เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 36 แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
“โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ” เกิดเสียงหัวเราะที่ดังแสบแก้วหูออกมา ก่อนที่ซีว่างและหญิงสาว จะมองไปที่ทิศทางที่เสียงนั้นเปล่งออกมา ก็ได้พบชายสูงอายุผู้หนึ่ง แต่งกายสีขาวยืนอยู่

“มิเลว มิเลว..เจ้าทารกน้อย , เจ้าสามารถสัมผัสถึงข้าได้” มันผู้นั้นกล่าวต่อชายหนุ่มด้วยท่าทีสบาย ๆ ระดับพลังของมันนั้นอยู่ที่ เหยียบนภาขั้นที่ 1

เมื่อเห็นชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เจ้าพวกคนกิลด์วิญญาณจึงรีบวิ่งเข้าไปหา แล้วคุกเข่าลง กุมมือทำความเคารพ “ท่าอาวุโส 8!!”

“โฮะ โฮะ โฮะ..พวกเจ้าช่างไร้ความสามารถนัก , แค่เพียงทารกน้อย ๆ แค่สองคน , พวกเจ้ากับต้องคุกเข่าต่อหน้าพวกมัน..” ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาว รู้สึกถึงลางร้าย

จู่ ๆ ก็มีควันลอยออกมาจากตัวของชายชราตรงหน้า ลอยล้อมรอบพวกมันทั้ง 3 คน

“พิษร้าย..กลั้นหายใจแล้วรีบหนี!!” หญิงสาวกล่าวต่อชายหนุ่ม

ถึงพลังของนางจะลดลงมาจนเท่ากับชายหนุ่ม แต่ประสบการณ์ต่าง ๆ ของนางนั้น ยังมีมากมายเช่นเดิม

ก่อนที่ซีว่างจะอุ้มหญิงสาว แล้วใช้ท่าร่ายวิ่งออกไปด้วยความเร็วสูง

ด้านเจ้าขยะสามคนนั้น ตอนนี้ร้องโหยหวนออกมา ก่อนที่ร่างจะสลายหายไป ทิ้งไว้แต่กองเลือดสีดำ

“โฮะ โฮะ โฮะ เปล่าประโยชน์..” ก่อนที่ชายชราจะทะยานตามซีว่างไปติด ๆ

ซีว่าใช้ท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทราออกมาสุดความสามารถ แต่หญิงที่อยู่ข้างกายกับดิ้นไปมาทุบตีชายหนุ่ม “เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า!!”

“หุบปาก!! ... ดูสถานการณ์บ้าง!!” เมื่อซีว่างตะคอกออกไป หญิงสาวจึงเงียบโดยพลัน มองไปที่ชายหนุ่มด้วยตาขุ่นตาเขียว

“ทารกน้อย...เปล่าประโยชน์” ชายชราถึงจะดูอาวุโสมากแล้ว แต่ความเร็วของมันมิธรรมดา ถึงจะไม่สามารถจับชายหนุ่มได้ แต่ความเร็วของมันนั้น เกือบเทียบเท่ากับท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทราของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก

มิได้การ , หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนานเข้า...พลังปราณของข้าต้องหมดก่อนมันเป็นแน่

ถึงความเร็วจะเหนือกว่าเล็กน้อย แต่ว่าตอนนี้ซีว่างได้อุ้มหญิงสาวไว้ข้างกายมันด้วย ทำให้ความเร็วนั้นตกลงไปพอ ๆ กับชายชรา แล้วไหนจะระดับพลังที่ต่างกันเกินไป หากเอาแต่วิ่งหนีเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วพลังมันจะหมดไปเสียก่อน

ข้าต้องทำเช่นไร ’ ชายหนุ่มพยายามคิดหาทางออกอยู่ในหัว

“ฮู๊มมมมมมมมมมมม” เกิดเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านข้าง

ชายหนุ่มยิ้มหนึ่งที่ ก่อนจะโยนร่างของหญิงสาวไปหาเจ้าอสูรน้อย ก่อนหยุดร่างลงแล้วหันกลับไปหาทางที่เจ้าอสูรน้อยอยู่ “เสี่ยวฮุ๋ย..พานางไปจากที่นี่ , ไว้พบกันที่จุดหมาย!!”

เมื่อหญิงสาวลอยมาที่อสูรน้อยนั้น มันรีบใช้งวงมันคว้าหญิงสาวเอาไว้ ก่อนวางหญิงสาวไว้ที่หลังของมัน ก่อนวิ่งต่อไปตามคำสั่งของชายหนุ่ม

“เจ้าต้องตามพวกข้ามาภายใน 7 วัน , หากภายใน 7 วันเจ้าไม่มา..พวกข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่!!” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เบาลงไปเรื่อย ๆ

เมื่อเห็นชายหนุ่มหยุดลง ชายชราจึงชะลอความเร็วของตนเอง ก่อนจะหยุดร่างของมันลง ห่างจากชายหนุ่มเพียงไม่กี่ก้าว

“โฮะ โฮะ โฮะ..ช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงแท้ , ช่วยเหลือสตรีแล้วเอาตนเองเข้าแลก , นับถือ นับถือ..” ชายชรากล่าววาจาหยอกเย้าชายหนุ่ม

“ปล่อยข้าไปเสียดีกว่า!! , เจ้าไปทาง..ข้าไปทาง..จะได้มิมีผู้ใดบาดเจ็บ” ซีว่างกล่าวขณะที่นำตัดดาราออกมา ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

“เหตุใดเจ้าจึงร้อนรนเช่นนั้น , ข้าเพียงแต่มีเรื่องที่จะบอกกล่าวต่อเจ้าสักเล็กน้อย” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

“เรื่องใด?” ซีว่างถึงกล่าวถามออกไป แต่ในหัวมันคิดแต่เรื่องที่ว่า จะต่อสู้หรือจะหนี

“ข้ามีนามว่า สคอร์ปิอัส ( ราศีพิจิก ) หรือคนในกิลด์ชอบเรียกข้าว่า..อาวุโส 8” ก่อนที่มันจะยื่นมือออกมา เพื่อหวังที่จะได้เขย่ามือกับชายหนุ่ม “ข้าตามมาเพื่อชักชวนให้เจ้า..เข้ารวมกับพวกข้าที่กิลด์วิญญาณ” พูดจบมันก็ยิ้มแป้นจนตาปิด

“เห๊อะ...เข้าร่วมกับพวกเจ้า ? , คงเสียชื่อถึงบิดามารดาข้าเป็นแน่..ที่รวมเศษเดน..ถุ๊ย!!” ซีว่างมองด้วยสายตาที่ดูถูกไปยังมารเฒ่าตรงหน้า

เมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้น รอยยิ้มของมารเฒ่าตรงหน้าก็หายไป

“โฮะ โฮะ โฮะ..ข้าลืมบอกเจ้าไป , ข้ามีให้เจ้าเลือกสองทางเลือก , หนึ่งคือเข้ารวมกับพวกข้า..สองตาย..” ตอนนี้นำเสียงของมารเฒ่าตอนนี้นั้น เปลี่ยนไปอย่างมาก แล้วมีไอพิษลอยออกมาจากร่างมัน

“แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” ซีว่างหน่วงพลังไว้แล้วปล่อยออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเร่งฝีเท้าหนีออกมา

มารเฒ่านั้นเมื่อเห็นพลังที่ปล่อยออกมาของชายหนุ่ม มันรีบหยิบพัดเหล็กของมันออกมา เพียงโบกหนึ่งที ไอพิษที่เข้มข้นก็พุ่งเข้าใส่พลังของชายหนุ่ม

พลังทั้งสองปะทะกันหักล้างกันอย่างพอดิบพอดี

ชายชรายกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะระดับพลังของซีว่างนั้น ต่ำกว่ามันถึงหนึ่งช่วงชั้น แต่กลับมีพลังเทียบเท่ากับมัน

“คนเช่นนี้ปล่อยให้เติบใหญ่มิได้!!” ชายชราเร่งทะยานร่างของตัวมันเองออกไป ตามชายหนุ่มไปติด ๆ

ด้านซีว่างนั้น พอเร่งกายออกมาจากตรงนั้น มันก็มิได้ไปตามทางของหญิงสาว เพราะมันเกรงว่า หากไปทิศทางนั้น อาจทำให้หญิงสาวเป็นอันตราย

“ทารกน้อย...เจ้ามิมีทางหนีข้าได้พ้น!!” ชายชรากล่าวออกมา ถึงแม้จะชายหนุ่มจะอยู่ไกลจากมันมาก แต่เสียงก็ดังฟังชัดเป็นอย่างมากเช่นกัน

ทำเช่นไรดี..ถึงพลังข้าจะเทียบเท่ามัน , แต่ปราณพิษของมัน..มิอาจดูถูกได้

ที่ซีว่างคิดเช่นนั้น เพราะปราณพิษนั้นเป็นพลังที่ต่อสู้ลำบากที่สุด ในบรรดา 4 ธาตุพิเศษ หากโดนพิษแม้แต่นิดเดียว เท่ากับชีวิตทุกวินาทีหลังจากนั้น อาจตายลงได้ทุกเมื่อ

แต่จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม มันยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งต่อไป

มันใช้เวลา 3 วัน มันก็วิ่งมาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง ข้างล่างหน้าผาคือแม่น้ำ สูญสิ้นคงคา

เมื่อมาถึงมันก็หยุดลงก่อนที่จะหันไปมองทางชราเฒ่า จ้องมองไปทิศทางนั้นแล้วตั้งท่าตั้งรับ แก่ศัตรูที่กำลังมาถึงตรงหน้า

หน้าผานี้นั้นสูงขึ้นจากแม่น้ำราว 1 กิโลเมตร ตัวแม่น้ำนั้นทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ตัวแม่น้ำนั้นมีสีเขียวอำพัน

“ในที่สุดเจ้าก็หยุดลง.. , ว่าอย่างไร..ตายหรือเข้าร่วม?” สคอร์ปิอัสกล่าวต่อชายหนุ่มด้วยท่าทีที่มิได้เป็นมิตรเท่าไร

“ตายหรือเข้าร่วม ? , ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า..เจ้าแก่เอ๊ย , เจ้ามิรู้ชะตากรรมของตนเองเสียแล้ว” พอกล่าวจบชายหนุ่มก็ใช้ท่าร่ายพุ่งเข้าหาชายชรา “แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น!!”

เมื่อเห็นชายหนุ่มเร่งรุดเข้าหาตนเอง มารเฒ่าก็โบกพัดหนึ่งที ก่อนที่จะมีไอพิษลอยออกมาล้อมรอบร่างของมันไว้

ซีว่างฟาดกระบี่ลงไปด้วยพลังอัดแน่นเต็มเปี่ยม

เมื่อสองพลังที่เท่าเทียมกัน ปะทะเข้าหากัน จึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาเสมอกัน แต่ว่าไอพลังที่หลงเหลืออยู่ของไอพิษนั้น ก็กัดเข้าไปที่มือของชายหนุ่ม

ซีว่างรีบถอยออกมา ก่อนจะใช้พลังธาตุน้ำของตนเองชำระล้างพิษออก ถึงมันเพียงลดความเจ็บปวดได้เล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร

พลังพิษของมัน..มีคุณสมบัติเป็นกรด..อันตรายยิ่งนัก’

พิษที่ซีว่างได้รับนั้นมีคุณสมบัติกัดกร่อน พิษนี้จึงเพียงแต่กัดกร่อนสิ่งที่สัมผัสโดนมันเท่านั้น มิได้เป็นพิษที่ร้ายแรงจนมีผลข้างเคียงตามมาในภายหลัง

“โฮะ โฮะ โฮะ , ตอนนี้ข้อเสนอนั้น..มันไม่มีเหลืออยู่แล้ว” ชายชรากล่าวเสียงเย็นออกมา จ้องตาขวางมาที่ชายหนุ่ม “แล้วเจ้าก็มิอาจรอดไปได้...หากเจ้ารอดไปได้ , จะเป็นอันตรายต่อกิลด์ของข้า…”

“เช่นเดียวกัน..ตัวของเจ้าก็มิอาจดำลงอยู่ได้..หากคิดสังหารข้า!!” เมื่อกล่าวจบ ซีว่างจะปล่อยกระบี่ของมันให้หลุดออกจากมือ “แรมที่ 6 ลวงจันทร์หลอกตะวัน”

และแล้วกระบี่และชายหนุ่มก็หายไป “ชิ้ง!!”

เสียงกระบี่และพัดปะทะเข้าหากัน ก่อนที่ซีว่างจะโผ่ออกมาด้านหลังของชายชรา

ชายชรายิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่ม ตบมือเล็กน้อย “แปะ แปะ แปะ แปะ”

“เวทมนตร์ของเจ้านั้นแปลกยิ่งนัก , ไม่มีการเคลื่อนของพลังเวทย์..แต่กลับเพิ่มความเร็วและโจมตีออกมาได้หนักหน่วง , ใช้ได้ ใช้ได้.. เจ้าทารกน้อย”

“แต่น่าเสียดาย..ที่เจ้ามิใช่พวกเดียวกับเรา” ก่อนที่ชายชราจะโบกพัดของตนเอง คลื่นพิษก็พวยพุ่งออกมา

หมอกพิษที่หนาทึบ เคลื่อนที่มาทางซีว่างอย่างรวดเร็ว “แรมที่2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”

ตอนนี้พลังที่พุ่งออกมาของซีว่างเป็นธาตุลม เพื่อมันหวังว่าจะใช้สายลมพัดพาไอพิษนี้ออกไปให้พ้นทางมัน

แต่แล้วสายตาของชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นเจ้ามารเฒ่า ยิ้มออกมาน้อย ๆ มันจึงรู้สึกสังหรใจแปลก ๆ

เมื่อสองพลังเข้าปะทะกัน พลังทั้งสองสายนั้นควรจะสลายหายไป แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะตอนนี้พลังของมารเฒ่านั้น ยังพุ่งตรงมายังที่ชายหนุ่มยืนอยู่

แย่แล้ว’ ซีว่างรีบใช้พลังออกมาอีกครา “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”

แต่ด้วยพลังที่ปล่อยออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้ฤทธิ์เดชของมันสำแดงออกมาได้ไม่เต็มที่ เพียงแต่ปัดเป่าพิษนั้นได้เพียงกึ่งหนึ่งก็เท่านั้น

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก” พิษที่พุ่งออกมากัดกร่อนผิวหนังของชายหนุ่ม จนเป็นแผลเหวอะหวะ ซีว่างถึงกับทรุดลงไปคุกเข่า

“จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊ ทารกน้อย , น่าเสียดายเจ้ายิ่งนัก..เจ้ากับกล้าใช้วิธีเดิมในการต้านทานพลังของข้า” ชายชรากล่าวก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย

“เพราะเหตุใด...?” ซีว่างถามออกไปด้วยเสียงที่อ่อนแรง

“หากเจ้ากล้าถาม..ข้าก็กล้าบอก” ชายชรากล่าวก่อนจะยิ้มเยาะ แล้วมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าสังเวช “ข้าเพียงแต่..โบกพัดสองที..เป็นพลังซ่อนในพลัง , ก็เท่านั้น..ทารกน้อย.. , ประสบการณ์เราต่งกันนัก”

“หากเจ้ายอมร้บข้อตกลงกับข้าแต่แรก , เจ้าคงไม่จบชีวิตลงตรงนี้ , ในอนาคตเจ้าคงได้เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสเช่นเดียวกับข้า..น่าเสียดาย..น่าเสียดายยิ่งนัก”

“ถุ๊ยยยย...ให้เข้าร่วม , ไปเป็นคนชั้นต่ำอย่างพวกเจ้า..เจ้าอย่าได้หวัง!!” ซีว่างใช้กระบี่ยันตนเองให้ลุกขึ้นมา ยืนด้วยขาที่อ่อนล้า

“แล้วคิดจะสังหารข้า..เจ้าไม่สามารถพอ” ก่อนที่ซีว่างจะยกมือซ้ายขึ้นมา ค่อย ๆ แบมือออกมายื่นไปทางชายชรา “แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา!!”

ก่อนจะมีรูปจันทร์เสี้ยวขึ้นตรงกลางหน้าผากของซีว่าง ดวงตาของมันเปล่งแสงออกมาเป็นสีเหลืองนวล ซีว่างกระทืบเท้าลงไปบนพื้นหนึ่งที ก็เกิดวงกลมที่มีรัศมีครอบคลุมตั้งแต่ปลายเท้าของชายหนุ่ม ไปถึงสูญสิ้นคงคา

ตอนนี้เกิดแรงกดดันขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ถึงกับทำให้ สคอร์ปิอัส คุกเข่าลงไปติดกับพื้น แรงกดดันนั้นหนักแน่นเป็นที่สุด แต่มันเพียงขัดขวางมารเฒ่าได้เท่านั้น

ตอนนี้มารเฒ่า มันลุกขึ้นยืนหยันขึ้นมาได้ ก้าวขาทีละข้างพยายามประชิดชายหนุ่ม

ซีว่าพยายามเพิ่มพลังปราณเข้าไปอีก “ย๊าาาาาาาาา” แรกกดดันค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

แต่มารเฒ่านั้นเพียงเสียจังหวะก็เท่านั้น ยังก้าวเดินต่อมาเรื่อย ๆ ทีละก้าว ทีละก้าวอย่างช้า ช้า

“เปล่าประโยชน์...ลูกไม้เช่นนี้ , เพียงยื้อชีวิตเจ้าได้ไม่กี่ลมหายใจ” มารเฒ่ากัดฟันในขณะที่กล่าวออกมา พร้อมกับขาที่ก้าวย่าง มุ่งมาข้างหน้าเรื่อย ๆ

“ทารกน้อย..เจ้าอ่อนต่อโลกยิ่งนัก , เจ้ามันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน..แค่ยื้อชีวิตของเจ้าก็เท่านั้น!!” ชายชรายิ้มออกมาด้วยท่าทีดุร้าย

“เพียงยื้อชีวิต ? , ช่างโง่เง่ายิ่งนัก!!” เมื่อชายหนุ่มกล่าวจบพื้นตรงที่ชายชรายืนอยู่ก็ทรุดลงไป เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อย ก่อนที่หน้าผานั้นถล่มลงไปพร้อมกับ สคอร์ปิอัส ที่ดำดิ่งลงไปไม่อาจทะยานขึ้นมาได้จากวิชาของชายหนุ่มที่ยังกดทับลงไปเรื่อย ๆ

“ตูม!!” เสียงหินตกลงในแม่น้ำดังลั่นป่า เหล่าฝูงสัตว์แถวนั้นต่างร้องออกมาด้วยเสียงที่ตื่นกลัว

ซีว่างเมื่อทำสำเร็จ ก็ล้มลงไปกองนอนกลิ้งกับพื้นอย่างแผ่หลา มันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาสีนวลนั้นค่อย ๆ เลือนรางหายไป กลับมาเป็นตาสีดำเช่นเดิม

ตอนนี้เรี่ยวแรงของชายหนุ่มนั้น แค่หายใจก็ลำบากแสนสาหัสมากมายนัก

สำเร็จ...ข้าทำได้..’ ชายหนุ่มถึงจะดีใจ แต่ร่างกายของมันตอนนี้ ทรมานเหลือล้น ผนวกกับบาดแผลที่มีมาแต่แรก ยิ่งทำให้มันนั้นสภาพไม่ต่างจากปลาที่ขาดน้ำ

แต่ด้วยเสียงที่ดังสนั่นนั้น อาจทำกิลด์วิญญาณที่อยู่ใกล้เคียงนั้น ส่งคนมาตรวจสอบก็เป็นได้ มันจึงใช้พลังที่เหลืออยู่น้อยนิดพยายามลุกขึ้นนั่งค่อย ๆ คลานเสือกร่างของตนเองหลบให้พ้นจากพื้นที่โล่งแจ้ง

ก่อนที่จะมีเสียงไล่หลังของชายหนุ่มตามมา “อ๊ากกกกกก”

ซีว่างรีบหันหน้าไปทางที่เสียงดังมา มันก็พบชายชราเสื้อขาว ที่เนื้อตัวเปียกปอน ยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา

มันยังไม่ตาย!!’ ตอนนี้ซีว่างรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก กับภาพที่เห็นตรงหน้า แผนของทั้งหมดกลับพังทลาย

ชายชราจ้องมองมาที่ซีว่าง ก่อนจะรีบเร่งก้าวเดินเข้าหา ตัวของชายหนุ่ม

ซีว่างใช้แรงเสือกร่างตนเองหนี แต่มิอาจเคลื่อนที่ได้ไวดั่งใจต้องการ สคอร์ปิอัสที่กล่าวเดินเข้ามาหาตัวของมัน

และแล้ว มารเฒ่าก็เคลื่อนกายของตัวมันมาถึงชายหนุ่ม จ้องมองไปที่หน้าของชายหนุ่ม

ก่อนที่มันจะก้มลงมาแล้วกล่าววาจาต่อชายหนุ่ม “ข้าคือใคร? เจ้าคือใคร? เราอยู่ที่ใด?”

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK