหญ่สองลำพร้อมเสบียง น้ำมัน แะคลังกระสุนเต็มพิกัด แะที่สำคัญ... บริษัทวิจัยป้องกันประเทศรดาเพิ่งพัฒนาฝูงโดรนรบไร้คนขับทางอากาศ 'แบล็กฮอรัส' (Black Horus Autonomous Drone Swarm) เสร็จสมบูรณ์ รดาสั่งลำเลียงโดรนขับเคลื่อนพลังงานไมโครเวฟจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบลำขึ้นติดตั้งเรือสนับสนุนแล้วค่ะ ฝูงโดรนนี้สามารถบินลาดตระเวน ตัดสัญญาณคลื่นวิทยุ แะสละชีพพุ่งชนสกัดกั้นขีปนาวุธศัตรูได้โดยอัตโนมัติ พี่นนท์ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนอาวุธเลยนะคะ รดาจะหนุนหลังพี่นนท์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่รดามี!"
ความทุ่มเทอย่างสุดหัวใจรดาทำให้ต้องเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มเธอไว้แน่น รดาสบตาด้วยรอยยิ้มหวานระคนซาบซึ้ง บ่งบอกว่าชีวิตแะทรัพย์สมบัติทั้งหมดเธอมีไว้เพื่อสนับสนุนบุรุษที่เธอรักแต่เพียงผู้เดียว
ถัดมาคือ 'เคท' (แคทเธอรีน) สายลับสาวสวยลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ตัวแทนจากตำรวจสากล (Interpol) แะหน่วยข่าวกรองสากล เรือนร่างสูงเพรียวระหงในชุดบอดี้สูทหนังสีดำสนิทเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันเร้าใจ อกอวบเต่งตึงแะเรียวขายาวสะกดสายตา เรือนสีน้ำตาลประกายทองดัดลอนสยายเคลียแผ่นหลัง นัยน์ตาสีเฮเซลคมกริบฉายแววดุดันแบบมือสังหารระดับพระกาฬ
"ทางตำรวจสากล เคทได้ประสานงานกับกองบัญชาการใหญ่ที่เมืองลียงแล้วค่ะนนท์" เคทเอ่ยด้วยสำเนียงอังกฤษอันมีเสน่ห์ลุ่มลึก "เราได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทางทะเลพิเศษ (Maritime Special Operations Unit) จำนวนสามสิาย พร้อมเรือสปีดโบ๊ทยุทธวิธีล่องหนแะเฮลิคอปเตอร์ซีฮอว์กสองลำเข้าร่วมขบวน แะเคทได้เปิดใช้สิทธิพิเศษในการควบคุมดาวเทียมสอดแนมวงโคจรต่ำ 'คีย์โฮล-12' ดึงภาพถ่ายความร้อนแะสัญญาณเรดาร์สังเคราะห์เรือเนบิวลาแบบเรียลไทม์ ตอนนี้ตำแหน่งป้อมปราการลอยน้ำนั้นถูกล็อกพิกัดไว้ในมือพวกเราเรียบร้อยแล้วค่ะ!"
ข้างๆ เคทคือ 'มิเชล' สาวน้อยอัจฉริยะด้านสงครามไซเบอร์แะเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก เธออยู่ในชุดเสื้อโค้ตหนังสีเทาควันบุหรี่ ใบหน้ารูปไข่น่ารักน่าทะนุถนอมสวมแว่นตากรอบบาง นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาเปล่งประกายไหวพริบ นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดเร็วดั่งสายน้ำไหล
"แะสมรภูมิดิจิทัล มิเชลจะไม่ยอมให้พวกมันได้เปรียบเด็ดขาดค่ะพี่นนท์!" มิเชลพูดพลางยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ หน้าจอแสดงโค้ดคำสั่งนับล้านบรรทัดหมุนวนรอบตัวเธอ "มิเชลปล่อยไวรัสหนอนคอมพิวเตอร์ระดับปฏิบัติการ 'เลเวียธาน-ซีโร่' เข้าสู่เครือข่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่เรือเนบิวลาใช้เชื่อมต่อแล้วค่ะ ทันทีที่กองเรือเราเข้าสู่ระยะยิง มิเชลจะสั่งปิดระบบเซ็นเซอร์ระยะไกล แทรกแซงสัญญาณเรดาร์เอจิสพวกมัน แะทำให้เครือข่ายสื่อสารภายในเรือเนบิวลากลายเป็นอัมพาตชั่วคราว ดิมิทรีจะตาบอดแะหูหนวกกลางทะเลลึกอย่างแน่นอนค่ะ!"
รอยยิ้มซุกซนมิเชลแฝงไว้ด้วยความอัจฉริยะที่น่าสะพรึงกลัว เธอคือแม่มดแห่งโลกไซเบอร์ที่พร้อมจะทำลายระบบคอมพิวเตอร์ศัตรูให้แหลกเป็นผุยผง
จากนั้น เสียงกังวานอันเปี่ยมด้วยขัตติยมานะแะเกียรติภูมิสูงสุดก็ดังขึ้นจาก 'เจ้าหญิงอลิสรา' องค์ประมุขแะรัชทายาทสาวแห่งราชอาณาจักรคาร์ลสไตน์ พระองค์ประทับยืนอย่างสง่างามในชุดเครื่องแบบทหารรักษาพระองค์สีขาวขลิบทอง ทรงสวมสายสะพายเกียรติยศ เรือนสีบลอนด์ทองคำดั่งแสงตะวันรวบตึง พระพักตร์งดงามบริสุทธิ์หมดจดดั่งประติมากรรมหินอ่อนชั้นเลิศ พระเนตรสีมรกตทอดมองด้วยความรัก ความเคารพ แะความภักดีอันไม่มีวันสั่นคลอน
"ในนามราชรัฐคาร์ลสไตน์... น่านน้ำสากลมิใช่สถานที่ที่พวกโจรติดอาวุธจะใช้เป็นที่หลบซ่อนความผิดได้" เจ้าหญิงอลิสราตรัสด้วยสุรเสียงหนักแน่นมั่นคง "เราได้มีพระบัญชาสั่งการให้เรือคอร์เวตล่องหนติดตั้งขีปนาวุธ 'วัลคีรี' แห่งราชนาวีคาร์ลสไตน์ที่ลอยลำอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เข้าร่วมสมทบกับกองเรือท่านผู้การนนท์ในทันที พร้อมด้วยกองทหารราชองครักษ์นาวิกโยธินพิเศษอีกหนึ่งร้อยนายที่มีทักษะการรบประชิดตัวดาดฟ้าเรือระดับแนวหน้ายุโรป แะเรายังได้ส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าแบบสเตลท์ขึ้นลงระยะสั้น 'วัลคีรี-เอ็กซ์' (Valkyrie-X) ประจำการไว้ลานบินเรือส่งกำลังบำรุง เพื่อให้ท่านผู้การได้ใช้เป็นเขี้ยวเล็บเหนือน่านฟ้า... กองทัพคาร์ลสไตน์พร้อมรับคำสั่งจากท่านแต่เพียงผู้เดียว ยอดรักข้า"
การเสียสละแะมอบอำนาจทางทหารเจ้าหญิงอลิสราแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่ไร้พรมแดน พระองค์พร้อมจะก้าวลงสู่สมรภูมิเคียงข้างโดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายใดๆ
ทางด้านขวาโต๊ะประชุม 'นลิน' ทนายความสาวแะนักการเงินมือฉมังระดับสากล ผู้ดูแลผลประโยชน์แะความชอบธรรมทางกฎหมายพวกเรา เธอสวมชุดสูทกระโปรงสีดำเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวน อกอวบอัดดันเสื้อเชิ้ตขาวจนตึงแน่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายสะท้อนความเฉียบแหลม
"ด้านการเงินแะการตัดท่อน้ำเลี้ยง นลินจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะพี่นนท์" นลินเปิดแฟ้มเอกสารดิจิทัลสีแดงฉานที่มีตราประทับศาลอาญาระหว่างประเทศแะกระทรวงการคลังสหรัฐฯ "นลินร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองทางการเงินระหว่างประเทศ (FATF) ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลสวิส สิงคโปร์ แะหมู่เกาะเคย์แมน ออกคำสั่งอายัดบัญชีลับแะกองทุนทรัสต์ดยุกดิมิทรีแะเครือข่ายอินทรีดำทั้งหมดรวมมูลค่ากว่าหนึ่งหมื่นสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินทุกดอลลาร์ที่พวกมันจะใช้จ่ายค่าจ้างให้แก่พวกทหารรับจ้างเรือเนบิวลาถูกแช่แข็งหมดแล้วค่ะ พวกมันกำลังกลายเป็นหมาจนตรอกที่ไร้เงิน ไร้เสบียง แะไร้ทางหนีโดยสิ้นเชิง!"
นลินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เธอตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินพวกมันจนขาดสะบั้น ทำให้กองทัพรับจ้างดิมิทรีเริ่มระส่ำระสายจากภายใน
แะข้างกายไม่เคยห่าง... คือสองสตรีผู้เป็นกำลังรบหลักภาคสนามที่ไว้วางใจที่สุด
'สารวัตรพลอย' พยัคฆ์สาวสีกากีคนเก่ง เธอสวมชุดคอมแบทสูททหารเรือสีพรางน้ำเงินเข้มรัดรูป อวดเรือนร่างทรงนาฬิกาทรายอันน่าหลงใหล อกอวบอิ่มเต่งตึงคัดแน่นเบียดชิดอยู่ใต้เสื้อเกราะอ่อน เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นตึงที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ใบหน้าสวยคมเข้มผุดรอยยิ้มดุดัน แววตาเป็นประกายกล้าหาญ มือลูบไล้ปืนกลมือ MPX ที่ปรับแต่งพิเศษสำหรับการรบทางน้ำ
"พลอยคัดเลือกกำลังพลหน่วยปฏิบัติการพิเศษคอมมานโดแะหน่วยซีลนาวิกโยธินไทยจำนวนสี่สิายเข้าประจำการพร้อมแล้วค่ะที่รัก" พลอยเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาเปี่ยมด้วยความภักดี "พลอยจะเป็นหัวหอกนำทีมชุดแรกปีนขึ้นสู่กราบเรือเนบิวลาเพื่อเปิดทางให้พี่นนท์เอง ถ้ามีใครหน้าไหนกล้าขวางทาง มันต้องผ่านกระสุนพลอยไปก่อน!"
แะข้างๆ พลอยคือ 'ผู้กองฟ้าใส' นายตำรวจหญิงสายบุ๋นผู้มีใบหน้าหวานละมุน นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย ทว่ามีความเด็ดขาดแะแม่นยำในการวิเคราะห์สถานการณ์ เธอยืนตรงในชุดเครื่องแบบปฏิบัติการสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสะโอดสะโองอกอิ่มเอวบางน่าทะนุถนอม ทว่าท่วงท่ากลับกระฉับกระเฉงทะมัดทะแมง
"ฟ้าใสรับผิดชอบระบบควบคุมการยิงแะเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศสะพานเดินเรือค่ะพี่นนท์" ฟ้าใสรายงานด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว "ฟ้าใสตั้งค่าระบบป้องกันภัยระยะประชิดฟาแลงซ์ (Phalanx CIWS) แะแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศเอสเอสเอ็ม (ESSM) ให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายเซ็นเซอร์ดาวเทียมเคทแะโดรนรดาเรียบร้อยแล้วค่ะ ฟ้าใสขอสัญญาว่าจะไม่มีขีปนาวุธลูกไหนพวกมันเล็ดลอดเข้ามาทำอันตรายเรือธงแะพี่นนท์ได้แม้แต่ลูกเดียว!"
สตรีทั้งแปดคน... แปดพญาหงส์ผู้ทรงอิทธิพลแะเปี่ยมด้วยความสามารถล้นพ้น ต่างระดมสรรพกำลัง อำนาจ สติปัญญา แะชีวิต เข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การนำ เพื่อสร้างยุทธการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์...
ยุทธการ "เด็ดปีกอินทรีดำ" (Operation Black Eagle Cleaver)!
หลังจากการประชุมวางแผนสิ้นสุดลง แะก่อนที่กองเรือจะถอนสมอออกจากฐานทัพเรือสัตหีบมุ่งหน้าสู่มหาสมุทรลึก ในห้องพักส่วนตัวผู้บัญชาการเรือธง ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ลึกซึ้ง แะเสน่หาอันเร่าร้อนที่ยากจะลืมเลือน...
หญิงสาวทั้งแปดคนตามเข้ามาส่งในห้องพัก ท่ามกลางแสงไฟสลัวสีส้มอ่อนที่ขับเน้นความงามพวกเธอให้ดูเย้ายวนใจเกินบรรยาย ความตึงเครียดสงครามถูกละลายหายไปด้วยไออุ่นแห่งความรักที่พวกเธอมีต่อ
"นนท์คะ..." คุณหญิงศศิประภาเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกเป็นคนแรก ร่างกายอวบอัดสะพรั่งอันนุ่มนวลเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมกุหลาบฝรั่งเศสชั้นสูงผสมผสานกับฟีโรโมนสาวใหญ่ที่สุกงอม รวยรินเข้าสู่ประสาทรับรู้จนหัวใจเต้นแรง ริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบเธอประทับจูบลงริมฝีปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนนุ่มสอดแทรกเข้ามาทักทาย มอบความรักแะความปรารถนาอันลึกซึ้งที่สะสมมาเนิ่นนาน "สัญญากับศศินะคะ... ว่าจะกลับมาหาพวกเราอย่างปลอดภัย ศศิแะน้องๆ ทุกคน... ฝากทั้งหัวใจแะชีวิตไว้ในมือคุณแล้วนะคะยอดรัก"
"สัญญาครับศศิ... จะกลับมาหาพวกคุณทุกคนอย่างแน่นอน" กระซิบตอบพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มคุณหญิงผ่านเนื้อผ้าไหม
จากนั้น รดา พลอย ฟ้าใส เคท มิเชล อลิสรา แะนลิน ต่างก็ก้าวเข้ามาสวมกอดพร้อมๆ กัน วงล้อมแห่งความรักแปดสตรีผู้เลอโฉมโอบรัดร่างไว้ด้วยไออุ่นอันร้อนผ่าว รดาซบหน้าลงกับไหล่ขวา มือเรียวสวยลูบไล้แผงอกล่ำสัน ขณะที่พลอยแะฟ้าใสขนาบข้างแนบชิดลำตัว อกอวบอิ่มเต่งตึงสองสาวตำรวจบดเบียดเข้ากับสีข้างจนรับรู้ได้ถึงยอดถันที่แข็งชันผ่านเนื้อผ้า เคทแะมิเชลพรมจูบไปตามลำคอแะสันกรามอย่างหลงใหล ส่วนเจ้าหญิงอลิสราทรงกุมมือซ้ายไว้แนบพระอุระ ทรงประทับจุมพิตลงหลังมือด้วยความอ่อนน้อมแะเทิดทูนสูงสุด ขณะที่นลินโอบกอดเอวสอบจากด้านหลัง แนบชิดทรวงอกคู่งามเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแนบแน่น
"พี่นนท์คือดวงใจรดาแะลูกนะคะ..." รดากระซิบเสียงหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาฉ่ำน้ำตาแห่งความตื้นตัน "รดาจะรอคอยวันที่พี่นนท์กลับมาสวมกอดรดาแะลูกน้อยในครรภ์นี้นะคะ"
"กลับมาเป็นจอมทัพแห่งหัวใจอลิสราด้วยเถิด..." เจ้าหญิงกระซิบเสียงแผ่วหวาน สบตาด้วยแววตาที่ยอมจำนนต่อความรักอย่างหมดสิ้น
สัมผัสอันนุ่มนวล กลิ่นกายหอมกรุ่นแปดสตรีที่ผสมผสานกัน แะรสจูบอันดูดดื่มที่พวกเธอผลัดกันมอบให้ในค่ำคืนนั้น ได้กลายเป็นเกราะคุ้มภัยแะเปลวเพลิงแห่งพลังอันไร้ขีดจำกัดที่สถิตอยู่ในวิญญาณ ทำให้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูทุกตัวในใต้หล้าโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว!
กลับมาสู่ปัจจุบัน...
เวลา 18.45 น. เหนือน่านน้ำสากลตอนล่างทะเลอันดามัน เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดีย
ลมพายุทวีความบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ คลื่นลมทะเลโหมซัดเข้าใส่กองเรือเฉพาะกิจที่กำลังแล่นตัดคลื่นด้วยความเร็วรบยี่สิบห้าน็อต กองเรือเราประกอบด้วยเรือหลวงสยามบดินทร์เป็นเรือธง ขนาบข้างด้วยเรือคอร์เวตล่องหนกองทัพเรือไทยแะเรือคอร์เวต 'วัลคีรี' แห่งราชรัฐคาร์ลสไตน์ ตามหลังมาด้วยเรือส่งกำลังบำรุงแะลานบินโดรนขนาดใหญ่ที่รดาจัดหามา ทุกตารางนิ้วเรือเต็มไปด้วยความพร้อมรบระดับสูงสุด ปืนใหญ่เรือขนาด 76 มม. ปลดระบิรภัย หันปากกระบอกปืนชี้ตรงไปข้างหน้า แท่นยิงตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำแะแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศเตรียมพร้อมในโหมดตอบสนองอัตโนมัติ
ก้าวเข้าไปในศูนย์ยุทธการสะพานเดินเรือ (Combat Information Center - CIC) ภายในห้องเต็มไปด้วยแสงสลัวสีน้ำเงินเข้มแะเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังถี่รัว โต๊ะแผนที่ยุทธการสามมิติ สารวัตรพลอย ผู้กองฟ้าใส แะมิเชล กำลังประจำตำแหน่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
"รายงานสถานการณ์ล่าสุด!" สั่งการด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"ท่านผู้การคะ!" ผู้กองฟ้าใสเงยหน้าขึ้นจากจอเรดาร์ตรวจการณ์ระยะไกล นัยน์ตาคู่งามเปล่งประกายตื่นตัว "ดาวเทียมคีย์โฮลเคทตรวจพบการก่อตัวเป้าหมายผิวน้ำขนาดมหึมาที่พิกัดแลติจูด 06 องศา 15 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 94 องศา 40 ลิปดาตะวันออก ระยะห่างจากกองเรือเราประมาณสามสิบห้าไมล์ทะเลค่ะ! ขนาดความยาวลำเรือสามร้อยสามสิบเมตร ระวางขั้ำกว่าหนึ่งแสนตัน กำลังแล่นทวนกระแสน้ำด้วยความเร็วสิบแปดน็อต... สัญญาณลายพิมพ์ความร้อนเตาปฏิกรณ์ยืนยันชัดเจน มันคือเรือบรรทุกเครื่องบิน 'เนบิวลา' ค่ะ!"
"ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้..." สารวัตรพลอยกำหมัดแน่นข้างลำตัว นัยน์ตาพยัคฆ์สาววาวโรจน์ด้วยความแค้น "มันลอยลำอยู่กลางดงพายุ หวังจะใช้สภาพอากาศเลวร้ายอำพรางสายตาแะขัดขวางการตรวจจับทางอากาศ!"
"แต่พวกมันอำพรางสายตามิเชลไม่ได้หรอกค่ะพี่นนท์!" มิเชลรัวนิ้วลงแป้นพิมพ์อย่างว่องไว ภาพโฮโลแกรมสามมิติขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นโครงสร้างอันน่าสะพรึงกลัวเรือเนบิวลา ลำเรือทาด้วยสีดำด้านเคลือบสารดูดซับคลื่นเรดาร์ มีหอบังคับการทรงเหลี่ยมล้ำสมัย ดาดฟ้าบินคู่ขนานมีแท่นปล่อยเครื่องบินพลังแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) แะที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ แท่นยิงขีปนาวุธแนวดิ่ง (VLS) ด้านข้างลำเรือที่เรียงรายอยู่กว่าแปดสิบท่อยิง! "มิเชลตรวจพบว่าพวกมันกำลังเริ่มส่งสัญญาณเรดาร์ควบคุมการยิงล็อกเป้าหมายมาที่กองเรือเราแล้วค่ะ!"
"เคทกับทีมจู่โจมพร้อมหรือยัง" หันไปถามพลอย
"เคทนำทีมคอมมานโดแะหน่วยซีลลงเรือสปีดโบ๊ทยุทธวิธีล่องหนสี่ลำแล้วค่ะพี่นนท์ พวกเธอลอยลำเกาะแนวคลื่นตามหลังเรือธงเรา รอจังหวะที่ระบบเรดาร์พวกมันถูกรบกวน เพื่อจะแทรกซึมเข้าทางกาบเรือด้านท้ายค่ะ!" พลอยตอบอย่างฉะฉาน
"ดีมาก..." สูดลมหายใจลึก "มิเชล เปิดช่องสัญญาณสื่อสารคลื่นความถี่เปิดทางทหารทุกช่อง ปลายทางคือสะพานเดินเรือเนบิวลา ฉันจะคุยกับดิมิทรีด้วยตัวเอง"
"สัญญาณเชื่อมต่อแล้วค่ะพี่นนท์!" มิเชลส่งสัญญาณมือ
ก้าวเข้าไปยืนหน้าจอมอนิเตอร์สื่อสารหลัก สัญญาณภาพเกิดคลื่นรบกวนอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ภาพจอจะปาฏขึ้นอย่างชัดเจน...
ภาพห้องบังคับการเรือเนบิวลาที่หรูหราทว่าเต็มไปด้วยอุปกรณ์สงครามอันทันสมัย แะตรงกลางเก้าอี้ผู้บัญชาการ ชายร่างยักษ์ในชุดเครื่องแบบทหารรับจ้างสีเทาเข้ม มีผ้าพันแผลพันรอบขมับแะซี่โครงจากบาดแผลที่ฝากไว้ขบวนรถไฟ นั่งจ้องมองกล้องด้วยดวงตาสีเทาหม่นที่ลุกโชนไปด้วยความเคียดแค้น
ดยุกดิมิทรี!
"สวัสดี ดิมิทรี..." เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเปี่ยมด้วยพลังกดดันมหาศาล "หนีมาไกลถึงกลางมหาสมุทรอินเดีย แผลที่ซี่โครงกับขมับยังเจ็บอยู่ไหม"
ดิมิทรีกระตุกยิ้มเหี้ยม แววตามันเหี้ยมเกรียมประดุจอสูรกายที่บ้าคลั่ง มันส่งเสียงหัวเราะแหบต่ำในลำคอ
"ฮึๆๆ... ผู้การนนท์! แกมันเป็นแมลงสาบที่ตามตื๊อไม่เลิกจริงๆ!" ดิมิทรีแผดเสียงผ่านลำโพง "แกคิดว่าการที่แกพากองเรือกระจอกๆ ราชนาวีไทยกับเรือตำรวจสากลไม่กี่ลำมาที่นี่ จะสามารถหยุดยั้งข้าได้งั้นหรือ? แกยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าที่นี่คือน่านน้ำสากล! ที่นี่คือกฎแห่งป่า! เรือเนบิวลาลำนี้ ข้าคือผู้คุมชะตากรรมโลก! ข้ามีขีปนาวุธต่อต้านเรือรบความเร็วเหนือเสียง มีตอร์ปิโดหัวริวเคลียร์ แะมีฝูงบินรบที่พร้อมจะส่งพวกแกทุกคนลงไปนอนเฝ้าก้นมหาสมุทร!"
"แกไม่มีอะไรเหลือแล้วดิมิทรี" ตอบกลับอย่างเยือกเย็น สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตามัน "นลินอายัดบัญชีดำแะทรัพย์สินทั้งหมดแกหนึ่งหมื่นสองพันล้านดอลลาร์ในยุโรปแะเอเชียเรียบร้อยแล้ว ทหารรับจ้างเรือแกจะไม่ได้เงินแม้แต่แดงเดียว คุณหญิงศศิประภาประสานสหประชาชาติออกหมายจับแดงแะอนุมัติการใช้กำลังทหารบดขยี้แกในเขตน่านน้ำสากลอย่างชอบธรรม แะอาวุธเคมีที่แกหวังจะใช้ทำลายล้างเมืองหลวงก็ถูกทำลายทิ้งไปหมดแล้ว แกไม่ใช่ดยุก... แกเป็นแค่หมาจนตรอกที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น!"
คำพูดแทงใจดำดิมิทรีอย่างจัง ใบหน้ามันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนแทบระเบิด มือยักษ์มันทุบลงที่วางแขนเก้าอี้บัญชาการอย่างบ้าคลั่ง!
"หุบปาก! ไอ้ตำรวจสวะ!" ดิมิทรีคำรามลั่นจนลำโพงแตกพร่า "ถ้าข้าต้องพินาศ... ข้าก็จะลากพวกแกแะผู้หญิงแกทุกคนลงนรกไปด้วยกัน! ดูซิว่าเรือรบเหล็กบางๆ แก จะทนทานห่าฝนมิสไซล์เนบิวลาได้สักกี่วินาที! ยิงพวกมันให้จมทะเลเดี๋ยวนี้! ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียว!!"
ภาพจอดับสนิทลงทันทีเมื่อดิมิทรีตัดสัญญาณสื่อสาร!
แะในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนเตือนภัยสีแดงฉานสะพานเดินเรือเรือหลวงสยามบดินทร์ก็แผดเสียงร้องลั่นสนั่นหวั่นไหว!
หวู่ววววววววววว! หวู่ววววววววววว!
"แจ้งเตือนภัยระดับวิกฤต! ้าึเปิดฉากยิงแล้วค่ะ!" ผู้กองฟ้าใสกรีดร้องรายงานด้วยความเร็ว แสงไฟสีแดงสว่างวาบสะท้อนใบหน้าหวานเธอ "ตรวจพบการจุดระเบิดเครื่องยนต์จรวดจากท่อยิงแนวดิ่งเรือเนบิวลา! มิสไซล์ต่อต้านเรือรบความเร็วเหนือเสียงรุ่น 'ซี-แรพเตอร์' (Sea Raptor Hypersonic Anti-Ship Cruise Missile) จำนวนแปดลูกพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศแล้วค่ะ! ความเร็วสามจุดห้ามัค! ระยะห่างยี่สิบแปดไมล์ทะเล! วิถียิงแบบเกาะยอดคลื่น (Sea-skimming) มุ่งตรงมาที่กองเรือเรา เวลาปะทะเป้าหมายเหลืออีกเพียงหนึ่งนาทีสามสิบวินาทีค่ะ!"
"แปดลูกพร้อมกัน!" สารวัตรพลอยสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตระหนก "พวกมันกะจะถล่มกองเรือเราให้แหลกในระลอกเดียว!"
"มิเชล! รบกวนสัญญาณนำวิถีพวกมันเดี๋ยวนี้!" สั่งการด้วยเสียงดังกึกก้องเปี่ยมอำนาจ
"กำลังปล่อยคลื่นสัญญาณรบกวนแบบแอกทีฟแะส่งโค้ดไวรัสเข้าไปป่วนเรดาร์หัวรบค่ะ!" มิเชลรัวนิ้วเร็วปานพายุ "แต่ความเร็วสามจุดห้ามัคมันเร็วเกินไป ระบำทางเฉื่อยสำรอง (INS) ขีปนาวุธยังคงล็อกิามุ่งหน้าตรงมาหาเราได้อยู่ค่ะพี่นนท์!"
"ฟ้าใส! ปล่อยเป้าลวงแชฟฟ์แะแฟลร์ทุกลำกล้อง! ยิงมิสไซล์ต่อสู้อากาศยานเอสเอสเอ็มสกัดกั้นทันที!"
"รับทราบค่ะ!" ฟ้าใสกระแทกฝ่ามือลงปุ่มควบคุมการยิงสีแดง
ฟู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! ตูมมมมมมมม!
จากท่อยิงแนวดิ่งดาดฟ้าหน้าเรือหลวงสยามบดินทร์แะเรือคอร์เวตคุ้มกัน ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานระยะปานกลางพุ่งทะยานแหวกม่านฝนขึ้นสู่ท้องฟ้ารวมสิบลูก ควันสีขาวพวยพุ่งเป็นทางยาวสว่างจ้าตัดกับความมืดมิดราตรี ขณะเดียวกัน แท่นยิงเป้าลวงรอบลำเรือก็ยิงกลุ่มควันสะท้อนเรดาร์แะประกายไฟความร้อนสูงระเบิดกระจายกลางอากาศดั่งดอกไม้เพลิงยักษ์
แะจากเรือส่งกำลังบำรุงด้านหลัง ฝูงโดรนรบ 'แบล็กฮอรัส' รดาจำนวนสามสิบลำแรกก็ถูกยิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยรางส่งพลังงานลม บินเกาะกลุ่มประสานงากระจายตัวออกไปข้างหน้าราวกับฝูงผึ้งพิฆาตเหล็กกล้า!
ท้องฟ้าเหนือผืนน้ำอันบ้าคลั่ง มหากาพย์สงครามขีปนาวุธเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน!
ตูมมมมมมมม! ตูมมมมมมมม!
ประกายไฟจากการระเบิดสว่างวาบไปทั่วทั้งขอบฟ้า ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานพวกเราแะโดรนรบรดาพุ่งเข้าปะทะสกัดกั้นขีปนาวุธซี-แรพเตอร์้าึกลางอากาศ แรงระเบิดทำลายล้างฉีกกระชากขีปนาวุธศัตรูแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปสี่ลูก ลูกไฟขนาดยักษ์ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำจนเกิดคลื่นกระแทกสะท้านสะเทือน
ทว่าขีปนาวุธซี-แรพเตอร์อีกสี่ลูกที่เหลือกลับใช้ความเร็วเหนือเสียง 3.5 มัค ม้วนตัวหลบหลีกเศษซากการระเบิด แล้วพุ่งดิ่งลงมาเกาะยอดคลื่นด้วยความเร็วสูงประดุจพญามัจจุราชที่กระหายเลือด!
ระยะห่างเหลือแปดไมล์ทะเล... ห้าไมล์ทะเล... สองไมล์ทะเล!
"มันหลุดรอดเข้ามาได้สี่ลูกค่ะพี่นนท์!" ฟ้าใสตะโกนลั่น "ิาตรงเข้าหากราบขวาเรือหลวงสยามบดินทร์สองลูก แะเรือวัลคีรีสองลูก!"
"ระบบป้องกันระยะประชิด ฟาแลงซ์ ซีไอดับเบิลยูเอส ทำงานเต็มพิกัด!" สั่งการเสียงเฉียบขาด
แกร๊กกกกกกกกก! บรื้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
ปืนกลลำกล้องโรตารีขนาด 20 มม. ฟาแลงซ์ กราบขวาเรือธงหมุนควงด้วยความเร็วสี่พันห้าร้อยนัดต่อนาที พ่น-่ากระสุนยูเรเนียมหมดสภาพเรืองแสงสีแดงเพลิงออกไปเป็นสายธารแห่งความตายประดุจเลเซอร์เหล็กกล้า เสียงปืนฟาแลงซ์คำรามกึกก้องเสียดแทงแก้วหูราวกับเลื่อยไฟฟ้าขนาดยักษ์ที่กำลังผ่าฟืน!
กระสุนนับพันนัดพุ่งเข้าตัดผ่านร่างขีปนาวุธซี-แรพเตอร์ลูกแรกที่พุ่งเข้ามาในระยะหนึ่งพันเมตรจนหัวรบระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวกลางอากาศ เศษเหล็กร้อนแดงปลิวว่อนตกลงสู่ผิวน้ำห่างจากกราบเรือไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ขณะที่เรือวัลคีรีคาร์ลสไตน์ก็สามารถใช้ปืนต่อสู้อากาศยานยิงสกัดอีกลูกหนึ่งได้สำเร็จ
ทว่า... อีกสองลูกที่เหลือยังคงพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วบ้าคลั่ง!
ลูกหนึ่งถูกสะเก็ดกระสุนเฉี่ยวจนเสียการทรงตัว พุ่งเฉียดเสากระโดงเรือหลวงสยามบดินทร์ไปเพียงไม่กี่สิบเมตร ก่อนจะพุ่งไปตกกระทบผิวน้ำด้านหลังเรือแะระเบิดขึ้นเป็นเสาน้ำขนาดยักษ์สูงกว่าห้าสิบเมตร แรงอัดอากาศกระแทกจนเรือฟริเกตโคลงเคลงอย่างรุนแรง กระจกสะพานเดินเรือสั่นสะเทือนจนแทบแตกละเอียด!
แะลูกสุดท้าย... มันกำลังพุ่งตรงเข้าใส่ดาดฟ้าบินเรือส่งกำลังบำรุงที่บรรทุกคลังน้ำมันแะฝูงโดรนรดา!
"พี่นนท์คะ! เรือส่งกำลังบำรุงกำลังจะถูกยิง!" พลอยกรีดร้องเตือนด้วยความตกใจสุดขีด
หากเรือลำนั้นถูกทำลาย กองเรือเราจะสูญเสียทั้งน้ำมัน กระสุน แะฝูงโดรนสนับสนุนทั้งหมด นั่นหมายถึงความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง โดรนรบแบล็กฮอรัสสองลำสุดท้ายที่บินคุ้มกันมุมสูง ได้รับคำสั่งบังคับสละชีพจากระบบอัจฉริยะ พวกมันทิ้งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด พุ่งเข้ากระแทกประสานงาเข้าใส่ขีปนาวุธซี-แรพเตอร์อย่างจัง!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
ลูกไฟสีส้มแดงขนาดมหึมาระเบิดสว่างจ้ากลางเวหา ห่างจากดาดฟ้าเรือส่งกำลังบำรุงเพียงไม่ถึงร้อยเมตร แรงระเบิดพัดกระหน่ำจนคลื่นทะเลปั่นป่วน ทว่าเรือส่งกำลังบำรุงยังคงปลอดภัย!
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วสะพานเดินเรือ ทว่าความโล่งใจนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที...
เพราะหน้าจอเรดาร์ฟ้าใส สัญญาณเตือนภัยระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่ากำลังกะพริบถี่รัวขึ้นมา!
"ท่านผู้การคะ! หอยิงมิสไซล์ระลอกสองเนบิวลากำลังเตรียมเปิดฝาครอบอีกสี่สิบท่อยิง! แะที่เลวร้ายกว่านั้น... ลานบินเนบิวลากำลังส่งเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า 'ซู-57 สเตลท์ดัดแปลง' ฝูงบินรับจ้างแบล็กอีเกิลจำนวนลำทะยานขึ้นสู่เวหาแล้วค่ะ!" ฟ้าใสรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พวกมันกำลังจัดกระบวนทัพเหนือน่านฟ้าเพื่อทำการทิ้งระเบิดนำวิถีโจมตีแบบปูพรม หากฝูงบินรบพวกมันเข้าถึงระยะโจมตี กองเรือเราจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีทางอากาศพร้อมกับห่ามิสไซล์สี่สิบลูกได้เลยค่ะ!"
ความเงียบงันอันหนาวเหน็บเข้าปกคลุมสะพานเดินเรือชั่วขณะ
กองเรือรบเรา แม้จะมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย ทว่าด้วยข้อจำกัดเรื่องจำนวนท่อยิงแะอัตราการรีโหลดอาวุธ หากศัตรูระดมยิงแบบอิ่มตัว (Saturation Attack) ผสมผสานกับการทิ้งระเบิดจากฝูงบินขับไล่สเตลท์ กองเรือเฉพาะกิจจะต้องถูกจมลงสู่ก้นมหาสมุทรอินเดียอย่างแน่นอน!
ทางรอดเดียวที่จะหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ได้...
คือต้องมีใครสักคนขึ้นไปท้องฟ้า ทำลายฝูงบินรบพวกมัน แะเจาะทะลวงผ่านแนวป้องกันทางอากาศอันหนาทึบเพื่อทิ้งระเบิดทำลายหอควบคุมการยิงเรือเนบิวลาด้วยตัวเอง!
แะคนคนนั้น... จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก!
"พลอย ฟ้าใส มิเชล... ถ่ายโอนอำนาจการสั่งการสะพานเดินเรือให้แก่ผู้การเรือหลวงสยามบดินทร์ชั่วคราว" หันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดแะเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาทอประกายไฟแห่งสงครามอันแรงกล้า
"นนท์! คุณจะทำอะไรคะ!" พลอยร้องถามด้วยความตกใจ มือเรียวคว้าแขนเสื้อไว้แน่น แววตาเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นแะห่วงใยสุดหัวใจ
"จะขึ้นบิน" ตอบสั้นๆ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "จะขับ 'วัลคีรี-เอ็กซ์' ขึ้นไปสอยฝูงบินพวกมันให้ร่วงลงทะเล แะเปิดทางให้ทีมเคทแะพวกเธอแทรกซึมเข้าสู่เรือเนบิวลา"
"แต่นนท์คะ! ข้างนอกนั่นพายุระดับ แะพวกมันมีเครื่องบินขับไล่ถึงลำ แถมยังมีมิสไซล์ต่อสู้อากาศยานเรือเนบิวลานับร้อยลูก! มันคือภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ!" ฟ้าใสวิ่งเข้ามากุมมืออีกข้างไว้ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียไป
"ไม่มีคำว่าฆ่าตัวตายในพจนานุกรม ฟ้าใส พลอย..." ยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนนุ่มหญิงสาวทั้งสองอย่างอ่อนโยน สบตาพวกเธอด้วยความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด "จำคำสัญญาที่ให้ไว้ในห้องพักได้ไหม จะไม่มีวันตาย แะจะไม่มีวันทอดทิ้งพวกคุณให้ต้องเดียวดาย เชื่อมั่นในตัวผู้การพวกเธอนะ"
คำพูดแะสายตาอันทรงพลังทำให้สองสาวสะกดกลั้นน้ำตา พยักหน้ารับด้วยความภักดีแะเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ
"ค่ะ... พลอยเชื่อมั่นในตัวพี่นนท์ รอดกลับมาหาพวกเรานะคะ!" พลอยเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างรวดเร็วแะหนักหน่วง ขณะที่ฟ้าใสซบหน้าลงกับแผงอกชั่วครู่ก่อนจะปล่อยมือ
"มิเชล คอยสนับสนุนดาต้าลิงก์แะแจมมิ่งให้จากสะพานเดินเรือนะ" หันไปสั่งสาวน้อยไซเบอร์
"มิเชลจะล็อกระบบแะคอยเป็นดวงตาให้พี่นนท์ฟ้าเองค่ะ! สู้เขานะคะพี่นนท์!" มิเชลชูกำปั้นให้กำลังใจ
ไม่รอช้าอีกต่อไป หมุนตัวก้าวออกจากสะพานเดินเรือ วิ่งฝ่าสายลมหนาวเหน็บแะละอองคลื่นที่สาดซัดข้ามสะพานเชื่อม มุ่งหน้าตรงไปยังดาดฟ้าบินเรือส่งกำลังบำรุงที่อยู่เคียงข้างกันทันที!
ดาดฟ้าบินที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝน เจ้าหน้าที่ช่างเครื่องราชรัฐคาร์ลสไตน์แะทีมงานรดากำลังทำงานกันอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงคำรามเครื่องยนต์ไอพ่นที่กำลังวอร์มอัปส่งเสียงหวีดแหลมบาดแก้วหู
ตรงหน้าคือ 'วัลคีรี-เอ็กซ์' (Valkyrie-X Stealth Multi-Role Strike Fighter) เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าสีดำด้านสนิทไร้เงาสะท้อน ปีกทรงเดลต้าลู่ลมตัดมุมเหลี่ยมเพื่อหลบหลีกเรดาร์ ติดตั้งเครื่องยนต์คู่เทคโนโลยีเวกเตอร์ทรัสต์ (Thrust Vectoring) ที่สามารถบังคับิาแรงขับได้อย่างอิสระ ใต้ปีกแะในห้องเก็บอาวุธภายในลำตัวติดตั้งขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานระยะไกล 'แอมแรม-ดี' แะขีปนาวุธต่อต้านเรือรบความเร็วเหนือเสียงแบบเจาะเกราะหนักพิเศษ
รับหมวกนิรภัยนักบินอัจฉริยะ (Helmet-Mounted Display System) จากนายทหารช่างเครื่องมาสวมเข้ากับศีรษะ กระโดดก้าวขึ้นบันไดเข้าสู่ค็อกพิทห้องนักบินทันที!
ฟึ่บบบบบบบบ!
ฝาครอบห้องนักบินกระจกสังเคราะห์สีชาปิดผนึกลงอย่างแนบสนิท ตัดเสียงลมพายุภายนอกออกไปจนเหลือเพียงเสียงระบบปรับอากาศแะความเงียบงันอันสงบเยือกเย็น หน้าจอพาโนรามาดิจิทัลแบบสัมผัสแะระบบจำลองภาพเสมือนจริงกระจกหมวกนิรภัยสว่างวาบขึ้นรอบิาในทันทีที่กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์หลัก
วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
เครื่องยนต์เจ็ตคู่เทอร์โบแฟนรุ่นก้าวหน้าคำรามกระหึ่ม แผงควบคุมระบบอาวุธแสดงสถานะสีเขียวพร้อมรบ ระบบดาต้าลิงก์เชื่อมต่อเข้ากับสมองกลมิเชลแะดาวเทียมเคทโดยสมบูรณ์ พิกัดความเร็ว ิาลม แะตำแหน่งฝูงบิน้าึทั้งลำปาฏขึ้นม่านตาอย่างแม่นยำ
"ระบบขับเคลื่อนพร้อม... ระบบอาวุธพร้อม... ผู้การนนท์ พร้อมทะยานขึ้นสู่เวหา!" รายงานผ่านวิทยุสื่อสาร
"แท่นดีดพลังแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมปลดล็อกใน สาม... สอง... หนึ่ง... ไปเลยค่ะที่รัก!!" เสียงพลอยแะฟ้าใสส่งสัญญาณปล่อยตัวพร้อมกัน
ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
แรงดีดมหาศาลหลายจีกระแทกร่างอัดแน่นเข้ากับเบาะนักบินอย่างรุนแรง เครื่องบินขับไล่วัลคีรี-เอ็กซ์พุ่งทะยานออกจากดาดฟ้าเรือด้วยความเร็วต้นกว่าสองร้อยน็อต แหวกผ่านม่านน้ำฝนแะสายลมพายุออกสู่อากาศเบื้องหน้าอย่างทรงพลัง!
ดันคันเร่งเครื่องยนต์ไปข้างหน้าจนสุดพิกัด สับสวิตช์เปิดระบบสันดาปท้าย (Afterburner) ทันที!
พรึ่บบบบบบบ! บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เปลวไฟพลาสมาสีน้ำเงินสว่างจ้าสองลำพวยพุ่งออกจากท่อไอพ่นท้าย ขับเคลื่อนเครื่องบินรบสเตลท์สีดำทะยานแหวกม่านเมฆพุ่งดิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วกว่าเสียงในพริบตา เสียงโซนิคบูมดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านไปทั่วทั้งมหาสมุทร!
แะเบื้องหน้า... ผ่านม่านเมฆพายุแะประกายสายฟ้าที่ฟาดฟัน
จรวดมิสไซล์ต่อต้านเรือรบระลอกสองเนบิวลานับสิบลำกำลังจุดระเบิดพุ่งขึ้นสู่น่านฟ้าเป็นสายธารเพลิงมรณะ พร้อมๆ กับที่ฝูงบินขับไล่ซู-57 สเตลท์ศัตรูทั้งลำ กำลังดำดิ่งแหวกเมฆลงมาด้วยความเร็วเหนือเสียง ล็อกเป้าหมายพร้อมจะสาดกระสุนแะมิสไซล์เข้าใส่เครื่องบินในระยะประจันหน้า!
ศึกเวหาชี้ชะตากองเรือแะชะตากรรมโลกเปิดฉากขึ้นแล้ว...
ดึงคันบังคับเลี้ยวเฉียงเก้าสิบองศา ดีดตัวทะลวงฝ่าดงมิสไซล์แะม่านกระสุนปืนกลอากาศ พุ่งเข้าใส่ฝูงบินมัจจุราชเบื้องหน้าด้วยความบ้าคลั่งแะเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด!!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??