เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 35 เดินทางในป่าร้อยอสูร ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
“พวกกระจอกพวกนี้ เอาไปก็มีแต่เป็นตัวถ่วงข้า!!”

หลายคนถ้าได้ยินถ้อยคำเช่นนี้ อาจคิดว่ามันเป็นคนยโสโอหังยิ่งนัก แต่ตัวของนายกแฮร์รี่คิดต่างออกไป มันกลับคิดว่าถ้อยคำเช่นนี้ ณ ตอนนี้ คงมีแต่มันที่พูดได้

ด้วยอายุและพรสวรรค์ทางการฝึกทางร่างกาย อีกวิชาที่แปลกประหลาด ทำให้มันแปลกใจนัก คนในทวีปนี้ความแข็งแกร่งทางร่างกายน้อยนิดนัก หากสู้กันโดยมิใช้พลัง ไม่สามารถสู้มันผู้นี้ได้สักคน

“ข้าขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่?” นายกกล่าวถามต่อชายหนุ่ม ก่อนที่จะพยายามเก็บซ่อนสีหน้าและกริยาที่แสดงไปเมื่อครู่

“ซีว่าง”

“ซีว่าง? ชื่อประหลาดนัก , เจ้าทำให้ข้านึกถึงคนผู้หนึ่ง..” เมื่อกล่าวเช่นนั้นนายกก็ได้ทำตาลอยนึกถึงอดีตขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แล้วปากก็กล่าวออกไปจากความรู้สึกที่มี “นางเป็นคนประหลาดเช่นเจ้า..สีตาและสีผมเป็นสีดำเช่นเดียวกับเจ้า...”

“ผู้ใด?” ชายหนุ่มรีบถามออกไปโดยแสดงกิริยาร้อนรน อย่างมิได้ปกปิด

“ข้าไม่ทราบว่านางเป็นผู้ใด , เรื่องราวนี้..” นายกแฮร์รี่จ้องหน้าของซีว่าง แล้วกล่าวต่อ “..มันเนิ่นนานนัก , จนในบางครั้งข้าก็แอบคิดว่า..มันเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน”

ซีว่างรู้สึกผิดหวังกับคำตอบของนายกแฮร์รี่เป็นอย่างมาก มันนึกว่า..จะได้รู้อะไรเบาะแสที่นำทางไปสู่หนทางกลับแผ่นดินเกิดของมัน แต่ก็ต้องผิดหวัง

เมื่อเห็นสีหน้าที่ผิดหวังของชายหนุ่ม นายกจึงกล่าวเพิ่มเติมออกมา “อิน หลิง...นั้นคือชื่อของนาง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มันแน่ใจในทันที ว่านี้คือชื่อแซ่ของคนบนทวีปรุ่งนภา

“ข้ารู้เพียงเท่านั้น.. , เอาล่ะนอกเรื่องเนิ่นนานแล้ว..ตามข้ามา” ก่อนที่นายกจะเดินนำเข้าไปข้างใน ซีว่างจึงเดินตามไปพร้อมใบหน้าที่ยังคงความผิดหวังแสดงอยู่

เมื่อเข้ามาข้างในนั้น การตกแต่งคฤหาสน์ต้องใช้ทรัพย์สินมากมายเป็นแน่ มันทั้งโอ่โถงและกว้างขวางมากนัก

เมื่อเดินมาถึงห้องรับรองแขก ภายในห้องนั้น กว้างราว 5 x 9 เมตร แต่กลับมีเพียงโต๊ะดื่มน้ำชา 1 ตัว และ เก้าอี้ตัวยาว 2 ตัวเพียงเท่านั้น

“เชิญเจ้านั่งก่อน” ก่อนที่นายกจะผายมือไปเก้าอี้ตัวยาวฝั่งตรงข้าม

ถ้าเป็นผู้อื่น นายกแฮร์รี่คงจะไม่พามายังห้องรับรองเป็นแน่ แต่ด้วยระดับพรสวรรค์และฝีมือนั้น ทำให้คิดว่าชายหนุ่มผู้นี้นั้น คู่ควรที่จะได้รับใส่ใจเป็นพิเศษ

ชายหนุ่มนั่งลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะจ้องหน้ามองนายก แล้วกล่าวว่า “ก่อนท่านจะกล่าวอันใด , ข้ามีสิ่งที่ต้องการจะกล่าวขอต่อท่านเพียงอย่างเดียว..ข้ามีสหายอยู่นางหนึ่ง , ข้าจะ...”

“เจ้าสามารถพานางเดินทางไปกับเจ้าได้” นายกกล่าวอย่างรู้ทัน ก่อนจะกล่าวถามต่อว่า “เจ้ามีข้อเรียกร้อนอันใดอีกหรือไม่?”

ซีว่างเงียบมิได้ตอบ เพียงมองหน้ากลับไปที่นายกแฮร์รี่เพียงเท่านั้น

“ถ้าไม่มี..ข้าจะว่ารายละเอียดของภารกิจนี้แก่เจ้า , เจ้าอสูรร้ายตนนี้นั้น..กำลังอาละวาดอยู่ที่เมืองสมอลแลนด์ , ทหารของเมืองนั้นไม่สามารถสังหารมันได้..และข้าเกรงว่าหากเมืองนั้นพังพินาศลงไป , เจ้าอสูรร้ายตนนั้น..มันจะเดินทางมาที่ยังเมืองแกรี่แห่งนี้”

เมื่อกล่าวจบนายกแฮร์รี่จึงหยิบถุงขึ้นมา 10 ถุง และ ม้วนกระดาษแผ่นหนึ่ง

“นี่คือแผนที่..ส่วนนี้คือเงินรางวัลของเจ้าจากการผ่านการทดสอบ , เมื่อกลับมาข้าจะเพิ่มรางวัลเป็น 2 เท่า”

ซีว่างมองสิ่งของสองประเภท ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเพียงแผนที่ แล้วลุกขึ้นก่อนกล่าวกับ นายกแฮร์รี่ “เงินรางวัลข้าไม่รับ”

ก่อนที่ซีว่างจะยื่นมือเพื่อหวังจะเขย่ามือกับนายกแฮร์รี่ ตามธรรมเนียมของคนแผ่นดินนี้

นายกแฮร์รี่ยื่นมือออกไป และเขย่ามือกับชายหนุ่ม ก่อนจะยกคิ้วขึ้นมา “เจ้าแน่ใจไม่เอาเงินรางวัลนี้?”

ซีว่างเพียงยิ้มตอบ แล้วนำมือตอนเองกลับมาข้างตัว ก่อนจะกล่าวว่า “ขอตัวลา”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกมาในทันที นายกแฮร์รี่ได้เพียงแต่มองหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป “ไม่รับเงินรางวัล..ช่างแปลกคนนัก..”

นายกแฮร์รี่สงสัยในความเป็นมาของชายหนุ่มยิ่งนัก แต่ในเมื่อมีคนทำภารกิจให้มัน แล้วยังมิต้องเสียทรัพย์สินใด ๆ มันจึงมิได้คัดค้านการกระทำของชายหนุ่ม เพราะว่าอย่างไร ภารกิจก็ได้มีคนไปทำ อีกด้วยเงินมิเสียสักแดง

ซีว่างนั้น สำหรับเงินรางวัลนั้น ไม่จำเป็นสำหรับมันเลย มันจึงไม่รับมา และมันเพียงไปเพื่อสังหารอสูรร้าย เพื่อที่จะได้พบหญิงชราอีกครั้งหนึ่งก็เท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงมันจึงนำแผนที่มาเปิดดูพร้อมกับหญิงสาว



“สูญสิ้นคงคา? เหตุใดถึงมีชื่อเช่นนั้น” หญิงสาวกล่าวถามต่อชายหนุ่ม

“ข้าไม่ทราบ”

“ไม่ทราบ ? , เหตุใดเจ้าไม่กล่าวถามต่อเจ้าเมืองก่อนจะลากลับมา , เจ้านี้มัน..ไม่ได้ความเสียจริง” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่ม แต่นางมิได้ใส่อารมณ์อันใด เพียงแต่มันเป็นนิสัยของนางอยู่ก่อนแล้ว

“...”

ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเดินออกไปหน้าระเบียง “แม่นา...”

ยังไม่ทันกล่าวจบ หญิงสาวก็ปรากฏตัวตรงหน้ามันทันที

“คุณชายเรียกผู้น้อย , มีเรื่องอะไรให้ผู้น้อยรับใช้หรือคะ” หญิงสาวกล่าวด้วยวาจานุ่มนวล

ตอนนี้หญิงสาวมีเครื่องประดับเต็มตัว ชุดเสื้อผ้านั้น สามารถสังเกตได้ว่าเนื้อผ้านั้นเป็นผ้าไหมชั้นดี ลวดลายบรรจงทำอย่างประณีต สิ่งของทั้งหมดนั้นมาจากศิลาธาตุทองของชายหนุ่มทั้งสิ้น

“ข้ามีบางอย่างสงสัยจะกล่าวถามต่อเจ้า..เจ้าตามข้ามาข้างในก่อน”

เมื่อหญิงสาวก้าวเดินเข้ามา ชายหนุ่มจึงยื่นแผนที่ให้หญิงสาว “เจ้าอธิบายสิ่งต่าง ๆ ในแผนที่ให้ข้าได้หรือไม่?”

หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะรับแผนที่มา นางมองเพียงครู่เดียว นางจึงเอ่ยตอบคำถามต่อชายหนุ่ม “คุณชายต้องการให้ผู้น้อย อธิบายส่วนไหนก่อนดี ?” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“เริ่มจากสูญสิ้นคงคา , เหตุใดมันถึงมีชื่อเช่นนั้น” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“สูญสิ้นคงคานั้น , เป็นแม่น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาณาจักรเอ็นเซลล์ , เหตุที่มันมีชื่อเช่นนั้น..เพราะน้ำของสูญสิ้นคงคาเพียงหยดเดียว , สามารถสูญสลายความทรงจำของผู้ที่โดนน้ำนี่เข้าไปจนหมดสิ้น , มันจึงมีชื่อว่าสูญสิ้นคงคา” เมื่อหญิงสาวกล่าวจบ จึงยิ้มตอบกลับไปให้ชายหนุ่ม

“สามารถลบล้างความทรงจำได้.. , เช่นนั้นพวกโจรป่า..จักไม่นำน้ำนี้ไปใช้ในทางมิดีหรือแม่นาง” ซีว่างกล่าวถามต่อหญิงสาว

“ไม่อาจทำเช่นนั้นได้..เมื่อน้ำของสูญสิ้นคงคานั้นถูกนำออกมา , เวทมนตร์จะสูญสลายไปในทันที”

“อ้อ..เป็นเช่นนั้น , แล้วภูเขาวิญญาณล่ะแม่นาง” ซีว่างเข้าใจในทุกสิ่ง ก่อนจะกล่าวถามต่อหญิงสาวต่อ

“ที่ถูกเรียกเช่นนั้น , เพราะเป็นที่ตั้งของกิลด์วิญญาณสาขาหลัก” หญิงสาวพูดก่อนทำสีหน้ารังเกียจเล็กน้อย “ท่านคงจะไม่รู้จักกิลด์วิญญาณ..ข้าน้อยขอกล่าวรายละเอียดเพิ่มเติม , กิลด์วิญญาณนั้นมันจะรับทำงานสกปรกต่าง ๆ ถ้าเงินสูงพอ..และมันยังจะคอยปล้นสะดมหมู่บ้านและนักเดินทางผู้โชคร้าย , พวกมันจะแต่งชุดสีขาวทั้งตัว..ตรงด้านหลังจะปักเป็นรูปหัวกะโหลกดำมีงูพันอยู่รอบคอ”

เมื่อหญิงสาวกล่าวจบ นางถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลับมายิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง

“ช่างเป็นพวกที่รวมเดนมนุษย์ทั้งสิ้น..เห้อออ , ไม่ว่าที่ใด..ก็มีพวกนี้สิน่า..ที่คอยทำแต่เรื่องชั่วช้า” หยางน่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สะอิดสะเอียน

“แล้วเหตุใดกิลด์เช่นนี้..จึงไม่มีผู้ใดทำการกำจัดให้สิ้นซาก” ซีว่างกล่าวถามต่อด้วยความสงสัย

หลังจากได้ยินคำถามของชายหนุ่ม หญิงสาวก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หมองหม่น

“มีข่าวลือว่าหัวหน้าของพวกมัน เคทิฟ คือบุตรชายลับ ๆ ขององค์ราชา ดาริน” นิ้วมือของนางเขี่ยพื้นเป็นรูปวงกลม เหมือนกลับคนที่พยายามจะผลักตนเอง ออกจากความเป็นจริงข้อนี้

“มิน่าล่ะมิน่า... , แสดงว่าราชาของเมืองนี้..ก็มิใช่คนดีสักเท่าไหร่” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

หญิงสาวมิได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าน้อย ๆ

“เอาล่ะ , เจ้าไปได้” ก่อนที่ซีว่างจะหยิบเหรียญทองออกมาให้นาง 2 เหรียญ

หลังจากรับเงินมา หญิงกลับออกมาจากห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่กลับมาอีกครั้ง

พอหญิงสาวไปแล้วนั้น หยางน่าจึงกล่าวออกมาว่า “ไม่ว่าจะชาวบ้านหรือราชา..สันดานพวกมันก็เป็นเช่นเดียวกัน”

“อาณาจักรนี้เหมือนเป็นโรคร้าย..ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก , แต่ถ้าหากไม่มีเชื้อโรคที่มีนามว่าราชา..เมืองนี้คงจะน่าอยู่ขึ้นก็เป็นได้ , แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา..เพียงทำภารกิจนี้สำเร็จ , พวกเราคงจะได้กลับไปที่เดิมของพวกเรา” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเห็นใจต่อแผ่นดินแห่งนี้

หญิงสาวเพียงพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ
.
.
.
ป่าร้อยอสูรนั้นกว้างใหญ่มากมายนัก มีอสูรมากมายนักดั่งชื่อที่กล่าวว่าร้อยอสูร ช่างเป็นป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายยิ่งนัก แต่ไม่ใช่สำหรับชายหนุ่ม อสูรที่นี่มีระดับเพียงกำเนิดโลกาเท่านั้น มิสามารถทำอันตรายต่อมันได้เลย

ตอนนี้หญิงสาวไม่ได้นั่งอยู่บนหลังของเจ้าอาชาไอยรา เนื่องจากวันนี้เจ้าอสูรน้อยนั้น คึกคะนองอย่างมาก คอยขู่คอยวิ่งไล่ให้อสูรตนอื่น ไปให้พ้นทางพวกมันเท่านั้น มันไม่ได้ทำเกินเลยไปมากกว่านั้น เพราะชายหนุ่มเป็นคนสั่งมันไว้

แต่เมื่อเดินมาได้สักพัก ชายหนุ่มจึงรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

“เสี่ยวฮุ๋ยกลับมา..” ชายหนุ่มใช้เสียงเบาที่สุด แค่พอให้เจ้าอสูรน้อยได้ยิน

เมื่อเจ้านายของมันเรียก เจ้าอาชาไอยราก็รีบกลับมาอย่างเร็วไว เมื่อมาถึงมันก็ยืนเอียงคอเล็กน้อย มองมาที่ชายหนุ่มเหมือนกำลังถามอะไรบางอย่าง

“มีเรื่องอันใด?” หญิงสาวถามขึ้นมาพร้อมกับทำคิ้วขมวด

ตอนนี้นั้นถือว่าซีว่าง มีพลังมากกว่าหญิงสาวมากนัก รวมทั้งจิตสัมผัสที่สามารถตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ รอบตัวของมันเอง ได้อย่างกว้างไกล

“ตามข้ามา” ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบพาพวกพ้องของมัน ไปแอบที่พุ่มไม้หนา ๆ ข้างต้นไม้ต้นใหญ่

เมื่อเห็นการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวพอจะทราบคร่าว ๆ ว่า ต้องมีบางอย่างกำลังเดินมาในทิศทางนี้

ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่ง เดินทางโหวกเหวกโวยวายมาจากด้านข้างของพวกมัน “หมู่บ้านนั้นเกือบจะทำให้พวกเราเสียเที่ยวเสียแล้ว”

ซีว่างคอยแต่สังเกต พวกมันนั้นแต่งกายด้วยชุดขาว 4 คน ระดับฝีมือนั้น ชายหนุ่มจัดการได้สบาย ๆ

“แค่พวกขยะ..เหตุใดพวกเราต้องหลบซ่อนจากพวกมัน” หญิงสาวกล่าวด้วยความสงสัย

“ชู่ว์....” ชายหนุ่มทำเสียงห้ามต่อหญิงสาว

“ข่าวนี้จะต้องทำให้ท่านหัวหน้าพอใจเป็นอย่างมาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“หลังจากท่านหัวหน้าทราบเรื่อง..รับรองท่านต้องตกรางวัลให้แก่พวกเรามากมายเป็นแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“จุ๊ จุ๊ จุ๊...อย่าลืมล่ะ , เรื่องนี้ห้ามให้ผู้อื่นภายในกิลด์ทราบ , มิเช่นนั้นรางวัลของพวกเรา..อาจโดนแย่งไปก็เป็นได้”

ตอนนี้พวกมันเดินผ่านกลุ่มของซีว่างไป ด้านหลังของพวกมันมีสัญลักษณ์ของกิลด์วิญญาณอยู่งูพันรอบหัวกะโหลก

“สุนัขกิลด์วิญญาณ” ซีว่างพูดออกมาลอย ๆ “พวกมันต้องทำเรื่องชั่วร้ายมาเป็นแน่..ปุถุชนผู้น่าสงสาร” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เศร้าสลด

“มันมิใช่ธุระของเรา..เราเป็นเพียงผู้มาจากที่อื่น” หญิงสาวกล่าวเตือนต่อชายหนุ่ม

“ข้ารู้ ข้ารู้” ชายหนุ่มกล่าวออกมาก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาว “พวกเราหลบไปอีกทางเถิด..อย่าปะทะกับมันซึ่งหน้า , มันอาจนำพาหายนะมาสู่พวกเรา”

หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไปอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้เจ้าพวกนี้ได้ยินเสียง

“เจ้าอสูรร้ายนั้นกับเฝ้าสมบัติที่วิเศษเช่นนี้ , ท่านหัวหน้าคงต้องเร่งส่งผู้อาวุโสในกิลด์ ไปกำจัดมันเป็นแน่เพื่อหวังศิลาเคลื่อนมิติ”

“ชู่ว์...อย่าเอ็ดไป , เราคุยกันพอเท่านี้..กลับไปถึงกิลด์พวกเราจึงรีบเร่งบอกต่อท่านหัวหน้าเถิด”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งซีว่างและหญิงสาวหยุดก้าวขาเดินในทันที หันกลับไปยังทิศทางของพวกมัน

“ศิลาเคลื่อนมิติ? มันอาจพาพวกเรากลับทวีปเดิมก็เป็นได้” ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงที่เบาแล้วมองไปยังหญิงสาว

แต่ก็มิทันเสียแล้ว ตอนนี้นางที่พุ่งเข้าไปหาเจ้าพวกนั้นเสียแล้ว “หยางน่า!!”

ตอนนี้หยางหน้าพุ่งไปข้างหลังของพวกมันด้วยความรวดเร็ว แล้วหยิบอาวุธของนางออกมา ก่อนจะโจมตีใส่หนึ่งในพวกมัน

“ตุ๊บ..” เกิดเสียงบางอย่างขึ้นทางด้านหลัง เมื่อหันไปดูก็เห็นร่างของสหายของพวกมัน ที่เหลือแต่ร่างที่ไร้ศีรษะล้มกองเลือดนองอยู่ที่พื้น

เมื่อพวกมันได้เห็นเช่นนั้น รีบหยิบอาวุธของมันออกมา เอาหลังชนกัน “ผู้ใด!!”

พวกมันกวาดตามองไปทั่ว ก่อนจะเห็นหญิงสาวรูปงามยืนถือแส้ พร้อมกับศีรษะของสหายร่วมสำนักของมัน

ใบหน้าของสหายมันนั้น ยังนิ่งไปด้วยรอยยิ้มจากความสุข ราวกับว่ามันยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ว่าตัวมันเองนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว

ส่วนตัวของหญิงสาวนั้น ใบหน้าของนางนิ่งสงบ มิได้แสดงความรู้สึกใดออกมาแม้แต่น้อย

“ท่านเป็นผู้ใด..พวกเรามิได้มีความแค้นต่อกัน , เหตุใดเจ้าจึงลงมือกับพวกเรา” หนึ่งในนั้นกล่าวออกมา เมื่อได้ทราบถึงระดับฝีมือของหญิงสาว

“กำจัดคนสำนักวิญญาณเช่นพวกเจ้า...จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรอกรึ?” หญิงสาวกล่าวเสียงเย็นออกมา

“ได้โปรดแม่นางไว้ชีวิตพวกข้าด้วย..พวกข้าเป็นเพียงสมุนชั้นต่ำ..ทำไปเพียงเพราะคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจ” หนึ่งในพวกมันกล่าวออกมาด้วยอาการสั่นเทา

“หึ..” หญิงสาวโยนศีรษะของสหายมันออกไป ศีรษะตกลงตรงข้างหน้าของพวกมัน

“หยางน่า...เจ้ากระทำบุ่มบ่ามยิ่งนัก , เหตุใดถึงรีบลงมือ , หากมี...” ชายหนุ่มกล่าวไม่ทันจบ ก็ได้ผลักหญิงสาวไว้ด้านหลังตัวมันเอง “อยู่หลังข้า”

“โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ” เกิดเสียงหัวเราะที่ดังแสบแก้วหูออกมา ก่อนที่ซีว่างและหญิงสาว จะมองไปที่ทิศทางที่เสียงนั้นเปล่งออกมา ก็ได้พบชายสูงอายุผู้หนึ่ง แต่งกายสีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK