เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
"อาโนอิทอส--" คามิวดุสหลังได้ฟังคำขอสุดเลวร้ายของอามอโฟสเขาก็พยายามจะแนะนำอาโนอิทอสให้ปฏิเสธ แต่ก่อนที่จะทันได้ทำแบบนั้น
"ข้าพเจ้าขอปฏิเสธ" อาโนอิทอสก็พูดขึ้นมาก่อน
คามิวดุสแปลกใจเล็กน้อย ท่าทางของอาโนอิทอสดูจะใสซื่อบริสุทธิ์และเชื่อคำพูดของอามอโฟสขนาดนั้น เขานึกว่าอาโนอิทอสจะตอบตกลงเสียอีก
อามอโฟสยิ้มอย่างเย็นชา "ทำไมเจ้าถึงได้ปฏิเสธล่ะ ข้าจะเอาอาวุธเหล่านั้นเพื่อไปช่วยเหลือประชาชนของเรา ไหนเจ้าบอกว่าอยากช่วยประชาชนเยอะๆ?"
"ข้าพเจ้าปฏิเสธ ข้าพเจ้าอ่านออกว่าผู้ใดโกหกหรือไม่โกหก ท่านกำลังโกหก" อาโนอิทอสพูดตัดอย่างรวดเร็ว
รอยยิ้มอามอโฟสกระตุก "อาโนอิทอส ข้าไม่ได้กำลังโกหก ข้า--"
"นั่น ท่านโกหกอีกแล้ว"
อาโนอิทอสมองอามอโฟสที่พูดคำว่า 'ช่วย' ออกจากปากถึงสองครั้ง จากนั้นดวงตาที่เป็นมิตรมาโดยตลอดของเขาก็เปลี่ยนไปแล้วค่อยๆกลายเป็นเย็นชาราวกับรู้สึกโกรธที่อามอโฟสไม่ซื่อสัตย์ "ท่านกำลังพูดโกหก คำพูดของท่านที่กล่าวว่าจะช่วยนั้นเต็มไปด้วยความโกหก ท่านกำลังดูถูกจ้าพเจ้าหรือ? ถึงข้าพเจ้าอ่านความรู้สึกของมนุษย์ไม่เก่งแต่ข้าพเจ้าอ่านว่าพวกเขาพูดความจริงหรือโกหกเก่ง หากท่านพูดความจริงว่าจะเอาอาวุธของข้าพเจ้าไปเพื่อปกป้องชาวเมืองข้าพเจ้าก็คงจะยอมมอบให้ แต่ตอนนี้ท่านกำลังโกหก ข้าพเจ้าจะไม่มอบอาวุธสงครามให้กับคนที่ไม่ได้คิดจะใช้มันเพื่อปกป้องชีวิตพลเมืองตนเองหรอก"
รอยยิ้มของอามอโฟสแข็งค้าง ใบหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยว จากนั้นดวงตาที่เขามองอาโนอิทอสก็เต็มไปด้วยความคุกคามจากพี่ชายที่แสนดีกลายเป็นพี่ชายที่เย็นชา เขามองอาโนอิทอส "เอางั้นก็ได้ ข้ายอมรับ ข้าโกหก แต่ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะว่ายังไงเพราะหากข้าอยากจะได้ข้าก็ต้องได้ เจ้าอาจจะถูกฟ้าผ่าจนลืมไปแล้วว่าพี่ชายคนนี้เป็นคนยังไงตอนเขาไม่พอใจ เจ้าคงจะลืมไปแล้วสินะว่าเจ้าเคยโดนอะไรบ้างตอนหือกับข้าตอนยังเป็นเด็ก? ข้าจะรื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นให้ขอแค่เจ้ารอไว้ก่อนเถอะ!"
อามอโฟสพูดแบบนั้น มองอาโนอิทอสอย่างคุกคาม จากนั้นลุกขึ้นแล้วเดินเร็วจากไปอย่างอารมณ์เสีย ส่วนอิชการ์ก็มองอาโนอิทอสแล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไป
หลังจากที่สองพี่ชายจากไปแล้ว อาโนอิทอสก็กลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง ส่วนคามิวดุสก็ตามไปด้วยความสงสัย
เมื่อตามอาโนอิทอสมาถึงห้องทำงานแล้วเขาก็ถามสิ่งที่สงสัยมาตลอด "อาโนอิทอส เมื่อครู่นี้ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพี่ของท่านกำลังโกหก?" คามิวดุสถามออกไปอย่างสับสน แน่นอนว่านี่เป็นคำถามที่ไม่น่าจำเป็นต้องถามเพราะเป็นใครที่รู้จักอามอโฟสก็มองออกว่าอีกฝ่ายโกหก แต่สำหรับอาโนอิทอสที่สูญเสียความทรงจำทั้งหมดทำให้ตอนนี้อามอโฟสแทบจะเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับอาโนอิทอส ดังนั้นคามิวดุสจึงสับสนที่อาโนอิทอสรู้ว่าคนแปลกหน้าพูดโกหกได้อย่างไร?
อาโนอิทอสตอบ "การโกหกมีสัญญาณบ่งบอก 13 อาการ และท่านพี่ของข้าพเจ้าก็ส่งสัญญาณนั้นออกมาราวๆ 9 อาการได้ ทุกคำพูดที่เขาพูดกับข้าพเจ้าช่วงแรกนั้นต่างเต็มไปด้วยความจริง นั่นทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่ว่าตอนกล่าวว่าปรารถนาจะช่วยพลเมืองนั้น...เขาโกหก นั่นทำให้ข้ารู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี"
คามิวดุสหัวเราะเบาๆแล้วมองอาโนอิทอสราวกับกำลังล้อเล่น "ท่านไม่เห็นจำเป็นต้องโกหกข้าเลย สัญญาณโกหกอะไรนั่นไม่มีจริงสักหน่อยใช่ไหม ก็ในเมื่อถ้าหากท่านรู้ว่าใครพูดโกหกหรือไม่โกหก เช่นนั้นตอนท่านเจอข้าครั้งแรกทำไม--"
คามิวดุสกำลังจะบอกว่าทำไมถึงยอมปล่อยเขามา แต่เพิ่งรู้สึกตัวว่านั่นจะทำให้ตนเองสารภาพผิดว่าโกหกเขาจึงรีบหุบปาก แต่อาโนอิทอสบอก "ข้าพเจ้ารู้แต่แรกแล้วที่ท่านกล่าวว่าเป็นชาวบ้านและถูกจับตัวไปที่ค่ายพวกใต้พิภพนั้นเป็นเรื่องโกหก"
คามิวดุสหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นแววตาก็ค่อยๆจริงจังเมื่อมองอาโนอิทอส "เช่นนั้น...ทำไมท่านจึงได้ปล่อยให้ข้าตามพวกท่านมาด้วย? อ้างอิจากที่ท่านบอกว่าคนโกหกเป็นคนไม่ดี เช่นนั้นทำไมท่านถึงปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในเมืองตนเอง?"
ดวงตาอาโนอิทอสจับจ้องตัวหนังสือประวัติศาสตร์ ส่วนปากก็ตอบคำถาม "จริงอยู่ว่าข้าพเจ้ากล่าวว่าท่านอามอโฟสเป็นคนไม่ดีเพราะเขาโกหก แต่ที่ข้าพเจ้าพูดแบบนั้นเพราะเขาดันโกหกเรื่องช่วยชีวิตคน หากเขาโกหกเรื่องอื่นข้าพเจ้าจะไม่ว่าอะไรเลยแต่เรื่องชีวิตคนนั้นสำคัญมาก อาวุธของข้าพเจ้านั้นเป็นอาวุธสงครามที่มีประโยชน์อย่างเดียวคือการสังหาร หากอามอโฟสโกหกเรื่องจะเอามันไปช่วยคนก็หมายความว่าเขากำลังจะเอามันไปฆ่าคน ข้าพเจ้าถูกส่งมาที่นี่เพื่อช่วยคน ดังนั้นข้าพเจ้ายอมรับคำตอบแบบนั้นของท่านอามอโฟสไม่ได้"
เมื่อได้ฟังคำตอบของอาโนอิทอส คามิวดุสจึงเข้าใจในที่สุด แต่เขาก็ยังมีข้อสงสัยบางอย่างเขาถามไป "งั้นสรุปแล้วท่านไม่คิดว่าข้าเป็นคนไม่ดีเหมือนอามอโฟส แต่ว่าท่านรู้ว่าข้าโกหก ท่านไม่สงสัยหรือกังวลว่าข้าอาจจะเป็นศัตรูกับท่านหรือ? ข้าอาจจะเป็นคนจากกองปฏิวัติก็ได้ ท่านไม่กังวลบ้างหรือ?"
เมื่อถูกถามคำถามนี้ อาโนอิทอสปิดตำราแล้วเงยหน้ามองคามิวดุส เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา "ข้าพเจ้ามั่นใจว่าท่านไม่ใช่ศัตรู อย่างน้อยก็ไม่ใช่ศัตรูสำหรับข้าพเจ้าแน่ๆ"
"อะไรที่ทำให้ท่านคิดเช่นนั้น"
อาโนอิทอสตอบ "เพราะถึงแม้คำพูดทุกคำที่ท่านบอกท่านรองหัวหน้าจะมีแต่เรื่องโกหก แต่ตอนที่ท่านคุยกับข้าพเจ้าท่านไม่เคยโกหกเลย แม้แต่ตอนที่บอกว่าข้าเป็นสหายท่านเมื่อเราเจอกันครั้งแรก เพราะแบบนั้นข้าจึงคิดว่าท่านไม่ใช่ศัตรูข้าพเจ้า หรือต่อให้ท่านจะเป็นศัตรู แต่ก็ไม่ได้ปองร้ายข้าพเจ้า ในเมื่อเราเป็นสหายกัน ข้าจึงได้เชิญท่านมารักษาตัวที่นี่ในฐานะสหาย"
ดวงตาของคามิวดุสสั่นเครือ ราวกับใจสั่นไหวกับคำพูดเมื่อครู่นั้นอย่างมาก คำพูดพวกนั้นเป็นคำพูดที่เขาอยากได้ยินจากอาโนอิทอสสมัยก่อนมาตลอด คำพูดคำสุดท้ายนั่นที่พูดจากใจ ไม่ได้พูดส่งๆเหมือนที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่อาโนอิทอสบอกว่าเขาเป็นเพื่อนกันจริงๆ ดวงตาคามิวดุสสั่นเครือ จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าเขา
*****
ภายในห้องของอามอโฟส
หลังจากได้รับคำปฏิเสธจากอาโนอิทอส อามอโฟสมีใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวและพยายามที่จะหาทางสั่งสอนอีกฝ่าย
"เจ้าอาโนอิทอส มันคิดว่าไม่ได้เจอเราแค่ครู่เดียวแล้วอะไรจะเปลี่ยนไปจากเดิม กลับกล้าปฏิเสธข้าอย่างโอหัง ข้าจะสั่งสอนมัน ข้าจะทำให้มันจดจำได้ว่าข้าเคยทำอะไรกับมันบ้างตอนมันทำให้อามอโฟสผู้นี้ไม่พอใจ" อามอโฟสกล่าวด้วยใบหน้าที่เลือดขึ้นหน้า
"อย่าลืมว่าเจ้านั่นยังเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์อยู่ จะทำอะไรก็อย่าให้ถึงตาย" อิชการ์นั่งอยู่ด้านหลัง มีใบหน้าที่ไม่สนไม่แคร์อะไรบนโลกนี้เช่นเคย นั่งจิบชา ส่วนข้ารับใช้ส่วนตัวก็คอยรินน้ำชาให้
อามอโฟสกำหมัดแล้วเผยดวงตาที่แดงเดือด "ข้ารู้แล้วว่าจะบังคับให้มันยอมคายวิธีสร้างอาวุธพวกนั้นให้เรายังไงก่อนอื่นข้าจะให้ทหารของเราลอบไปลักพาตัวมันมา พาไปในที่ไม่มีใครพบจากนั้นจะทรมานมันโดยการเอาหัวกดน้ำข้าจำได้ว่าครั้งล่าสุดมันทนกลั้นหายใจในน้ำได้ 70 วินาทีก่อนจะสำลักน้ำจนสลบไปชั่ววูบ แต่ในคราวนี้ข้าจะเพิ่มเวลาเป็น 80 วินาที เอาให้มันใกล้ตายแล้วค่อยๆปลุกมันขึ้นจากความตาย ให้มันได้สัมผัสรสชาติของความตายสักครั้งจะทำให้มันได้รู้ว่ามันควรรักชีวิตตัวเองแค่ไหน เมื่อถึงตอนนั้นมันจะต้องบอกเราแน่"
"........" อิชการ์ไม่พูดอะไร มีใบหน้าที่ไม่สนไม่แคร์
แต่แตกต่างจากพี่ใหญ่ อามอฟอสชื่นชอบการทรมานเป็นพิเศษ เมื่อนึกถึงสภาพของอาโนอิทอสหลังจากนี้ที่อีกฝ่ายกำลังจะเจอมันก็ทำให้เขาตื่นเต้น และพอจินตนาการว่าอาวุธสุดยอดที่จะทำให้ตนเองไร้เทียมทานตกมาอยู่ในมือ มันก็ยิ่งทำให้เขามีความสุข "หลังจากได้อาวุธนั่นมาเมื่อไหร่ท่านพ่อก็คงไม่ลังเลที่จะมอบบัลลังก์ให้ข้า เมื่อใดก็ตามที่ข้าได้เป็นกษัตริย์ เมื่อนั้นข้าจะปกครองอาณาจักรแห่งนี้ตามที่ใจต้องการ จะไม่มีใครกล้าหือกับข้า ข้าจะได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา" อามอฟอสพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข จากนั้นเมื่อจินตนาการไปถึงจุดสูงสุด รอยยิ้มของเขาก็เย็นชา "เมื่อข้าได้ทุกสิ่งที่ข้าปรารถนา เมื่อนั้นข้าจะเอาคอเจ้าอาโนอิทอสขึ้นเขียง ข้อหาที่มันกล้าอวดดีต่อหน้าข้า"
อามอโฟสว่าแบบนั้น
อามอโฟสเล่าแผนการออกมาทั้งหมด เล่าออกมาให้อิชการ์ฟังโดยไม่รู้เลยว่าข้ารับใช้ส่วนตัวของอิชการ์ที่เขาเชื่อใจจริงๆก็เป็นสปายจากกองปฏิวัติ
ที่ห้องของคามิวดุส
ข้ารับใช้ของอิชการ์คุกเข่ากับพื้นขณะรายงานสิ่งที่ตนเองได้ยินทั้งหมดให้คามิวดุสตามที่คามิวดุสสั่งให้ไปแอบฟัง
คามิวดุสมองชายหนุ่มตรงหน้า "นั่นคือทั้งหมดที่เจ้านั่นว่าหรือ?"
"ใช่ขอรับ" ชายหนุ่มตอบ
"เจ้าไปได้แล้ว" คามิวดุสจึงเอ่ย
เมื่อชายหนุ่มสปายได้กลับไปทำงานต่อแล้ว ในห้องนี้จึงเหลือแค่คามิวดุสเพียงคนเดียว ดวงตาของคามิวดุสปรากฏจิตสังหารขณะนัยน์ตานั้นน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆยามที่นึกถึงหน้าอามอโฟส
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??