เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 37 กล่าวคำปด..เล่าความเท็จ ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
“ข้าคือใคร? เจ้าคือใคร? เราอยู่ที่ใด?” มันกล่าวออกมา ก่อนจะพึมพำข้อความซ้ำ ออกมาเรื่อย ๆ “ข้าคือใคร? เจ้าคือใคร? เราอยู่ที่ใด? ข้าคือใคร? เจ้าคือใคร? เราอยู่ที่ใด?”

‘สูญสิ้นคงคา..สมกับฉายาของมันเสียจริง..’ ซีว่างคิดอยู่ในใจของตนเอง ขณะที่คลานหนีออกห่างจากมันเรื่อย ๆ

ก่อนที่เจ้าสคอร์ปิอัสจะจับไปที่ขาของชายหนุ่ม แล้วยกชายหนุ่มขึ้นจากพื้นในสภาพห้อยหัว “เจ้ารู้หรือไม่ข้าเป็นใคร..ข้านึกไม่ออก”

สคอร์ปิอัสถามด้วยความสงสัย พร้อมกับสายตาที่คาดหวังมายังชายหนุ่ม

ซีว่างคิดอะไรไม่ค่อยออกนักในสภาพที่เป็นอยู่นะตอนนี้ “ปล่อยข้าก่อน..แล้วข้าจะบอกแก่เจ้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าสคอร์ปิอัสจึงปล่อยมือทันทีด้วยความดีใจ จนซีว่างร่วงตกลงมาชนกับพื้นในทันที โดยเอาหัวลง “ปั๊ก!!” แล้วตามมาด้วยเสียงโอดครวญของชายหนุ่ม “โอ๊ย..หัวข้า..โอ๊ย..!!”

“รีบบอกข้ามา รีบบอกข้ามา รีบบอกข้ามา” ชายแก่ตอนนี้กริยาของมันคล้ายกับเด็กน้อย ที่รอผู้ใหญ่จะยื่นขนมให้แก่มัน

ก่อนที่ชายหนุ่มจะพยายามลุกขึ้นด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด พร้อมกับเอามือกุมที่หัว ที่ตอนนี้ปูดโนเป็นลูกมะนาว “เจ้าชื่อ ซู จินยี่ เป็นสหายของข้า” (ซูจินยี่ = สูญเสียความจำ)

“ซู จินยี่..ซู จินยี่ นามข้อข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายชราร้องดีใจออกมา “สหาย..ข้ามีสหาย” ก่อนที่มันจะเอามือตบไปที่หลังซีว่างอย่างแรง จนชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้น ก้นจ้ำเบ้าลงไปอย่างแรง

เมื่อเห็นซีว่างล้มลงไป ชายชราจะยื่นมือไปจับแขนของชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวว่า “สหายข้า..เจ้าเป็นไรหรือไม่?” ก่อนที่มันจะฉุดซีว่างขึ้นมาจากพื้น

ทั้งล้มลงอย่างไม่คาดคิดแล้วโดนฉุดขึ้นมาจากพื้นอย่างกะทันหัน ทำให้ซีว่ารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายมันเป็นอย่างมาก “โอ๊ย!! ปล่อยข้า..ข้ายืนเองได้”

ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง ต่างกับชายชราที่เหมือนมีพลังงานที่เต็มเปี่ยม

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ ?..หรือเจ้าป่วย” ชายชรากล่าวถามด้วยตากลมใส " ว่าแต่ป่วยคืออะไร ? , ทำไมข้าถึงกล่าวออกมาเช่นนั้น ? " ตอนนี้ชายชรา สีหน้าของทันดูไม่ดีนัก ดั่งกับผู้ที่มีจิตวิปราส

“เอ่อ....” ชายหนุ่มไม่รู้จะตอบมันออกไปเช่นไร จนมีความคิดบางอย่าง ผุดเข้ามาในหัว “พอดีข้าเข้าไปปกป้องเจ้าจากศัตรู..จนข้าได้รับบาดเจ็บ..เรี่ยวแรงของข้าไม่มีเหลือ..”

“เจ้าช่างดีต่อข้ายิ่งนัก..” ก่อนมันจะมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความทราบซึ่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเศร้าใจ “เจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่..ว่าเหตุใดข้าถึงจำอะไรมิได้”

ซีว่างก้มหน้า แสร้งทำน่าเศร้าเล่าความเท็จ “ข้าขอโทษเจ้าด้วย...” ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา มองไปที่ชราเฒ่าด้วยแววตาเจ็บปวด “ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ทัน..เจ้าตกลงไปในน้ำนั้น..พร้อมกับศัตรู , แม่น้ำนั้นมันทำให้เจ้าความจำเสื่อม”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มหน้ามองเท้าตนเอง พร้อมกับแววตาที่เจ็บปวด แต่ปากของมันยิ้มออกมาน้อย ๆ

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก ที่มันนั้นไม่สามารถจำอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ชายหนุ่มบอกกล่าวได้เลย ก่อนที่มันจะเห็นกริยาของชายหนุ่ม มันจึงกล่าวปลอบออกไปเบา ๆ “สหายข้า...เจ้าทำสุดความสามารถแล้ว , ถึงข้าจะไม่สามารถจำอะไรได้..แต่อย่างน้อยข้าก็ยังมีชีวิตรอดกลับมา , ต้องขอบคุณเจ้ายิ่งนัก..แม้แต่นามของเจ้า..ข้าก็ยังจำมิได้ , แต่หลังจากนี้ข้าจะจำไว้ว่า..เจ้าคือผู้มีพระคุณต่อข้า”

ชายชรายิ้มแล้วพยักหน้าให้ชายหนุ่ม ก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้ง “ว่าแต่เจ้ามีนามว่าอย่างไร? ..ครานี้ข้าจะจดจำไปจนวันตาย..”

ซีว่างได้ยินดังนั้นจึงยิ้มให้ชายชราครั้งหนึ่ง ก่อนจะกล่าวบอกออกไป “ซีว่าง”

“ซีว่าง..ข้าจะจำนามนี้เอาไว้..แล้วจะไม่มีวันลืมอีกเด็ดขาด..” ชายชรายิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนมองไปที่ชายหนุ่มที่ตอนนี้ ไม่สามารถยืนได้มั่นคงนัก “ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บ..เจ้าคงเคลื่อนไหวมิค่อยสะดวกเท่าไหร่..มาเดี๋ยวข้าช่วยเจ้าเอง”

ก่อนที่ชายชราจะอุ้มซีว่างขึ้นบนบ่า แต่ซีว่างขัดขืนสุดฤทธิ์ “ปล่อยข้า..ข้าเป็นบุรุษมิใช่สตรี , มิอาจทำเช่นนี้ต่อข้าได้..แล้ววางข้าลงอย่างเบามือ”

เนื่องจากก่อนหน้านี้ ซีว่างบอกให้มันปล่อย มันก็ปล่อยในทันที..ชายหนุ่มจึงกล่าวเสริมให้มันปล่อยอย่างเบามือ

ชายชราทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะค่อย ๆ วางชายหนุ่มลงอย่างนุ่มนวล แล้วคอยพยุงให้ยืนอย่างมั่นคง ก่อนจะกล่าวว่า “แล้วจะให้ข้าช่วยเจ้าได้อย่างไร..ที่เจ้าบาดเจ็บก็เป็นเพราะข้า , เจ้าคงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบาย..ตามใจตนเอง”

ก่อนที่ซีว่างจะใช้ความคิดเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกได้ “เจ้าไปหาเศษไม้มาแล้วต่อเป็นเก้าอี้ที่มีหูหิ้ว..แล้วค่อยแบกข้าไปกับเจ้า”

ชายชราทำท่างงเล็กน้อย เหมือนมันสงสัยอะไรบางอย่าง ก่อนกล่าวถามออกมา “เก้าอี้? หูหิ้ว? คืออะไรหรือน้องว่าง?”

ซีว่างตบหน้าตนเองเล็กน้อย เหมือนพึ่งนึกบางอย่างออก “จริงสิ...เจ้าจำไม่ได้ว่าอะไรคืออะไร , เอาเป็นเจ้าไปหาเศษไม้มา..เอาแบบอันที่ดูคงทนแข็งแรง , เมื่อได้มาครบ..ข้าจะบอกวิธีแก่เจ้าอีกที”

ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนรีบวิ่งออกไปในป่า เพื่อหาของที่ชายหนุ่มสั่งมัน

ก่อนที่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ชายชรากลับมาพร้อมกับ สีหน้าที่มึนงงสงสัย “อะไรคือเศษไม้หรอกหรือ..?”

ซีว่าตบหัวตนเองครั้งหนึ่ง ก่อนจะอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้ชายชราฟังอย่างละเอียดเข้าใจง่าย

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ชายชราจึงกลับมาพร้อมกับเศษไม้ และเถาวัลย์มัดใหญ่ เมื่อเห็นดังนั้นซีว่างจึงบอกวิธีให้แก่ชายชรา จนสามารถต่อเป็นเก้าอี้ตามที่ชายหนุ่มสั่งออกมาได้ตัวหนึ่ง

ก่อนที่ซีว่างจะชูนิ้วโป้งชูไปให้ชายชรา เมื่อเห็นซีว่างทำท่าเช่นนั้น ชายชราทำหน้าตาสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะชูนิ้วโป้งกลับมาให้ชายหนุ่มทีหนึ่ง

เมื่อเห็นท่าทีมึนงงของชายชรา ซีว่างจึงอธิบายสั่น ๆ ได้ใจความว่า “เมื่อชูนิ้วโป้งให้ผู้อื่นเช่นนี้..นั้นหมายถึงว่าดีเยี่ยม” ซีว่างยิ้มเล็กน้อยก่อนจะชูอีกนิ้วหนึ่งให้ ชายชรา

เมื่อเข้าใจความหมาย ชายชราจึงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามต่อซีว่าง “แล้วต่อจากนี้..พวกเราจักทำอันใดต่อ?”

“ไปตามหาสหายอีกคนของพวกเรา..นางหนีศัตรูไปอีกทางหนึ่ง” ก่อนที่ซีว่าง พยายามเดินไปที่เก้าอี้ของตนเอง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “แบกข้า..ข้าจะนำทางเจ้าเอง”
.
.
.
ในระหว่างที่เดินทางไปที่จุดนัดหมายกับหญิงสาว ชายชราก็ถามเรื่องราวต่าง ๆ กับชายหนุ่ม ทั้งเรื่องอดีตและเรื่องต่าง ๆ ที่มันลืมไป

ซีว่างได้แต่กล่าวว่า ตัวมันกับชายชรารู้จักกันไม่นาน แต่ก็ถูกชะตากันจึงพึ่งเริ่มเป็นสหายกับมัน จึงไม่สามารถเล่าความได้มากนัก

ชายชรานั้นรู้สึกเศร้าเล็กน้อย กับสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว แต่มันก็คิดในทางที่ดีว่า ตัวมันอย่างน้อยก็ยังมิตาย

เช่นเดียวกันกับชายชรา เมื่อได้โอกาส..ซีว่างก็ถามในสิ่งที่มันรู้ตอนนี้บ้าง จึงทำให้ทราบได้ว่า ตัวชายชรานั้น ยังสามารถพูดรู้ความได้อยู่และสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อยู่

แต่ก็หลงลืมพวกสิ่งของต่าง ๆ ออกไปจนหมด ไม่สามารถใช้วิชาของมันเองได้และไม่สามารถใช้พิษได้ รวม ๆ แล้ว นอกจากพูดและบิน ชายชราลืมทุกอย่างไปสิ้น

แต่ชายหนุ่มก็สามารถสังเกตได้ว่า ถึงจะลืมทุกอย่างสิ้น แต่ชายชราผู้นี้ฉลาดมาก ต้องกล่าวความจริงที่สมเหตุสมผลเท่านั้น มันจึงจะไม่ถามลึกลงไปในสิ่งที่ชายหนุ่ม พยายามสื่อออกไป

ผ่านไปจนถึงวันที่นัดหมายพอดี ชายหนุ่มและชายชรา ก็มาถึงสถานที่นัดหมายกับหญิงสาว..ที่นี่คือ เนินเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กับที่ ที่อสูรร้ายอยู่

เมื่อมาถึง ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นศพทหารมากมาย ที่นอนตายเกลื่อน แต่ละศพนั้นต่างพิการ ถ้าไม่พิการมันก็คงจะเป็นศพที่มอดไหม้อย่างสยอง

“ฮูมมมมมมมมม!!” ซีว่างได้ยินเสียงที่คุ้นเคย นั้นคือเสียงของอาชาไอยรา สัตว์อสูรของชายหนุ่ม

แต่เมื่อมันวิ่งมาถึง ระยะหนึ่ง เจ้าอาชาไอยราพลันหยุดลงก่อน จะคำรามลั่นทุ่งโล่งกว้างแห่งนี้ “ฮูมมมมมม”

หลังจากที่มันจะคำรามออกมา มันก็รีบวิ่งด้วยความเร็วสูงมาที่ซูจินยี่ หวังที่จะใช้งาคู่งามแทงชายชราให้ตายสิ้น

“หยุด!!” ซีว่างพูดออกมาด้วยเสียงดัง แล้วมองไปที่อสูรของตนเอง

เมื่อได้ยินสิ่งที่นายตนเองสั่ง เจ้าอาชาไอยราจึงเปลี่ยนทิศทาง มันวิ่งมาที่ข้างหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่จะหันไปมองที่ซูจินยี่ ตั้งท่าเตรียมโจมตี ร้องคำรามไปทางชายชรา “ฮู่มมมม ฮู่มมมมมม”

ชายชรายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่เจ้าอสูรน้อย ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ

ก่อนที่ชายชราจะเข้ามาถึง ซีว่างพลันเดินไปข้างหูของอสูรน้อย กล่าวถ้อยคำออกมาเบา ๆ ต่ออสูรของมัน “เสี่ยวฮุ๋ย..ตอนนี้มันเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว..เจ้ามิต้องเป็นห่วง”

“ฮู๋ม!!” มันขานรับต่อชายหนุ่ม แล้วพ้นลมหายใจของมันออกมาทางงวงยาวของมัน ก่อนจะหันไปหาเจ้านายของมัน ใช้งวงอันยาวของมัน เพื่อสำรวจร่างกายของเจ้านายตนเอง ว่ามีบาดแผลหรือบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

ซีว่างลูบหัวมันเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าสบายดี , ถึงจะไม่เต็มร้อย..แต่ก็มิได้เป็นอันตรายใด ๆ ”

“ฮู่ม ฮู่ม..” ถึงเจ้านายมันจะกล่าวเช่นนั้น แต่เจ้าอสูรน้อยนั้น ก็ยังไม่วางใจ มันก็ยังใช้งวงยาวของมัน สำรวจชายหนุ่มต่อไป

ซีว่างเห็นกริยาเช่นนี้ของอาชาไอยรา ที่เป็นห่วงตัวมันอย่างมาก มันจึงปล่อยผ่านไป มิได้กล่าวห้ามต่อเจ้าอสูร

“ว่าอย่างไร..มันไม่ดุร้ายแล้วใช่หรือไม่?” ซูจินยี่กล่าวถามต่อซีว่าง

ถึงมันจะกล่าวถามเช่นนั้น แต่จริง ๆ แล้ว ชราเฒ่ามิได้กลัวอันใดต่อเจ้าอสูรตนนี้เลย

“มันคงมิคิดจักทำร้ายท่านแล้ว..” ซีว่างกล่าวออกไป

ชายชรายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเรียนแบบสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ มันค่อย ๆ ยื่นมือออกไปพยายามจะลูบหัวเจ้าอสูรน้อย

เมื่อเห็นชายชรายื่นมือเข้าใกล้ของตัวมัน เจ้าอาชาไอยรารีบใช้งวงอันยาวของมัน ตบใส่มือของซูจินยี่ “เพี๊ยะ!!” แล้วยื่นงวงของมัน จ่อไปที่ใบหน้าของชายชรา ก่อนจะพ้นลมหายใจที่มีกลิ่นรุนแรงใส่หน้าของชายชรา จนชายชราล้มลงไปกองกับพื้น

ซีว่างเห็นกริยาเช่นนั้นของอสูรน้อย มันจึงกล่าวต่อว่าไปเล็กน้อย “ข้าบอกเจ้าแล้วไง !! , ว่ามันตอนนี้เป็นสหายของข้า !! ”

ก่อนที่ซีว่างจะเดินเข้าไปใกล้ชายชรา ก่อนจะยื่นมือออกไป ฉุดชายชราลุกขึ้นยืน

“เหตุใดมันถึงไม่ชอบข้า?” ชายชราเอ่ยปากถามเมื่อลุกขึ้นยืน แล้วปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของมัน ก่อนจะมองไปที่เจ้าอาชาไอยราด้วยสายตาที่มึนงงสงสัย

“เมื่อก่อนท่านชอบกลั่นแกล้งมัน..มันจึงรู้สึกไม่ดีต่อท่าน , อย่าได้ใส่ใจกับมันเลย” ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินนำหน้าไป “นำทางพาข้าไปหานางได้แล้ว..”

หลังจากที่เจ้านายของมันหันหน้ากลับไป เจ้าอาชาไอยราเดินเข้ามาใกล้ ๆ กับชายชรา ยกงวงของมันไปที่ข้างหูของชายชรา “ฮุ้ม..ฮูมฮูมฮูมฮูมฮูม ฮุ้ม..ฮูมฮูมฮูมฮูมฮูม”

มันกำลังหัวเราะเยาะเย้ยชายชรา ก่อนจะออกวิ่งไปเล็กน้อย ตามเจ้านายของมันไป

กริยาเช่นนี้ คงเป็นดั่งที่ผู้อื่นกล่าวกัน สัตว์เลี้ยง ย่อมมีนิสัยเหมือนเจ้าของ..ของมัน

เหมือนกริยาเช่นนี้จากเจ้าอสูรน้อย ชายชราก็ได้เชื่อวาจาโป้ปดของชายหนุ่มเข้าไปจริง ๆ เพราะกริยาที่เจ้าอสูรแสดงเช่นนี้ เหมือนมันมิได้ชอบหน้าของตนเองเสียเลย ก่อนที่ชายชราจะเดินตามชายหนุ่มไป
.
.
.
เจ้าอาชาไอยราเดินนำทางมาที่ ถ้ำเล็ก ๆ ตรงภูเขาลูกหนึ่ง เมื่อเข้าใกล้ปากถ้ำชายหนุ่มก็สามารถสัมผัสพลังปราณได้สายหนึ่งที่คุ้นเคยได้ ภายในถ้ำแห่งนี้

มันจึงหันกลับไปหาชายชรา แล้วกล่าวต่อชายชราว่า “พี่ซู...ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน , เผื่อนางบาดเจ็บหรือมีปัญหาอันใด..ข้าจักได้ทำหน้าที่ของข้าได้สะดวก”

ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่เจ้าอาชาไอยรา ที่ตอนนี้มันนั้น จ้องหน้ามองมาที่ตัวขอชายชรา

ซีว่างสังเกตเห็นที่เจ้าอสูรน้อยกำลังทำ มันจึงกล่าวออกไปทางเจ้าอาชาไอยรา “หากข้ารู้ว่าเจ้าทำอะไรสหายข้า..ข้าจักให้เจ้าอดอาหารวันนี้” ซีว่างกล่าวก่อนจะเดินนำเข้าไปในถ้ำ

เจ้าอาชาไอยราทำหน้าสลดลงไปเล็กน้อย ก่อนที่เจ้านายมันเดินลับหายเข้าไปในถ้ำ มันจึงเอางวงของมันเอง สูบน้ำขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะพ้นลงบนพื้น ใกล้กับจุดที่ชายชรายืนอยู่

ก่อนที่มันจะทำกริยาเดียวกับเมื่อครู่ “ฮุ้ม..ฮูมฮูมฮูมฮูมฮูม ฮุ้ม..ฮูมฮูมฮูมฮูมฮูม” แล้วหันหลัง เดินปัดหางส่ายก้นใส่ชายชรา

ชายชราผู้โชคร้ายผู้นี้นั้น ได้แต่คิดที่จะหาทางไถ่โทษแก่เจ้าอสูรตนนี้ มิได้โกรธมันเลยแม้แต่น้อย..

ภายในถ้ำ เมื่อเดินมาได้สักระยะ มันก็เห็นหญิงสาวกำลังนั่งรอมันอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง

“เจ้าสามารถรอดมาได้...ถือว่าเจ้ามีฝีมือเก่งกาจกว่าที่ข้าคิดไว้มาก” หญิงสาวถึงจะพูดออกมาด้วยวาจาที่ไม่ใส่ใจเท่าใด แต่ซีว่างสามารถรับรู้ได้ว่า นางนั้นเป็นห่วงตัวมันอย่างมาก

ซีว่างยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะอธิบายเรื่องราวให้หญิงสาวรับรู้ ก่อนจะพากันเดินออกไปภายนอกถ้ำ

เมื่อหญิงสาวเห็นชายชรา นางพ้นลมหายใจออกมาทางจมูกครั้งหนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกไปตามที่ชายหนุ่มบอกไว้ “เจ้าเองก็เก่งมิเบา..สามารถรอดพ้นมาจากสูญสิ้นคงคามาได้..”

เมื่อเห็นหญิงสาวและได้ฟังที่หญิงสาวกล่าว ชายชรายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกไป “หากไม่ได้น้องว่างช่วยข้าไว้..ข้าคงสิ้นชื่อไปเสียแล้ว , เจ้าคงเป็นแม่นางหยางน่า..ที่น้องว่างเล่าให้ข้าฟัง , ข้าต้องขออภัยแก่เจ้าด้วย..ที่ตอนนี้ข้าไม่สามารถจำเจ้าได้เช่นแต่ก่อน , เพียงแต่รู้จากที่น้องชายซีว่างบอกกล่าวแก่ข้า”

เมื่อกล่าวจบชายชราทำสีหน้าละอายใจเล็กน้อย ก้มโค้งเป็นการขอโทษแก่หญิงสาว

เมื่อเห็นกริยาเช่นนั้น หญิงสาวหันมองไปที่ซีว่าง ก่อนจะยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เหมือนเป็นการพูดกันทางสีหน้าว่า ‘มันเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริง ๆ ’

ก่อนที่นางจะกล่าวต่อชายชราว่า “เรื่องมันผ่านไปแล้ว..เจ้าก็อย่าได้เก็บมันมาใส่ใจ”

ชายชราเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหันไปหาซีว่างแล้วกล่าวต่อชายหนุ่มว่า “เห็นน้องว่างเล่าว่า..เรามีภารกิจต้องกำจัดอสูรร้าย..” ก่อนที่จะหันไปหาหญิงสาว “หากพวกเจ้าพร้อม..เราเร่งเดินทางไปกันเถิด..”

“เรื่องภารกิจนี้.. , คงจะลำบากกว่าที่พวกเราคิดไว้เสียแล้ว” หญิงสาวกล่าวออกมา ก่อนที่จะมองไปที่ซีว่าง

“เหตุใดเจ้าถึงกล่าวเช่นนั้น ? , มีเรื่องใดที่เจ้ารู้มา..รีบบอกแก่ข้า” ซีว่างพอได้ยินหญิงสาวกล่าวเช่นนั้น มันจึงรู้ได้ในทันทีว่า งานนี้คงไม่ง่ายเช่นหญิงสาวว่ากล่าวมาจริง ๆ มันจึงรีบถามว่าเพราะเหตุใด จึงจะได้ว่างแผนแล้วหาวิธีแก้

“หลังจากที่ข้ามาถึงฟากนี้..ข้าก็ได้ไปสำรวจเจ้าอสูรร้าย...” ก่อนที่นางจะกล่าวออกมา ด้วยสีหน้าและสายตาที่จริงจัง “พลังมันมิได้อยู่ที่ผสานโลกาขั้นที่ 6 อย่างที่เจ้าทราบมา , แต่มันกลับอยู่ที่ เหยียบนภาขั้นที่ 1!!”

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK